"คนจากคอมมูน? เชิญค่ะ! บ้านหลังนี้ไม่ได้ทำเรื่องลับลมคมในอะไร เหตุไฉนผู้ตรวจการจึงต้องมาเคาะประตูเสียงดังราวกับจะมาทวงหนี้เลือดกันด้วยเล่า"
น้ำเสียงใสกระจ่างแต่เย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งกลางฤดูใบไม้ร่วงดังลอดบานประตูไม้เก่าๆ ออกไป หลินหว่านปัดเศษผงสมุนไพรออกจากผ้ากันเปื้อนสีซีดอย่างไม่รีบร้อน แววตาของนางไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความรำคาญใจที่เจืออยู่จางๆ ชวนให้คนที่ได้เห็นต้องรู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
จางหยางที่ยืนบังร่างเพรียวบางของภรรยาไว้ครึ่งหนึ่งขยับตัวเล็กน้อย กล้ามเนื้อแผ่นหลังภายใต้เสื้อทหารสีเขียวขี้ม้าตึงเกร็งขึ้นทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างของอดีตนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนจนชายฉะฉานสามคนที่สวมปลอกแขนแดงหน้าประตูถึงกับผอยถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ
"หลินหว่าน! เธออย่ามาทำปากดีนะ! มีคนร้องเรียนว่าเธอแอบลักลอบนำยาสมุนไพรโบราณและโอสถเถื่อนไปขายทำกำไรเกินควรในตลาดมืด ผิดกฎระเบียบของรัฐบาลในการควบคุมสินค้าควบคุม!" เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่ตระกูลจางดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังฝูงชน นางชะเง้อคอมองด้วยความสะใจ ราวกับเห็นภาพหลินหว่านถูกมือกฎหมายลากตัวไปเข้าคุกอยู่รอมร่อ
หลินหว่านเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นางก้าวเท้าผ่านร่างหนาของสามีออกมาเผชิญหน้ากับกลุ่มคนตรงหน้าด้วยท่าทีสง่างามผิดกับสตรีชาวบ้านทั่วไป รัศมีเยือกเย็นที่หล่อหลอมขึ้นจากประสบการณ์ในมิติเซียนบวกกับการใช้ชีวิตผ่านความตายมาครั้งหนึ่งทำให้นางดูน่าเกรงขามอย่างประหลาด
"โอสถเถื่อนหรือคะ? ป้าใหญ่ช่างหูไวตาไวเสียจริง เรื่องในบ้านเราท่านรู้ดีกว่าเจ้าหน้าที่เสียอีก หรือว่า... ท่านเป็นคนร่างจดหมายร้องเรียนฉบับนี้เอง?" คำถามย้อนกลับแบบนิ่มนวลแต่เชือดเฉือนถึงกระดูกดำทำเอาป้าใหญ่หน้าซีดเผือด รีบละล่ำละลักปฏิเสธเสียงหลง
เจ้าหน้าที่คอมมูนคนหนึ่งกระแอมไอออกมาเสียงดังเพื่อกู้หน้า เขาชูเอกสารในมือขึ้น "ไม่ว่าจะมีผู้หวังดีแจ้งเบาะแสด้วยวิธีใด แต่ในเมื่อมีคำร้อง เราก็ต้องตรวจสอบตามหน้าที่ เชิญพวกคุณเปิดบ้านให้เราตรวจค้นด้วยค่ะ... เอ๊ย! ให้พวกเราตรวจค้นด้วย!"
หลินหว่านแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นงดงามจนคนมองถึงกับตะลึงงัน แต่วาจาที่เอ่ยออกมากลับคมกริบ "ตรวจค้นได้ค่ะ แต่ถ้าหากผลการตรวจค้นพิสูจน์ได้ว่าสมุนไพรเหล่านี้ไม่ใช่สินค้าผิดกฎหมาย และทุกอย่างมีใบอนุญาตถูกต้องตามระเบียบของสหกรณ์การเกษตรอำเภอ... คนที่แจ้งความเท็จและทำให้ชื่อเสียงของครอบครัวเราเสียหายจะต้องรับผิดชอบอย่างไรคะ?"
บรรยากาศหน้าบ้านตระกูลจางเงียบกริบลงทันที ไม่มีใครคาดคิดว่าสะใภ้รองผู้นี้จะกล้าต่อรองกับเจ้าหน้าที่รัฐอย่างไม่เกรงกลัว
จางหยางเอื้อมมือมาโอบไหล่บางของภรรยาไว้เบาๆ ฝ่ามือหนาอุ่นจัดถ่าย
ความมั่นคงผ่านเนื้อผ้าเข้ามา หลินหว่านเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี สายตาทั้งคู่ประสานกันเพียงเสี้ยววินาทีก็สื่อความหมายได้ทั้งหมด นางพยักหน้ารับรู้ว่าเขากำลังหนุนหลังนางในทุกย่างก้าวไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
เจ้าหน้าที่คอมมูนขมวดคิ้วมุ่นด้วยความลำใจ แต่จำต้องพยักหน้า "ถ้าพวกคุณบริสุทธิ์จริง ทางเราย่อมให้ความเป็นธรรม และผู้ที่แจ้งความเท็จจะต้องถูกตักเตือนตามกฎระเบียบหมู่บ้าน"
"เชิญค่ะ" หลินหว่านผายมือเชื้อเชิญด้วยกิริยาของนายหญิงผู้สูงศักดิ์
การตรวจค้นกินเวลาราวครึ่งชั่วโมงเต็ม ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของชาวบ้านที่มามุงดูนับสิบชีวิต ป้าใหญ่ยืนลุ้นจนตัวโก่งหวังจะได้เห็นกองยาเถื่อนถูกขนออกมาประจาน แต่สิ่งที่เจ้าหน้าที่ถือออกมามีเพียงโหลแก้วบรรจุชาสมุนไพรบำรุงกำลังสูตรอ่อนโยน และเอกสารตราประทับรับรองจากสหกรณ์การเกษตรอำเภอฉบับจริงเสียงจริง!
"นี่... นี่มันอะไรกัน?" เจ้าหน้าที่คอมมูนหน้าถอดสี ยื่นเอกสารคืนให้ด้วยมือสั่นเทา "สมุนไพรเหล่านี้... ได้รับการยกเว้นและขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาชีพเพื่อยกระดับรายได้ของครอบครัวทหารผ่านศึก... ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ"
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทันที ชาวบ้านต่างซุบซิบนินทาและมองมาที่ป้าใหญ่ด้วยสายตาตำหนิ ป้าใหญ่หน้าชาดิกอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก
หลินหว่านก้าวเข้าไปใกล้เจ้าหน้าที่พร้อมรอยยิ้มการค้า "ในเมื่อพิสูจน์แล้วว่าพวกเราบริสุทธิ์ หวังว่าทางคอมมูนจะช่วยจัดการกับพวกชอบสร้างความวุ่นวายและกลั่นแกล้งครอบครัวทหารอย่างเป็นธรรมด้วยนะคะ... ส่วนท่านเจ้าหน้าที่ เดินทางมาเหนื่อยๆ แบบนี้ เชิญรับชามะนาวสมุนไพรสูตรพิเศษของทางบ้านเราไปดับกระหายสักแก้วก่อนกลับเถอะค่ะ"
นางตักน้ำชามะนาวเย็นเจี๊ยบจากไหหินในห้องครัวที่ผ่านการแช่ในมิติฟาร์มจนรสชาติกลมกล่อม หอมกลิ่นมะนาวและสมุนไพรป่าเตะจมูกทันทีที่ฝาถูกเปิดออก กลิ่นหอมสดชื่นนั้นลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณจนทุกคนต้องกลืนน้ำลาย
หลังจัดการไล่แขกไม่ได้รับเชิญและผู้คนที่มุงดูจนแยกย้ายกันไปจนหมด หลินหว่านก็ทรุดตัวลงนั่งพักบนเก้าอี้ไม้ด้วยความเหนื่อยอ่อน การเจรจาธุรกิจระดับอำเภอในวันพรุ่งนี้กับ "เถาหลี่เจีย" เถ้าแก่ใหญ่แห่งตระกูลค้าส่งยาจีนประจำจังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวลากดินและเจ้าเล่ห์เพทุบาย ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยิ่งวันนี้มีเรื่องวุ่นๆ มาตัดกำลัง ยิ่งทำให้ต้องรอบคอบเป็นทวีคูณ
จางหยางเดินเข้ามาเงียบๆ วางชามซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัวร้อนๆ ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลายลงตรงหน้าภรรยา "กินเสียหน่อย หน้าตาซีดหมดแล้ว เรื่องพรุ่งนี้... ฉันจะตามไปอารักขาด้วย"
หลินหว่านเงยหน้าขึ้นมองสามี ดวงตากลมโตเป็นประกายระยับ "ท่านจะตามไปได้อย่างไรคะ ท่านมีงานที่กองกำลังสำรองไม่ใช่หรือ?"
"งานอื่นสำคัญสู้ความปลอดภัยของภรรยาฉันไม่ได้" จางหยางเอ่ยเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง ดวงตาคมกริบมองนางด้วยความลึกซึ้งจนคนฟังหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอุ่นหัวใจ เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอีกครั้ง... ปัง! ปัง! ปัง!
ไม่ใช่เสียงเคาะธรรมดา แต่เป็นการทุบด้วยความร้อนรน
หลินหว่านขมวดคิ้ว จางหยางส่งสัญญาณให้ภรรยาหลบอยู่ข้างหลัง ก่อนจะเดินไปเปิดประตูด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
ชายหนุ่มในชุดสูทจีนแบบสากล หน้าตาตื่นตระหนก หอบหายใจโยนตัวเข้ามาในบ้านทันทีที่บานประตูเปิดออก "คุณ... คุณคือนายหญิงหลินใช่ไหมครับ? ผมเป็นพ่อบ้านของตระกูลเถา... นายท่านเถา... นายท่านเถาอาการกำเริบอย่างกะทันหันระหว่างเดินทางมาที่อำเภอนี้ หมอประจำตระกูลบอกว่าหมดทางรักษาแล้ว! ได้ยินชื่อเสียงเรื่องโอสถฟื้นฟูของท่าน... ได้โปรด! ช่วยชีวิตนายท่านของเราด้วยเถอะครับ ท่านต้องการอะไร ทางเรายอมจ่ายไม่อั้น!"
หลินหว่านชะงัก ชามซุปในมือเกือบหล่นร่วง นางสบตากับจางหยางทันที
โอกาสทองในการเจรจาธุรกิจระดับจังหวัดมาถึงแล้ว... แต่มันมาพร้อมกับเดิมพันชีวิตที่สูงลิ่วและอันตรายเกินกว่าจะคาดเดา!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" เสมมานะคะ!
เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์•ตอนที่ 16
การค้าระดับจังหวัด
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!