เสียงไม้กวาดฟางกระทบพื้นดินอัดแน่นดัง ‘สวบ... สวบ...’ อย่างจงใจให้เกิดเสียงน่ารำคาญ เป็นกลยุทธ์ตื้นเขินของสะใภ้ใหญ่บ้านตระกูลจาง ที่ตั้งใจมาป้วนเปี้ยนอยู่หน้าประตูห้องครัวของหลินหว่านตั้งแต่ไก่โห่ เพื่อขัดขวางไม่ให้หญิงสาวได้จัดเตรียมสมุนไพรและวัตถุดิบสำหรับทำ ‘แป้งทอดไส้หมูเหหอม’ ไปส่งที่ตลาดมืดในอำเภอ
แต่หลินหว่านไม่ใช่หลินหว่านคนเดิมผู้เงียบงامและยอมให้ใครรังแกอีกต่อไปแล้วค่ะ
ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย มือเรียวบางที่กำลังนวดแป้งสาลีเนื้อเนียนนุ่มหยุดชะงักลงครู่หนึ่ง ก่อนจะวางน้ำหนักลงบนก้อนแป้งด้วยความมั่นคง กลิ่นหอมกรุ่นของยี่หั๋กและพริกเสฉวนที่คั่วจนหอมกรุ่นลอยฟุ้งกลบกลิ่นอับชื้นยามเช้าในห้องครัวแคաբๆ นี้จนหมดสิ้น รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว เมื่อเงามืดของสะใภ้ใหญ่ยังคงเงื้อไม้กวาดทำทีเป็นกวาดฝุ่นเข้าหาประตูครัวของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"ถ้าพี่สะใภ้ใหญ่ว่างงานมากนัก จนไม่มีปัญญาอบรมลูกชายตัวเองให้เลิกนิสัยมือยาวสาวได้ จนต้องมาเดินกวาดฝุ่นหน้าครัวคนอื่นอย่างไร้แก่นสารล่ะก็... ฉันแนะนำให้เอาเวลาไปซ่อมแซมหลังคาบ้านตัวเองดีกว่านะคะ ฝนทำท่าจะตกหนักอยู่รอมร่อ เดี๋ยวข้าวของขึ้นราแล้วจะไม่มีอะไรกินจนต้องมาขอส่วนบุญบ้านเราอีก"
เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราายใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังลอดม่านผ้าเก่าๆ ออกไป สะใภ้ใหญ่สะดุ้งโหยงจนไม้กวาดเกือบหลุดมือ ใบหน้ายับย่นด้วยความโกรธเกรี้ยวบิดเบี้ยวทันที นางถลึงตาใส่ประตูไม้แล้วถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างเดือดดาล
"หลินหว่าน! แกกล้าดี,นagสารเลว! ปากคอเราะร้ายนักนะ! คิดว่าทำตัวเป็นแม่ค้าตลาดมืดแล้วจะปีกกล้าขาแข็งรึไง แกอย่าลืมนะว่าข้าวสารในหม้อที่แกกินอยู่ทุกวันนี้ มันมาจากไร่นาของตระกูลจาง!"
"ตระกูลจางงั้นหรือคะ?" หลินหว่านแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอเดินนวยนาดถือตะหลิวเหล็กเก่าๆ ออกมาเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย ดวงตาคู่คมกวาดมองผู้เป็นพี่สะใภ้หัวหมอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาสสมเพช "ตั้งแต่ฉันแต่งเข้ามา บ้านหลังนี้เคยแบ่งข้าวสารให้ฉันสักเม็ดไหมคะ? หรือมีแต่พวกท่านคอยมาสูบเลือดสูบเนื้อ ขโมยแม้กระทั่งแป้งทำอาหารที่สามีฉันส่งเงินมาให้ซื้อ! ถ้ายังไม่อยากให้ฉันเอาบัญชีหนี้สินที่พวกท่านเคยยืมเงินสามีฉันไปประกาศประจานให้คนทั้งคอมมูนรู้ความหน้าด้านของบ้านใหญ่ ก็ไสหัวไปให้พ้นจากหน้าครัวของฉันซะ!"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาและหลักฐานเชิงประจักษ์ที่หลินหว่านจ้องมองอย่างเอาเรื่อง ทำเอาสะใภ้ใหญ่หน้าซีดเผือด นางรู้ดีว่าสามีของหลินหว่านอย่างจางหยางนั้นกุมหลักฐานการกู้ยืมเงินและพฤติกรรมฉ้อฉลของบ้านใหญ่เอาไว้หมด หากเรื่องนี้หลุดไปถึงมือกรรมการหมู่บ้าน มีหวังพวกนางได้อับอายจนเอาปี๊บคลุมหัวแน่ สุดท้ายสะใภ้ใหญ่จึงได้แต่ฮึดฮัดสะบัดก้นเดินหนีไปอย่างพ่ายแพ้ พร้อมกับเสียงด่าทอไล่หลังเบาๆ
หลินหว่านถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เธอหันกลับมาจัดการกับแป้งทอดไส้หมูสับผสมเห็ดหอมในมิติฟาร์มที่เธอแอบเอาออกมาผัดคลุกเคล้ากับเครื่องเทศสูตรลับเฉพาะจากตำราโอสถโบราณ กลิ่นหอมเย้ายวนใจขจรขจายไปทั่วบริเวณจนคนละแวกนั้นเริ่มกลืนน้ำลาย
ในขณะเดียวกัน ร่างสูงใหญ่ของจางหยางที่เพิ่งกลับจากการซ้อมลาดตระเวนรอบภูเขา ก็ก้าวเข้ามาในรั้วบ้านด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบกวาดมองภรรยาคนสวยที่กำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารด้วยความห่วงใย เขาเดินเข้ามาเงียบๆ ก่อนจะสวมกอดเอวบางจากด้านหลังอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าคร่ำเคร่งไอร้อนผ่าวซบลงที่ลาดไหล่บางสูดดมกลิ่นกายหอมละมุนปนกลิ่นเครื่องเทศจางๆ
"เหนื่อยไหมครับ... ผมจัดการไอ้พวกอันธพาลที่คอยมาดักรอรีดไถเงินค่าคุ้มครองเธอที่ปากทางหมู่บ้านเรียบร้อยแล้วนะ พวกมันคงไม่กล้ามากล้ำกรายเธออีก" เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างใบหู พร้อมกับมือหนาที่ช่วยหยิบกระดาษห่ออาหารอย่างคล่องแคล่ว
หลินหว่านชะงักไปนิด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะกับความอบอุ่นที่ชายหนุ่มมอบให้เสมอมา เธอเอี้ยวตัวกลับไปมองสบตากับสามีผู้คลั่งรัก ปลายจมูกของเขายังมีเหงื่อซึมเล็กน้อยจากการใช้กำลังปกป้องเธอ หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปหยิบผ้าขนหนูมาซับเหงื่อให้เขาอย่างเบามือ
"คุณนี่นะ... ทำอะไรไม่ปรึกษาฉันก่อนเลย ถ้าพวกมันบาดเจ็บหนักแล้วเอาคืนคุณล่ะคะ?" น้ำเสียงของเธอแม้จะเจือแววตำหนิ แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยความห่วงใยและซาบซึ้งใจ
"ให้ผมยอมให้พวกมันมองเธอด้วยสายตาแทะโลม หรือปล่อยให้เธอเหนื่อยอยู่คนเดียว สู้ให้ผมหักกระดูกพวกมันซะยังดีกว่าครับ" จางหยางเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากอิ่มของภรรยาด้วยความหลงใหลจนหลินหว่านต้องรีบเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอาย
"คนบ้า... พูดอะไรก็ไม่รู้ ไปล้างมือได้แล้วค่ะ แป้งทอดรอบนี้เสร็จพอดี เดี๋ยวเราต้องรีบเอาไปส่งที่ตลาดมืดให้ทันเวลาก่อนที่พวกสารวัตรกาลเทศะจะตรวจค้น"
บรรยากาศอันอบอุ่นและหวานชื่นในครัวเล็กๆ ถูกขัดจังหวะลงด้วยเสียงเคาะประตูรั้วด้านนอกที่ดังขึ้นอย่างรุนแรงและกระชั้นชิด ผิดวิสัยชาวบ้านทั่วไป
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"เปิดประตู! เจ้าหน้าที่ตรวจการตลาดมืดได้รับรายงานว่าบ้านหลังนี้มีการลักลอบค้าขายสินค้าผิดกฎหมาย! จงเปิดประตูให้ตรวจค้นเดี๋ยวนี้!"
เสียงตะโกนห้าวหาญของชายแปลกหน้าดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างของคนหลายคนทาบทับลงบนบานประตูไม้เก่าๆ จางหยางขมวดคิ้วมุ่นทันที ดวงตาคมเปลี่ยนเป็นดุดันราวนักล่าที่พร้อมขย้ำเหยื่อ ส่วนหลินหว่านกลับนิ่งสงบ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง... ดูท่าว่าศัตรูเบื้องหลังคงทนไม่ไหวจนต้องส่งหมาล่าเนื้อชุดใหญ่มาจัดการเธอถึงบ้านเสียแล้วสิคะ
ติชมและให้กำลังใจ "ไป๋เป่าเปาของแม่" ได้เสมอนะคะ
เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์•ตอนที่ 13
จุดจบของความอดทน
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!