เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์•ตอนที่ 20

การยอมรับจากครอบครัวพระเอก

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
"สะใภ้รอง... ถ้าวันนี้แกทำอาหารจืดชืดไม่มีรสชาติเหมือนคนป่วยใกล้ตายอีก ฉันจะให้พี่รองของแกหย่ากับแกเสียให้รู้แล้วรู้รอด!" เสียงกระแทกชามกระเบื้องเคลือบแตกดัง 'เคร้ง!' บนโต๊ะไม้เก่าๆ กลางห้องโถงบ้านตระกูลจาง สะท้อนความไม่พอใจของ 'แม่เฒ่าจาง' ผู้กุมอำนาจสูงสุดในบ้านหลังนี้ สายตาฝ้าฟางที่ผ่านโลกมามากกวาดมองหลินหว่านด้วยความเยียบเย็นและรังเกียจเดียดฉันท์ ความที่หลinหว่านเป็นหญิงสาวจากเมืองหลวงที่พลัดพรากมาแต่งงานในชนบทห่างไกล ทำให้แม่เฒ่ามองว่าเธอเป็นเพียง 'คุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ' ทำอะไรก็ไม่เป็น แถมยังผลาญเสบียงในบ้านไปวันๆ หลินหว่านไม่แม้แต่จะกะพริบตา เธอก้มมองเศษชามกระเบื้องที่แตกกระจายอยู่แทบเท้า ก่อนจะเงยหน้าสบตากับแม่เฒ่าจางนิ่งๆ รอยยิ้มบางเบาแต่ทรงพลังปรากฏขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว "ถ้าอาหารที่ลูกสะใภ้คนนี้ทำทำให้คุณแม่ไม่พอใจในวันนี้..." หลินหว่านเว้นจังหวะ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวกับใบมีดซ่อนในแพรไหม "ตระกูลจางอาจจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตที่เกือบจะขับไล่แม่ครัวมือหนึ่งที่หาไม่ได้อีกแล้วในมณฑลนี้ออกไปค่ะ" คำพูดที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจเกินร้อยทำให้บรรยากาศในห้องโถงชะงักงัน จางหยางที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่ก้าวเข้ามาบังร่างภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาคมกริบทอประกายดุดันปกป้องภรรยาอย่างชัดเจน "แม่ครับ หว่านหว่านเหนื่อยมาทั้งวัน เรื่องอาหารปล่อยให้เธอจัดการเถอะครับ" แม่เฒ่าจางแค่นเสียงหึในลำคอ "ปกป้องนักนะไอ้ลูกคนนี้! ดี... งั้นก็แสดงให้ฉันดูสิ ว่าผู้หญิงมือไม่เคยจับสากกระเบืออย่างแก จะเสกอะไรขึ้นมาบนโต๊ะอาหารได้!" หลินหว่านไม่ได้โต้เถียง เธอหมุนตัวเดินเข้าสู่ห้องครัวที่คับแคบ ทันทีที่ประตูปิดลง ความกดดันภายนอกก็ถูกตัดขาด มิติลับในห้วงจิตสำนึกของเธอสั่นไหวเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวสวยแตะเบาๆ ที่อากาศว่างเปล่า พลันปรากฏวัตถุดิบชั้นเลิศที่ไม่มีทางหาได้ในยุคขาดแคลนนี้ ทั้งหมูสามชั้นคัดพิเศษติดมันสามชั้นสลับเนื้อแดงสวยงาม สมุนไพรจีนโบราณบำรุงกำลังที่เก็บรักษาด้วยพลังงานวิญญาณ และเห็ดหอมป่าสดฉ่ำที่เพิ่งเก็บจากแปลงเกษตรในมิติ ในยุคเจ็ดศูนย์ที่ทุกคนต้องประหยัดอดออมและกินแต่แป้งข้าวโพดหยาบๆ กับผักต้มเค็มๆ หลินหว่านกลับเลือกใช้กลยุทธ์ 'การเยียวยากระเพาะอาหาร' เพื่อพิชิตใจคนในครอบครัวสายแข็งอย่างตระกูลจาง เตาถ่านถูกจุดขึ้นอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นหอมของน้ำตาลทรายแดงที่ถูกเคี่ยวจนละลายกลายเป็นคาราเมลสีอำพันเริ่มส่งกลิ่นหอมหวานอบอวล ตามด้วยการลงมือทำเมนูเด็ดที่สะท้อนฝีมือระดับปรมาจารย์ 'หมูตุ๋นพะโล้ฮ่องเต้' และ 'ซุปไก่ดำตุ๋นโสมป่า' เสียงฉ่าของเนื้อหมูที่กระทบกับน้ำมันหมูร้อนๆ ในกระทะเหล็กใบเก่า ส่งเสียงเร้าใจราวกับดนตรีประสานเสียง หลินหว่านควบคุมไฟอย่างแม่นยำ เติมเหล้าจีน ขิงแก่ พริกไทยเม็ด และเครื่องเทศลับจากมิติฟาร์มลงไป กลิ่นหอมล้ำลึกของเครื่องพะโล้ที่ผสมผสานกับความหวานฉ่ำของเนื้อหมูค่อยๆ ฟุ้งกระจายผ่านรอยแยกของประตูห้องครัว ลอยทะลักออกไปสู่ลานบ้านและห้องโถงใหญ่ ภายนอกห้องโถง... จมูกของพี่สะใภ้ใหญ่ที่นั่งรอเยาะเย้ยอยู่ถึงกับกระตุก เธอดมฟุดฟิดด้วยความงุนงง กลิ่นนี้มันคืออะไรกัน? ทำไมมันถึงหอมเย้ายวนใจจนต่อมน้ำลายในปากทำงานอย่างหนักหน่วงขนาดนี้? แม้แต่แม่เฒ่าจางที่ตั้งท่าจะต่อว่าต่อขาน ก็ยังเผลอหยุดชะงัก กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่โดยไม่รู้ตัว จางหยางยืนมองประตูห้องครัวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ภรรยาตัวน้อยของเขาไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ เวลาผ่านไปชั่วเคลิ้ม ภายในห้องครัวเต็มไปด้วยไอน้ำสีขาวกรุ่นและกลิ่นหอมที่ตลบอบอวลจนแทบจะกลายเป็นรูปธรรม หลินหว่านตักอาหารแต่ละจานใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตา สีสันของอาหารช่างตัดกันอย่างลงตัว หมูตุ๋นพะโล้สีน้ำตาลเงางามราวกับเคลือบด้วยอัญมณี ผัดผักเขียวสดกรอบ และซุปไก่ตุ๋นส่งควันร้อนฉุยที่อัดแน่นด้วยคุณค่าทางโภชนาการ เธอค่อยๆ ยกถาดอาหารออกมาวางไว้บนโต๊ะไม้กลางบ้าน กลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องจนทุกคนต้องหันมามองเป็นตาเดียว ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรออกมา เพราะภาพตรงหน้ามันช่างเกินกว่ามาตรฐานของอาหารชาวบ้านยุคเจ็ดศูนย์ไปไกลลิบลิ่ว แม่เฒ่าจางจ้องมองชามหมูตุ๋นพะโล้สลับกับหน้าสะใภ้รอง มือที่ถือตะเกียบสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจแกFความตะกละ หล่อนพยายามรักษาฟอร์มทำเป็นขมวดคิ้ว "นี่... แกไปเอาเนื้อดีขนาดนี้มาจากไหน? อย่าบอกนะว่าไปแอบขโมยเสบียงของสหกรณ์หมู่บ้านมา!" "คุณแม่คะ ของทุกชิ้นในนี้ได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงและความสามารถของฉันเองค่ะ ไม่ได้ผิดกฎหมายและไม่ได้ทำให้ตระกูลจางต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างแน่นอน" หลินหว่านตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น เธอยื่นตะเกียบให้แม่เฒ่า "ลองชิมดูสิคะ แล้วค่อยตัดสินว่าลูกสะใภ้คนนี้ควรค่าแก่การอยู่ในบ้านหลังนี้หรือไม่" แม่เฒ่าจางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นหอมเย้ายวนนั้นเอาชนะความอคติในใจไปจนหมดสิ้น หล่อนตัดสินใจคีบชิ้นหมูสามชั้นเข้าปากเป็นคำแรก... วินาทีที่ฟันกระทบลงไป เนื้อหมูก็แทบจะละลายหายไปในปากทันที ความหวานกลมกล่อมของซอสพะโล้ที่ซึมลึกถึงชั้นไขมันและเนื้อแดง ผสมผสานกับความหอมของเครื่องเทศจีนโบราณกระจายซ่านไปทั่วต่อมรับรส รสชาติที่ล้ำลึกและอบอุ่นหัวใจนี้ ทำให้แม่เฒ่าจางถึงกับเบิกตากว้าง มือที่ถือตะเกียบหยุดชะงัก คล้ายกับคนกำลังรำลึกถึงรสชาติอาหารฝีมือมารดาในวัยเด็กที่ไม่ได้สัมผัสมานานนับหลายสิบปี ทุกคนในโต๊ะลุ้นระทึกจนแทบไม่กล้าหายใจ จางหยางแอบอมยิ้มบางๆ เมื่อเห็นท่าทีของมารดา แม่เฒ่าจางกลืนเนื้อหมูลงคออย่างยากลำบาก หล่อนวางตะเกียบลงบนโต๊ะเสียงดัง 'กริ๊ก' ใบหน้ายับย่นตามวัยฉายแววซับซ้อน หล่อนหันมามองหลินหว่านด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง—ไม่ใช่ความรังเกียจเดียดฉันท์อีกต่อไป แต่เป็นความทึ่งและการยอมรับลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ความหยิ่งผยอง "อืม... รสชาติก็... พอกินได้" แม่เฒ่าจางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อรักษาฟอร์มความเป็นแม่สามีผู้เคร่งครัด "ถือว่าสอบผ่านก็แล้วกัน! แต่วันพรุ่งนี้แกต้องทำต้มยำปลาให้ฉันกินอีกนะ!" บรรยากาศในบ้านผ่อนคลายลงทันที รอยยิ้มโล่งอกปรากฏบนใบหน้าของทุกคน ยกเว้นก็แต่... ปัง! เสียงทุบประตูกระทบวงกบด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหว ขัดจังหวะความสุขบนโต๊ะอาหารอย่างกะทันหัน ตามด้วยเสียงตะโกนโวยวายด้วยความตื่นตระหนกของหัวหน้าหมู่บ้านที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาในบ้านตระกูลจาง "แย่แล้ว! จางหยาง! หลินหว่าน! เกิดเรื่องใหญ่ที่ตลาดมืดแล้ว! สินค้าโอสถบำรุงที่พวกเธอฝากขาย... มีคนกลุ่มใหญ่กำลังมาพังแผงค้า พร้อมกับประกาศกร้าวว่าจะยึดทุกอย่างเพราะหาว่าพวกเธอขายยาเถื่อน!" --- ขอขอบพระคุณรีดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%