“พี่สะใภ้ใหญ่... งั้นหรือ?”
เสียงทวนคำของหลินหว่านเจือแววเยียบเย็นเสียจนอุณหภูมิรอบกายราวกับลดฮวบลงไปหลายองศา ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองร่างของหญิงสาวที่ยืนบิดผ้าขี้ริ้วหน้าตื่นอยู่ตรงธรณีประตู รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่ปิดบัง เมื่อครู่ตอนที่นางกำลังงละมุนมือกับการคัดแยกโสมตังกุยอายุห้าสิบปีที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาจากมิติฟาร์ม กลิ่นอายความอิจฉาริษยาอันคุ้นเคยก็โชยมาแตะจมูกเสียก่อนที่เจ้าตัวจะทันเคาะประตูลานบ้านเสียอีก
สวีชุนฮวา สะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลจาง กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อสบเข้ากับดวงตาที่ราวกับมองทะลุปรุโปร่งของน้องสะใภ้รอง นางพยายามปั้นสีหน้าให้ดูน่าสงสารที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าริมฝีปากที่สั่นระริกกับมือไม้ที่ประสานกันแน่นกลับฟ้องชัดถึงความร้อนรน
“น้องรอง... เจ้าอย่าได้มองพี่สะใภ้ด้วยสายตาเช่นนั้นเลยนะ” สวีชุนฮวารีบก้าวเท้าเข้ามาในห้องครัว กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งสาลีผสมน้ำตาลทรายแดงที่หลินหว่านเพิ่งอบเสร็จหอมฟุ้งจนชวนน้ำลายสอ แต่วินาทีนี้แม่สามีจอมเค็มและพี่สะใภ้ใหญ่หาได้สนใจเรื่องกินไม่ เป้าหมายของพวกนางในยามนี้คือ ‘สูตรลับ’ สบู่สมุนไพรและแชมพูสูตรโบราณที่กำลังทำกำไรเป็นกอบเป็นกำในตลาดมืดอำเภอข้างเคียง
ข่าวลือเรื่องสะใภ้รองตระกูลจางกวาดเงินเข้าบ้านวันละหลายสิบหยวนแพร่สะพัดไปไวกว่าไฟลามทุ่ง ตระกูลจางสายใหญ่ที่เคยขับไล่ไสส่งครอบครัวของจางหยางให้ออกมาอยู่อย่างอัตคัดขัดสน บัดนี้กลับอกสั่นขวัญแขวนเมื่อเห็นบ้านดินเก่าๆ กำลังถูกต่อเติมและส่งกลิ่นหอมของเนื้อตุ๋นลอยข้ามกำแพงมาทุกวี่วัน
“พูดธุระของคุณมาเถอะค่ะพี่สะใภ้ใหญ่ เวลาของฉันมีค่ามากกว่าจะมานั่งเดาเกมตื้นๆ ของใครบางคน” หลินหว่านวางตะหลิวไม้ในมือลงอย่างเชื่องช้า นางใช้ผ้าสะอาดเช็ดมืออย่างใจเย็น ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายตรงๆ ท่าทีสง่างามราวกับคุณหญิงในห้องหอ หาใช่ชาวชนบทที่ก무้มหัวให้ใครไม่
สวีชุนฮวาหน้าเจื่อนลงถนัดตา นางเหลือบมองเตาไฟที่ยังมีควันคุโ로ม ก่อนจะบีบน้ำเสียงให้ดูอ่อนอกอ่อนใจ “เฮ้อ... น้องรอง เจ้าก็น่าจะรู้ว่าตระกูลจางเราช่วงนี้ขัดสนเพียงใด แม่สามีก็สุขภาพไม่ค่อยสู้ดี เจ้าน้องสามก็ต้องเตรียมเงินไปสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายในเมือง ในฐานะคนบ้านเดียวกัน เจ้ากินดีอยู่ดีจนร่ำรวย แต่ปล่อยให้พี่ป้าน้าอาอดอยาก มันดูใจร้ายไปหน่อยกระมัง? หากเจ้า... หากเจ้ายอมมอบสูตรทำสบู่พวกนั้นให้ฉันสักครึ่งหนึ่ง รับรองว่าฉันจะช่วยพูดให้แม่เลิกมายุ่งวุ่นวายกับพวกเจ้าอีก ดีหรือไม่?”
ข้อเสนอที่เจือความกงฉินและไร้ยางอายสิ้นดี ทำให้หลินหว่านเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาดังๆ
ยื่นหมูยื่นแมว? ไม่สนี่... นี่มันคือการปล้นกลางวันแสกๆ โดยใช้ข้ออ้างเรื่องความกตัญญูและสายเลือดมากดดันต่างหาก! มุกตื้นๆ เช่นนี้ รังแต่จะทำให้คนรู้สึกสมเพชเวทนาเสียมากกว่า
ในจังหวะที่บรรยากาศในห้องครัวเริ่มตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดตัดได้ ประตูรั้วไม้ไผ่ด้านนอกก็ถูกผลักออกพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคง จางหยางก้าวเข้ามาในลานบ้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกั๊กสีเขียวขี้ม้ากางเกงขายาวสีเข้มเปรอะฝุ่นดินจากการไปช่วยทางการซ่อมแซมสะพานไม้ประจำหมู่บ้าน ไหล่กว้างเหงื่อซึมเล็กน้อย แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับกวาดมองเข้ามาในครัว ปราดเดียวก็อ่านสถานการณ์ทั้งหมดออกทะลุปรุโปร่ง
ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยคำใดในทันที เขาวางเครื่องมือช่างลงบนม้านั่งอย่างเบามือ เดินไปตักน้ำในตุ่มมาล้างหน้าล้างมือจนสะอาดสะอ้าน แล้วจึงสาวเท้าก้าวเข้ามาหยุดยืนซ้อนหลังภรรยาตัวน้อย ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีคุกคามโดยธรรมชาติจนสวีชุนฮวาต้องถอยกรูดไปชนขอบโต๊ะ
“บ้านนี้... มีใครมารังแกภรรยาฉันอีกงั้นหรือ?” น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่กลับทำเอาสวีชุนฮวาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
“พะ... พี่รอง ฉันเปล่านะ! ฉันแค่มารu... มาคุยเรื่องครอบครัว!” สวีชุนฮวาลนลานแก้ตัว พลางส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปทางน้องสะใภ้ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของหลินหว่าน
“ครอบครัว? ตั้งแต่วันที่แม่ของคุณประกาศตัดขาดพวกเราออกจากทะเบียนบ้านและไล่เราออกมากลางสายฝนด้วยข้าวสารครึ่งถัง ความเป็นพี่น้องของเราก็ขาดสะบั้นลงไปตั้งแต่วันนั้นแล้วค่ะพี่สะใภ้ใหญ่” หลินหว่านก้าวออกมาข้างหน้าเล็กน้อยโดยมีอ้อมแขนอบอุ่นของสามีโอบประคองไหล่ไว้หลวมๆ เป็นเกราะป้องกันที่มั่นคงที่สุด “ส่วนเรื่องสูตรสบู่... อยากได้นักใช่ไหมคะ? ได้สิ”
สวีชุนฮวาตาโตเป็นประกายด้วยความโลภ “จริงนะ? เจ้าตกลงแล้วหรือ?”
“แต่มีข้อแม้ค่ะ” หลินหว่านเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งแววหยอกล้อ “สูตรสมุนไพรโบราณนี้มีขั้นตอนยุ่งยากและต้องใช้ต้นทุนสูง หากคุณสะใภ้ใหญ่อยากได้นัก ฉันยินดีขายให้ในราคา ‘มิตรสหาย’ ...สูตรละสามร้อยหยวน พร้อมเงินสดสำรองสำหรับซื้อวัตถุดิบอีกหนึ่งร้อยหยวน รวมเป็นสี่ร้อยหยวนถ้วน จ่ายเงินสดรับสูตรไปทำกำไรได้ทันทีค่ะ”
“ทะ... สามร้อยหยวน? บ้าไปแล้ว! เจ้าปล้นกันชัดๆ!” สวีชุนฮวาหวีดร้องออกมาเสียงหลง หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น เงินสี่ร้อยหยวนในยุคเจ็ดศูนย์นี้ มากพอจะซื้อจักรเย็บผ้า ยี่ห้อ 'ฟีนิกซ์' ได้ถึงสองเครื่อง หรือซื้อบ้านอิฐหลังเล็กๆ ได้ทั้งหลัง! นางจะมีปัญญาที่ไหนไปหาเงินมากมายขนาดนั้นมาให้
“ถ้าไม่มีเงิน ก็แปลว่าไม่มีความจริงใจพอที่จะทำธุรกิจร่วมกับฉันค่ะ” หลินหว่านไหล่งساتอย่างไม่ยี่หรา นางหันไปสบตากับสามีที่ก้มลงมองนางด้วยแววตารักใคร่และตามใจระคนขบขัน “เชิญค่ะ ประตูอยู่ทางนั้น หรือจะให้พี่รองช่วยออกแรงส่งออกไปนอกรั้วดีล่ะคะ?”
สวีชุนฮวากัดริมฝีปากจนหอบสะท้าน นางรู้ดีว่าขืนอยู่ต่อไปก็มีแต่จะขายหน้า จึงสะบัดก้นเดินหนีออกไปด้วยความแค้นเคือง ทิ้งท้ายด้วยสายตาอาฆาตมาดร้ายที่หมายมั่นว่าจะต้องกลับมาเอาคืนอย่างแน่นอน
คล้อยหลังเงาของพี่สะใภ้ใหญ่ หลินหว่านก็ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันมาเงยหน้ามองสามี “คุณมองอะไรคะ? หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือไง”
จางหยางยิ้มมุมปาก มือหนายื่นไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา “มองว่าภรรยาของผมนี่... เขี้ยวลากดินใช้ได้เลยทีเดียว เล่นเอาตระกูลใหญ่ปั่นป่วนจนแทบกระอักเลือด”
“นี่เรียกว่าสั่งสอนให้รู้จักเจียมตัวต่างหากล่ะคะ” หลินหว่านหัวسเพราะเสียงใส นางหันไปจัดการกับเตาถ่านที่กำลังคุโ로ม ก่อนจะหยิบแป้งพัฟไส้หมูแดงสูตรพิเศษที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ ขึ้นมาส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วเย้าประสาทสัมผัส แป้งชั้นนอกกรอบร่วนสีทองอร่ามเคลือบด้วยงาขาวคั่วหอมกรุ่น ตัดกับไส้หมูแดงหมักน้ำผึ้งรสชาติกลมกล่อมที่เคี่ยวจนงวดได้ที่ กลิ่นหอมลอยฟุ้งทะลุกำแพงดินออกไปไกลจนชาวบ้านละแวกใกล้เคียงต่างพากันกลืนน้ำลาย
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะกลับคืนสู่ความอบอุ่นสงบสุข เสียงเคาะประตูดังปังๆ อย่างไร้มารยาทก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงตะโกนโหวตเหวกโวยวายของคนกลุ่มหนึ่งที่หน้าลานบ้าน
“หลินหว่าน! นังสะใภ้อกตัญญู! ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้!”
เสียงแหลมสูงของแม่สามี (นางฉิน) แผดลั่นแทรกเข้ามา พร้อมกับเสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากที่กรูเข้ามาล้อมรอบบ้านดินหลังน้อยจนแน่นขนัด ราวกับยกพวกมาปิดล้อมเพื่อทวงหนี้เลือด!
จางหยางหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของอดีตทหารหาญ เขาขยับตัวจะก้าวออกไปจัดการ แต่หลินหว่านกลับเอื้อมมือเรียวไปคว้าชายเสื้อทหารของเขาไว้เสียก่อน
นางแย้มยิ้มบางเบา ดวงตาสุกใสเป็นประกายระยิบระยับราวกับซ่อนแผนการร้ายกาจเอาไว้
“เดี๋ยวก่อนค่ะสามี... ดูเหมือนว่า ‘ปลาตัวใหญ่’ จะมาติดเบ็ดเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะเนี่ย”
------------------
(หมายเหตุจากผู้เขียน: ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่สนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" มาโดยตลอดนะคะ!)
เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์•ตอนที่ 18
กลยุทธ์เหนือน่านน้ำ
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!