เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์•ตอนที่ 26

คำเตือนที่ต้องระวัง

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
"ดวงตาของเธอคมเกินไป... และนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุดในตอนนี้ค่ะ หว่านหว่าน" เสียงทุ้มต่ำที่เจือด้วยความระมัดระวังดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบภายในห้องครัว หลินหว่านชะงักมือที่กำลังใช้มีดสแตนเลสคมกริบบรรจงฝานรากโสมตjงกุยสีน้ำตาลอ่อนลงบนเขียงไม้ไผ่ กลิ่นหอมฉุนเป็นเอกลักษณ์ของสมุนไพรจีนโบราณลอยฟุ้งอบอวลผสมผสานกับไออุ่นจากเตาถ่านที่เธอเพิ่งสุมไฟเพื่อตุ๋นกระดูกหมูตุ๋นยาจีนสำหรับมื้อค่ำ เธอไม่ได้หันกลับไปทันที แต่เลือกที่จะวางมีดลงอย่างนุ่มนวลก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับสามีร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตู สายตาคมกริบของจางหยางยามนี้ไม่ได้ฉายแววอ่อนโยนยามที่เขามองเธอเหมือนเช่นทุกครั้ง หากแต่มีความจริงจังและความกังวลลึกซึ้งฉายชัดอยู่ภายใต้หน่วยตานั้น "คุณหมายถึงใครคะ จางหยาง?" หลินหว่านเอ่ยถามเสียงเรียบ ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด ขณะที่สมองอันปราดเปรื่องของเซียนปรุงโอสถหมุนวนวิเคราะห์คำพูดของเขาอย่างรวดเร็ว ตลอดหลายวันที่ผ่านมา หลินหว่านใช้ความรู้ด้านสมุนไพรและมิติฟาร์มลึกลับในการสร้างรายได้ลับๆ ผ่านตลาดมืด พร้อมทั้งจัดการดัดหลังคนตระกูลจางสายรองที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อได้อย่างเจ็บแสบจนพวกมันแทบกระอักเลือด แต่เธอกลับไม่เคยประมาทเรื่องความปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย จางหยางสาวเท้าเข้ามาใกล้ภรรยา ร่างกายกำยำในชุดเสื้อกั๊กสีเขียวทหารขยับเข้ามาบังแสงไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าดจนเกิดเป็นเงาทอดยาว เขาเอื้อมมือหนาหยาบกร้านจากการฝึกฝนและจับงานหนักมาวางทาบลงบนไหล่บางเบา บีบเบาๆ เพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นและความห่วงใย "ป้าสะใภ้ใหญ่... และใครอีกหลายคนที่เริ่มจับตามองความเปลี่ยนแปลงของบ้านเรา" จางหยางกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ลดต่ำลงจนแทบเป็นเสียงกระซิบ "คุณก็รู้ว่ายุคนี้การทำตัวโดดเด่นเกินไป ไม่ใช่เรื่องดี หว่านหว่าน แป้งสาลีเนื้อละเอียดที่เธอเอามาทำหมั่นโถวเมื่อวาน น้ำตาลทรายขาวสะอาดตาที่เธอใช้ทำขนมให้เด็กๆ รวมถึงสมุนไพรหายากที่คุณนำไปขาย... คนพวกนั้นไม่ได้โง่ พวกเขาเริ่มสงสัยแล้วว่าของเหล่านี้มาจากไหน" หลินหว่านเม้มริมฝีปากแน่นอย่างใช้ความคิด ความจริงข้อนี้เธอย่อมตระหนักดีกว่าใคร ในยุคเจ็ดศูนย์ที่ทุกคนยังต้องใช้คูปองแลกซื้ออาหารประทังชีวิต ความอุดมสมบูรณ์ที่เธอหยิบยื่นออกมาจากมิติฟาร์มทีละเล็กทีละน้อย แม้จะพยายามระมัดระวังซ่อนเร้นเพียงใด แต่สำหรับสายตาของชาวบ้านผู้หิวกระหายและจ้องจะจับผิด มันย่อมเปรียบเสมือนแสงไฟสว่างวาบในคืนเดือนมืด "ฉันระวังตัวดีค่ะ..." หลินหว่านเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและประกายระยิบระยับของความมั่นใจ "แต่ถ้าใครคิดจะใช้เรื่องนี้มาเล่นงานฉัน หรือคิดจะขโมยฟาร์ม... เอ๊ย หมายถึงทรัพย์สินของครอบครัวเราล่ะก็ พวกมันคงต้องเตรียมตัวรับมือกับยาสุนัขบ้าสูตรพิเศษของฉันเสียก่อน" มุมปากของจางหยางกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ความตึงเครียดในบรรยากาศผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อได้เห็นความแสบสันต์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบงดงามราวกับภาพวาดของภรรยา เขาอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นใช้นิ้วโป้งเกลี่ยร่องแก้มที่มีรอยเขม่าควันจางๆ ออกให้อย่างทะนุถนอม "ผมรู้ว่าภรรยาผมเก่งกาจและเอาตัวรอดได้เสมอ..." จางหยางทอดถอนหายใจยาว แววตาฉายชัดถึงความคลั่งรักจนปิดไม่มิด "แต่ผมไม่อยากให้มือคู่นี้ต้องเปื้อนเรี่ยวแรงหรือไปแลกเปลี่ยนกับคนชั้นต่ำพวกนั้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเอง ใครหน้าไหนที่กล้าเข้ามาใกล้บ้านหลังนี้เพื่อสอดรู้สอดเห็น... ผมจะจัดการมันให้ราบคาบเอง" บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองอบอวลไปด้วยความหวานล้ำที่ตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับหัวข้อสนทนาอันตึงเครียด กลิ่นหอมหวานของน้ำซุปกระดูกหมูที่เริ่มเดือดพลั่านส่งกลิ่นเย้ายวนลอยอบอวลไปทั่วห้องครัว ช่วยเติมเต็มความอบอุ่นในหัวใจของหลินหว่านให้พองโตขึ้นอย่างประหลาด สามีหนุ่มนายทหารปลดประจำการคนนี้ ไม่เพียงแต่เป็นโล่กำบังอันแข็งแกร่งให้เธอในยามวิกฤต แต่ยังเป็นพื้นที่ปลอดภัยเดียวในโลกใบนี้ที่เธอกล้าจะทิ้งความระแวดระวังลงทั้งหมด "ถ้าอย่างนั้น..." หลินหว่านส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว มือเรียวเล็กยื่นไปจับแขนเสื้อของเขาเบาๆ "คืนนี้ฉันตั้งใจจะทำซุปกระดูกหมูตุ๋นโสมป่าใส่เห็ดหอมสดจากมิติ... เอ่อ จากป่าหลังเขาให้คุณบำรุงกำลังเสียหน่อย คุณช่วยเป็นลูกมือคอยเฝ้าหน้าเตาให้ฉันหน่อยนะคะ สามี" จางหยางหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาคมกริบมองภรรยาด้วยความรักใคร่ล้นปรี่ "เพื่อซุปฝีมือคุณ หว่านหว่าน ต่อให้ต้องเฝ้าเตาทั้งคืนผมก็ยินดี" ทว่า ในขณะที่ความอบอุ่นกำลังแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของคนทั้งคู่ เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอย่างกะทันหัน! *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* จังหวะการเคาะนั้นรัวเร็วและไร้มารยาทเสียจนน่าหงุดหงิด มันไม่ใช่เสียงเคาะของเพื่อนบ้านผู้มีไมตรีจิต แต่เป็นเสียงทุบประตูดุดันที่คุ้นเคยจนหลินหว่านและจางหยางขมวดคิ้วพร้อมกัน "เปิดประตูนะ! หลินหว่าน! ฉันรู้ว่าเธอยืนอยู่ข้างใน! กลิ่นอาหารหอมฟุ้งออกมาถึงหน้าบ้านขนาดนี้ อย่ามาทำเป็นหูทวนลมเปิดประตูเดี๋ยวนี้!" เสียงแหลมสูงที่แฝงด้วยความโลภและริษยาจนน่าสะอิดสะเอียนดังแว่วเข้ามาผ่านแผ่นไม้เก่าๆ ร่างของป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลจางปรากฏขึ้นในความคิดทัน จางหยางใบหน้าบึ้งตึงขึ้นมาในทันที ดวงตาคมดุฉายแววสังหารน่ากลัวขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาขยับตัวจะก้าวออกไปจัดการ แต่หลินหว่านกลับเอื้อมมือคว้าชายเสื้อของเขาไว้เสียก่อน เธอแย้มยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก แววตาของเซียนปรุงโอสถเปล่งประกายเจ้าเล่ห์ "อย่าเพิ่งค่ะจางหยาง..." หลินหว่านกระซิบเสียงหวานข้างหูเขา "ในเมื่อพวกมันอยากรู้นักว่าเราซ่อนอะไรไว้... เราก็ควรจะต้อนรับพวกมันให้สมเกียรติเสียหน่อยไม่ใช่หรือคะ?" เธอหันไปหยิบขวดกระปุกเซรามิกขนาดเล็กสีขาวนวลที่ซ่อนไว้มุมชั้นวางของ ข้างในบรรจุผงสมุนไพรฤทธิ์ระคายเคืองผิวหนังสูตรอ่อนโยน แต่รับรองว่าใครได้โดนเข้าไปจะต้องคันคะเยີจนดิ้นพล่านไปสามวันสามคืนอย่างสาสม จางหยางมองรอยยิ้มของภรรยาแล้วพลอยยิ้มตามด้วยความเอ็นดูระคนหวาดผวาเล็กน้อย... *ภรรยาเขานี่... ร้ายกาจขึ้นทุกวันจริงๆ* ทว่า ก่อนที่มือของหลินหว่านจะได้เอื้อมไปเปิดกลอนประตูไม้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครอีกคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากหน้าบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตกใจกลัวของป้าสะใภ้ใหญ่ที่หยุดชะงักไปกะทันหัน "แม่! แม่รีบมาดูนี่เร็วเข้า! ผู้ตรวจการจากตัวอำเภอ... มาอยู่ที่หน้าบ้านเราแล้ว!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับแผนการเอาคืนสุดสะใจของหลินหว่านนะคะ ไป๋เป่าเปาของแม่สัญญาว่าจะเสิร์ฟความฟิน ความระทึก และความเข้มข้นแบบวางไม่ลงให้ทุกท่านในตอนหน้าอย่างแน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%