กลิ่นอายควันจาง ๆ จากเตาฟืนผสมกลิ่นหอมกรุ่นของแป้งสาลีย่างไฟอ่อน ๆ ลอยอลวนอยู่ทั่วห้องครัวเล็ก ๆ ในบ้านตระกูลจาง แต่บรรยากาศภายในกลับไม่ได้อบอุ่นละมุนละไมเหมือนกลิ่นอาหารเลยแม้แต่น้อย
"พี่จาง... เรื่องเมื่อคืนนี้..."
หลินหว่านเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองร่างสูงใหญ่ของสามีที่กำลังงقัดฟืนชิ้นใหญ่อย่างเงียบเชียบ นางใช้ปลายนิ้วเรียวบางเคาะลงบนโต๊ะไม้เก่า ๆ เบา ๆ เป็นจังหวะ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความระแวงระวัง
เมื่อคืนนี้... ขณะที่นางกำลังแอบดึงโสมภูเขาอายุร้อยปีออกจากมิติลับเพื่อเตรียมนำไปฝนทำยาบำรุงให้แม่สามี นางสัมผัสได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองมาในความมืด และเมื่อหันกลับไป ก็พบว่าจางหยางกำลังยืนพิงกรอบประตูด้วยแววตาที่ล้ำลึกเกินกว่าจะหยั่งถึง เขารู้... หรือว่าเขาแค่มองไม่ชัดกันแน่?
จางหยางหยุดมือจากการผ่าฟืน เขาโยนขวานลงบนพื้นเสียงดังทึบ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้ภรรยาตัวน้อยทีละก้าว แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นไม่ได้มีความตกใจหรือหวาดกลัว เจืออยู่เลย มีเพียงความอ่อนโยนลึกล้ำที่ทำเอาหลินหว่านต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"หว่านหว่าน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อนางราวกับเสียงกระซิบ "ตลอดเวลาที่ผ่านมา เจ้ามีความลับมากมายซ่อนไว้... ข้าไม่เคยเซ้าซี้ถาม เพราะข้ารอให้เจ้าเป็นคนบอกด้วยตัวเอง"
หลินหว่านเม้มริมฝีปากแน่น สมองหมุนวนอย่างรวดเร็ว นางเตรียมคำแก้ตัวไว้สารพัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตำราแพทย์โบราณที่ตกทอดมาจากตระกูลเดิม หรือเรื่องโชคช่วยบังเอิญพบเจอในป่าลึก แต่ทว่า... คำพูดของจางหยางกลับหยุดทุกความคิดของนางไว้
"ต่อให้เจ้ามียาวิเศษที่รักษาคนตายให้ฟื้นคืนได้ ต่อให้เจ้าเนรมิตข้าวของออกมาจากอากาศ... สำหรับข้า เจ้าก็คือหลินหว่านภรรยาของจางหยางเพียงคนเดียว" ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาสบตานางตรง ๆ ฝ่ามือหนาหยาบกร้านเอื้อมมาสัมผัสปอยผมที่หลุดลุ่ยของนางอย่างทะนุถนอม "แต่... มีบางอย่างที่ข้าต้องบอกเจ้าในวันนี้"
"เรื่องอะไรคะ?" หลินหว่านขมวดคิ้วมุ่น ความตึงเครียดเรื่องมิติลับถูกแทนที่ด้วยความสงสัย
"คนที่หมู่บ้านข้างเคียง... คนที่มาร้องขอความช่วยเหลือเรื่องอาการป่วยประหลาดเมื่อเช้า" จางหยางเว้นจังหวะ ดวงตาคมเข้มฉายแววเย็นเยียบขึ้นมาวูบหนึ่ง "เขาไม่ใช่คนธรรมดา และข้าคิดว่า... เขาอาจจะรู้จักเจ้า"
คำพูดนั้นทำให้หลินหว่านชะงักงัน ร่างกายเย็นเฉียบขึ้นมาทันที
ในชาติภพก่อน... ก่อนที่นางจะทะลุมิติมาอยู่ในร่างสะใภ้รองผู้แสนอาภัพในยุคเจ็ดศูนย์นี้ นางคือปรมาจารย์โอสถแห่งดินแดนเซียน ผู้คนต่างกราบไหว้บูชา แต่ความตายของนางในวันนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากความแก่ชรา หากแต่เกิดจากการหักหลังของ 'ศิษย์เอก' และ 'ชายคนรัก' ที่ร่วมมือกันวางยาพิษสลายวิญญาณนาง!
แม้กาลเวลาจะผันผ่าน และดวงจิตจะล่องลอยข้ามภพข้ามชาติมาไกลโข แต่ความแค้นฝังหุ่นและกลิ่นอายพลังปราณที่คุ้นเคย ไม่มีวันเลือนหายไปจากความทรงจำ
"เขาชื่ออะไรคะ..." หลินหว่านเค้นเสียงถามออกไปอย่างยากลำบาก ลำคอตีบตันจนแทบหายใจไม่ออก
"หลี่เทียนเฉิง"
ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ หลินหว่านรู้สึกหูอื้อตาลาย ชื่อนี้... คือชื่อของศิษย์เอกทรยศผู้ลงมือกรอกยาพิษสังหารนางในคืนวันประหารเซียนผู้นั้น! เขาตามนางมาได้อย่างไร? หรือว่า... เขาก็ทะลุมิติข้ามเวลามาด้วยเช่นนั้นหรือ?
"หว่านหว่าน เจ้าไหวไหม?" จางหยางเห็นภรรยาหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ เขารีบสวมกอดร่างบางเข้ามาแนบอก ไออุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มช่วยดึงสติของนางให้กลับคืนมา
"ฉัน... ฉันไม่เป็นไรค่ะ" หลินหว่านสูดหายใจเข้าลึก 1 เฮือก พยายามกดข่มความโกรธแค้นและตื่นตระหนกในอกให้สงบลง สมองอันปราดเปรื่องเริ่มประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ในยุคเจ็ดศูนย์ที่ขาดแคลนและเต็มไปด้วยความล้าหลังเช่นนี้ หากศัตรูตัวฉกาจจากชาติก่อนปรากฏตัวขึ้นในคราบของคนยุคนี้จริง ๆ เกมการแก้แค้นคงไม่ได้ใช้แค่กระบี่และค่ายกลอีกต่อไปแล้ว
ติ๊ง!
[ระบบแจ้งเตือนมิติลับ: ตรวจพบคลื่นพลังปราณแปลกปลอมระดับสูงในรัศมี 3 กิโลเมตร คำเตือน: เป้าหมายมีความเป็นปรปักษ์ต่อผู้ถือครองมิติระดับสูงสุด!]
เสียงแจ้งเตือนจากมิติฟาร์มดังขึ้นในหัว ตอกย้ำว่าสิ่งที่จางหยางพูดคือความจริง หลี่เทียนเฉิง... มันมาอยู่ที่นี่จริง ๆ!
"พาฉันไปพบเขาหน่อยค่ะ" หลินหว่านเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี แววตาคู่สวยที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับเต็มไปด้วยประกายแสงคมกริบดุจใบมีดน้ำแข็ง ความเยือกเย็น เด็ดเดี่ยว และพร้อมหักดิบทุกอย่างฉายชัดขึ้นมา
จางหยางมองภรรยาด้วยความแปลกใจระคนชื่นชม แม้เขาจะไม่รู้ลึกซึ้งว่านางกับชายแปลกหน้าคนนั้นมีความบาด-หมางอะไรกันในอดีต แต่เขารู้ดีว่า... ผู้หญิงในอ้อมแขนของเขาคนนี้ไม่ใช่เหยื่อให้ใครมารังแกได้ง่าย ๆ แน่นอน
ครึ่งชั่วโมงต่อมา, ณ ศาลาประชาคมกลางหมู่บ้าน
กลิ่นหอมของ 'เนื้อตุ๋นน้ำแดง' ฝีมือป้าข้างบ้านลอยโชيมาตามสายลม ผสมผสานกับกลิ่นอายความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของชายหนุ่มแปลกหน้าที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่
หลariหว่านก้าวเดินเคียงคู่มากับจางหยาง ฝีเท้าของนางมั่นคงและสง่างาม แม้จะสวมชุดเสื้อผ้าฝ้ายเก่า ๆ ตามวิถีชีวิตชาวนา แต่รัศมีที่เปล่งออกมาจากตัวกลับกดขี่ข่มเหงผู้คนรอบข้างโดยไม่รู้ตัว
เมื่อร่างระหงก้าวเข้ามาในรัศมีสายตา ชายหนุ่มที่นั่งก้มหน้าอยู่ก็เงยหน้าขึ้นสบตา นางจ้องมองใบหน้าของชายผู้นั้น... แม้โครงหน้าจะเปลี่ยนไปกลายเป็นชายหนุ่มชาวบ้านผิวคล้ำแดดเล็กน้อย แต่แววตาเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มมุมปากแบบนั้น ไม่มีทางจำผิดแน่!
หลี่เทียนเฉิงหรี่ตาลงเล็กน้อย เขากำลังจะเอ่ยปากทักทายด้วยท่าทีสุภาพตามมารยาทคนยุคนี้ แต่ทว่า... ทันทีที่สบเข้ากับดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันคุ้นเคย รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็แข็งค้าง ร่างกายชาวนาหนุ่มสั่นสะท้านขึ้นมาทันทีอย่างไร้สาเหตุ
หลินหว่านแย้มยิ้มเยือกเย็นมุมปาก นางก้าวเข้าไปหยุดยืนห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าว ก่อนจะเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหลี่เทียนเฉิงหน้าถอดสี
"ไม่เจอกันนานนะ... ศิษย์พี่ใหญ่"
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัดลงทันที ลมหนาวพัดโชยนำพาเอาความระอุระทึกระหว่างอดีตศิษย์และอาจารย์ที่ข้ามภพมาเชือดเฉือนกันในยุค 70 ให้พุ่งทะยานถึงขีดสุด หลี่เทียนเฉิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบสิ้นสติ ส่วนจางหยางก้าวขึ้นมาบังร่างภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง มือหนากุมด้ามปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวไว้แน่นพร้อมลั่นไกได้ทุกเมื่อ หากอีกฝ่ายกล้าขยับตัวทำร้ายดวงใจของเขาแม้แต่นิดเดียว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับตัวละครทุกตัวนะคะ ไป๋เป่าเปาของแม่สัญญาว่าจะเสิร์ฟความฟิน ความสะใจ และความเข้มข้นแบบวางไม่ลงให้ทุกท่านในตอนหน้าอย่างแน่นอนค่ะ!
เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์•ตอนที่ 25
คนจากอดีต
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!