กลิ่นหอมฉุนของพริกเสฉวนคั่วแห้งผสมผสานกับความเผ็ดร้อนของขิงแก่และเครื่องเทศนานาชนิดลอยตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวดินเผา แม้จะเป็นยามวิกาลที่ชาวบ้านทั่วทั้งหมู่บ้านหงXิงต่างหลับใหลไปหมดแล้ว แต่เงาร่างเพรียวบางของหญิงสาวกลับยังคงงดงามและเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วหน้าเตาไฟ
หลินหว่านปาดเหงื่อที่ผุดพรายตามกรอบหน้าเรียวสวยด้วยหลังมือ ดวงตากลมโตคู่คมฉายแววเด็ดเดี่ยวและเป็นประกายระยับยามมองหม้อต้มโอสถขนาดใหญ่ที่กำลังเดือดปุดๆ ในมิติฟาร์ม น้ำมันพืชชั้นดีที่เคี่ยวกับสมุนไพรจีนสูตรลับเฉพาะกำลังส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจ ชนิดที่หากใครได้กลิ่นเป็นต้องน้ำลายสอ
"หว่านหว่าน... ดึกมากแล้ว เจ้าควรพักผ่อนเสียบ้าง"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากความมืดตรงประตูก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของจางหยางจะก้าวเข้ามา ชายหนุ่มในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวทหารเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรีที่เปียกชุ่มด้วยเหงื่อจากการผ่าฟืน เขามองภรรยาคนสวยด้วยสายตาที่เจือความห่วงใยและ... ความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด
หลินหว่านเหลือบสายตาไปมองสามี มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทัน นางยื่นช้อนกระเบื้องตักน้ำมันพริกสูตรพิเศษที่เคี่ยวเสร็จใหม่ๆ เป่าให้หายร้อนเล็กน้อยก่อนจะยื่นไปจ่อริมฝีปากของเขา "ลองชิมดูสิคะพี่จาง... ว่ารสชาตินี้พอจะทำให้พ่อค้าคนกลางที่อำเภอ ยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินไม่อั้นหรือยัง"
จางหยางชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ก่อนจะก้มลงรับช้อนนั้นเข้าปาก รสชาติเผ็ดร้อน กลมกล่อม และหอมเครื่องเทศกระจายซ่านไปทั่วโพรงปาก รสสัมผัสที่ซับซ้อนแต่ลงตัวนี้ทำให้ชายหนุ่มผู้ผ่านศึกสงครามมาโชกโชนถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
"อร่อย..." จางหยางเอ่ยเสียงแหบพร่า ไม่ใช่เพราะรสชาติของอาหารอย่างเดียว แต่เป็นเพราะแววตาเป็นประกายของภรรยาที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะ "ฝีมือเจ้า... ไม่มีทางที่ใครจะปฏิเสธลงแน่"
"ถ้าอย่างนั้นแผนการของเราในวันพรุ่งนี้ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้วค่ะ" หลินหว่านวางช้อนลง นางหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับสามี ดวงตากวาดมองวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมในมิติฟาร์มที่ถูกแปรรูปเป็น "น้ำพริกสมุนไพรสารพัดนึก" และ "ผงปรุงรสวิเศษ" หลายสิบโหล
ยุคเจ็ดศูนย์ที่ผู้คนยังปากกัดตีนถีบและขัดสนเรื่องอาหารการกินเช่นนี้ เครื่องปรุงรสที่ช่วยชูรสชาติอาหารให้โอชาและบำรุงร่างกายไปในตัว ถือเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยชั้นยอดที่เหล่าพ่อค้าตลาดมืดและเถ้าแก่ร้านอาหารในอำเภอจะต้องแย่งกันซื้ออย่างแน่นอน และนี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างอาณาจักรธุรกิจของนาง!
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสีส้มอ่อนทอประกายกระทบกับผืนนาขั้นบันได จางหยางจัดการผูกลังไม้บรรจุสินค้าอย่างแน่นหนาไว้ท้ายรถจักรยานคู่ใจ หลินหว่านในชุดเสื้อผ้าสะอาดสะอ้าน สวมหมวกฟางใบย่อมเพื่อบังแดด ยืนตรวจความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้ายก่อนออกเดินทาง
"จำไว้นะคะพี่จาง วันนี้เราจะไปที่ตรอกค้าส่งฝั่งตะวันตกของอำเภอ หาคนที่มีอิทธิพลพอจะซื้อสินค้าล็อตใหญ่รวดเดียว ไม่ขายปลีกเด็ดขาดเพราะเราต้องการเงินก้อนโตเพื่อใช้กว้านซื้อที่ดินแปลงท้ายหมู่บ้าน" หลินหว่านกระซิบเสียงเบาขณะนั่งซ้อนท้ายจักรยาน ร่างกายแนบชิดกับแผ่นหลังกว้างของสามี
"วางใจเถอะ พี่จัดการเอง" จางหยางเอ่ยสั้นๆ แต่หนักแน่น สองมือแกร่งปั่นจักรยานทะยานออกจากหมู่บ้านมุ่งหน้าสู่อำเภอด้วยความเร็วและมั่นคง
การเดินทางใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงเต็ม เมื่อมาถึงตรอกค้าส่งฝั่งตะวันตกบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ผู้คนเดินขวักไขว่ เสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนเร่ขายของดังเซ็งแซ่ หลินหว่านกวาดสายตามองหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งสะดุดตากับร้านอาหารขนาดกลางแห่งหนึ่งที่มีป้ายไม้เก่าๆ เขียนว่า "ภัตตาคารหอมหมื่นลี้" แม้ภายนอกจะดูทรุดโทรม แต่กลิ่นอายความเก่าแก่และจำนวนลูกค้าที่ต่อคิวหน้าร้านบ่งบอกว่าที่นี่ไม่ธรรมดา
"เราจะเข้าทางนี้แหละค่ะ" หลินหว่านสะกิดแขนสามี
จางหยางพยักหน้ารับ เขาจูงจักรยานเดินตามภรรยาเข้าไปในตรอกแคบด้านหลังร้าน ซึ่งเป็นทางเข้าของวัตถุดิบและพ่อครัว ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเข้าไปประชิดประตูหลังร้าน เสียงตวาดแหลมสูงคุ้นหูก็แผดดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
"หยุดนะ! สองผัวเมียอัปยศ บ้านตระกูลจางพวกแกกล้าดียังไงถึงมาเดินลอยชายอยู่ที่นี่! หรือว่าแอบลักขโมยของในบ้านมาขายกินกันแน่!"
ร่างอ้วนท้วนของป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลจางก้าวออกมาจากซอกตึก สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและเกลียดชัง ข้างกายยังมีหลุมดำแห่งความน่ารำคาญอย่างลูกพี่ลูกน้องจางเฉียงยืนยิ้มเยาะเย้ยถือท่อนไม้เตรียมหาเรื่องอยู่ไม่ห่าง สายตาของพวกมันมองมาที่ลังไม้ท้ายรถจักรยานด้วยความโลภอย่างเปิดเผย
จางหยางแววตาเย็นเยียบลงทันที ร่างสูงก้าวขึ้นไปยืนบังภรรยาไว้มิดชิด บรรยากาศรอบตัวแผ่รังสีสังหารกดดันจนสองแม่ลูกตระกูลจางต้องผอยถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความหวาดกลัว
ทว่า ก่อนที่ฝ่ายนั้นจะได้ทันโวยวายอะไร ประตูไม้ด้านหลังภัตตาคารหอมหมื่นลี้ก็เปิดผางออกมา พร้อมกับร่างของชายวัยกลางคนสวมชุดพ่อครัวใหญ่สีขาวใบหน้าเคร่งเครียด เขากวาดสายตามองความวุ่นวายตรงหน้าด้วยความหงุดหงิด ก่อนที่จมูกจะได้กลิ่นบางอย่าง...
เถ้าแก่ร้านอาหารชะงักกึก จมูกฟุตฟิดสูดดมอากาศลึกๆ ดวงเบิกกว้างขึ้นทันทีเมื่อกลิ่นหอมล้ำลึกของเครื่องเทศและพริกคั่วเตะเข้าที่โสตประสาทอย่างจัง เขารีบก้าวฉับๆ ตรงเข้ามาหาหลินหว่านโดยไม่สนใจป้าสะใภ้ใหญ่เลยแม้แต่น้อย
"กลิ่นนี่มัน... กลิ่นอะไรกัน! เจ้าหนู... ในลังไม้ของพวกเธอมีอะไรอยู่ บอกฉันมาเดี๋ยวนี้!"
ติชมและให้กำลังใจ "ไป๋เป่าเปาของแม่" ได้เสมอนะคะ
เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์•ตอนที่ 14
เริ่มต้นธุรกิจใหญ่
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!