เสียงรองเท้าหนังขัดมันกระทบพื้นดินอัดแน่นดัง ‘กรับๆ’ ท่าجกลางความเงียบงันของลานกว้างหน้าบ้านตระกูลจาง ราวกับค้อนเหล็กที่ตอกย้ำความตื่นตระหนกในใจของทุกคนให้หยุดนิ่ง
ป้าสะใภ้ใหญ่ที่อ้าปากค้างค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ค่อยๆ หุบปากลงช้าๆ นัยน์ตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความหวาดหวั่นระคนไม่เชื่อสายตา เมื่อร่างสูงสง่าในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีเขียวเข้มของนายทหารยศสูง ก้าวลงมาจากรถจี๊ปทางราชการคันนั้น ไหล่กว้างเหยียดตรง ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้มทว่าแฝงไปด้วยรัศมีกดดันที่ทำเอาผู้คนรอบข้างต้องหายใจไม่ทั่วท้อง
นั่นไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือจางหยาง สามีผู้ที่ใครๆ ในหมู่บ้านต่างกะเกณฑ์ว่าคงกลายเป็นคนพิการไร้อนาคตไปเสียแล้ว!
หลินหว่านกะพริบตาช้าๆ ความเย็นเยียบที่เคยเกาะกุมปลายนิ้วเมื่อครู่ มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย แทนที่ด้วยความอบอุ่นคุ้นเคยที่แผ่ซ่านมาจากเบื้องหลัง เมื่อร่างสูงใหญ่ของสามีเดินเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง พร้อมกับมือหนาหยาบกร้านที่เอื้อมมาคว้ามือเรียวของนางไปกุมไว้หลวมๆ ทว่ามั่นคง
“สะใภ้รองของฉัน... มีสามีเป็นถึงนายทหารยศใหญ่กลับมาเชียวหรือนี่?” เสียงกระซิบกระซาบของชาวบ้านดังขึ้นระงม ความอิจฉาริษยาและเสียงชื่นชมตีคู่กันมาราวกับผึ้งแตกตรัง
จางหยางกวาดสายตาคมกริบมองรอบบริเวณ ปรากฏการณ์ความกดดันระดับสนามรบแผ่ซ่านออกไปชั่วขณะ จนทำให้ป้าสะใภ้ใหญ่ถึงกับก้าวถอยหลังไปสามก้าวโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่เขาจะหันมามองภรรยาตัวน้อยด้วยสายตาที่อ่อนลงจนแทบหยดเป็นน้ำ ความห่วงใยฉายชัดในแววตาคู่คมนั้น
“ฉันกลับมาแล้ว หว่านหว่าน… เหนื่อยหน่อยนะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา มีเพียงคนทั้งสองที่ได้ยิน
หลินหว่านเม้มปากน้อยๆ ก่อนจะยิ้มรับบางๆ ในใจพลันรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก การมีสะพานเชื่อมความปลอดภัยเช่นนี้ในยุคเจ็ดศูนย์ที่กฎหมายยังไม่ครอบคลุมทั่วถึง ถือเป็นเกราะคุ้มภัยชั้นยอด แต่นางหาใช่สตรีอ่อนแอที่ต้องพึ่งพาบุรุษแต่เพียงอย่างเดียวไม่... ในเมื่อมิติลับในห้วงสำนึกของนางกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าอัศจรรย์
ค่ำคืนนั้น หลังจากการเผชิญหน้าที่จบลงด้วยความพ่ายแพ้ราบคาบของบ้านใหญ่ หลินหว่านก็ปลีกตัวเข้ามาในมิติลับทันทีที่ประตูห้องนอนปิดสนิท
ภาพเบื้องหน้าทำให้นางต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ
หมอกสีขาวจัดที่เคยล้อมรอบพื้นที่เพาะปลูก บัดนี้ถอยร่นออกไปอีกเกือบเท่าตัว! พื้นที่ดินสีดำสนิทที่อุดมไปด้วยพลังปราณวิญญาณขยายวงกว้างออกไปจนสุดสายตา บ่อน้ำทิพย์ส่งเสียงไหลรินก้องกังวานยิ่งกว่าเดิม ผิวน้ำใสราวกระจกสะท้อนประกายแสงเรืองรองจางๆ ราวกับมีดวงดาวนับพันซ่อนอยู่ก้นบ่อ
สิ่งที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่า คือแปลงสมุนไพรโสมคนและหลินจือที่นางเพิ่งเพาะปลูกไว้เมื่อไม่กี่วันก่อน บัดนี้พวกมันมิได้เติบโตขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่รากแก้วอวบอ้วนหนาแน่น ใบสีเขียวเข้มเป็นมันวาวแผ่ขยาย แผ่กลิ่นอายสมุนไพรล้ำค่าตลบอบอวลไปทั่วทั้งมิติ จนแค่วูดสูดหายใจเข้าไปเพียงเฮือกเดียว ลมปราณในร่างกายของหลินหว่านก็หมุนวนอย่างรวดเร็วราวกับทะลวงจุดชีพจรได้ด้วยตนเอง
“มิติขยายตัวขึ้น… และอัตราเร่งเวลาเพิ่มขึ้นอย่างน้อยห้าเท่า” หลินหว่านพึมพำกับตัวเองด้วยความตื่นเต้น หัวใจเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่อยู่
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเหลือเชื่อ แต่มันคือขุมทรัพย์มหาศาล! ในยุคที่ข้าวยากหมากแพง ผู้คนอดอยากปากแห้ง แต่นางกลับมีแปลงเกษตรวิเศษที่สามารถผลิตพืชผลชั้นเลิศและสมุนไพรล้ำค่าได้ในชั่วข้ามคืน การสร้างเนื้อสร้างตัวเพื่อหลุดพ้นจากตระกูลจางสายหลักและการก้าวขึ้นเป็นเศรษฐินีแห่งยุคปฏิรูปเศรษฐกิจ อยู่แค่เอื้อมมือเท่านั้น
ไม่รอช้า นางลงมือเก็บเกี่ยวข้าวสาลีสายพันธุ์พิเศษที่รวงอวบอิ่มจนหนักกิ่ง กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดธัญพืชบริสุทธิ์ลอยแตะจมูก ท้องฟ้าในมิติจำลองสว่างไสวด้วยแสงนวลตา ขณะที่สองมือเรียวจัดการคัดแยกเมล็ดพันธุ์และนำสมุนไพรคุณภาพเยี่ยมลงแช่ในน้ำทิพย์เพื่อเตรียมแปรรูป
ในขณะเดียวกัน นอกมิติ... เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบาๆ
ก๊อกๆ
“หว่านหว่าน หลับหรือยัง?” เสียงทุ้มของจางหยางดังลอดเข้ามา
หลินหว่านรีบดึงสติออกจากมิติ ก้าวออกมาปรากฏตัวในห้องนอนจริง จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วเดินไปเปิดประตู ร่างสูงใหญ่ของสามีทหารยืนรออยู่ พร้อมกับถาดไม้ที่มีชามกระเบื้องหยาบส่งกลิ่นหอมกรุ่นของน้ำแกงไก่ตุ๋นยาจีนโชยมาแตะจมูก
“ดึกแล้ว ทำไมยังไม่นอนคะ?” หลินหว่านเอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเขายังคงสวมเสื้อกล้ามเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วนที่ชุ่มเหงื่อจางๆ ราวกับเพิ่งไปฝึกซ้อมร่างกายมา
“ฉันเห็นเธอยังไม่นอน… เกรงว่าเธอจะคิดมากเรื่องวันนี้” จางหยางวางชามกระเบื้องลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่า แววตาคมกริบฉายแววอ่อนโยนยามมองภรรยา “ฉันไปขอไก่ป่ามาจากค่ายทหาร ตุ๋นกับโสมป่าที่เธอเคยเก็บไว้... กินเสียหน่อย เธอน้ำหนักลดลงไปมากตั้งแต่ฉันไม่อยู่”
คำพูดห้วนๆ สไตล์ชายชาติทหาร ทว่าแฝงไว้ด้วยความใส่ใจอย่างลึกซึ้ง ทำให้หัวใจของหลินหว่านที่เคยแข็งกระด้างจากการต่อสู้ดิ้นรนในสองโลกเกิดอาการไหววูบอย่างห้ามไม่อยู่
นางก้มมองชามแกงไก่ตุ๋น น้ำซุปสีทองใสสะอาดลอยหน้าด้วยสมุนไพรจีนชั้นดี กลิ่นหอมกรุ่นกระตุ้นต่อมรับรสจนน้ำลายสอ... ทว่า ทันใดนั้นเอง ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของเซียนปรุงโอสถก็กระตุกวูบ
กลิ่นอายบางอย่างจากสมุนไพรในชามแกง... มันมิใช่โสมป่าธรรมดาที่นางจำได้!
หลินหว่านเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี นัยน์ตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความสงสัยระคนจับผิด “จางหยาง... โสมในชามนี้ ท่านเอามาจากไหนกันแน่? กลีบรากแบบนี้ สีสันแบบนี้ มันไม่ใช่โสมอายุห้าปีทั่วไปแน่ๆ”
จางหยางชะงักไปเล็กน้อย มุมปากหนากระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่หายากยิ่ง ดวงตาคมกริบพินิจมองภรรยาสำรวจราวกับกำลังค้นหาความลับ
“ถ้าฉันบอกว่า... ฉันบังเอิญเจอแปลงโสมประหลาดบนภูเขาหลังค่าย ที่จู่ๆ ก็งอกงามขึ้นมาพันปีในคืนเดียว เธอจะเชื่อฉันไหมล่ะ หว่านหว่าน?”
คำพูดนั้นทำให้หลินหว่านชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ
*หรือว่า... สามีของนาง จะล่วงรู้ความลับบางอย่างของมิติลับเข้าแล้ว?!*
รี้ดเดอร์ที่รักคะ มาร่วมลุ้นไปพร้อมกันนะคะว่าความลับของหลินหว่านจะถูกเปิดเผยหรือไม่ และค่ำคืนนี้สองสามีภรรยาจะจัดการกับหัวใจที่เต้นรัวนี้อย่างไรดี!
(ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" เสมอมานะคะ)
เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์•ตอนที่ 24
มิติค่อยๆ ขยาย
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!