"หยิบเชือกเส้นนั้นมา! ท่านหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบความประพฤติสั่งให้คุมตัวพวกมันไปสอบสวนที่ทำการคอมมูนเดี๋ยวนี้!"
เสียงตะคอกแหบพร่าของเจ้าหน้าที่พรรคสวมปลอกแขนแดงดังขึ้นจนฝูงไก่ในเล้าข้างบ้านสะดุ้งบินหนี ร่างอวบอ้วนพุงพลุ้ยของสหายเฉิน เจ้าหน้าที่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดและเกลียดชังกลิ่นอาย "ทุนนิยม" เข้ากระดูกดำ ก้าวฉับๆ เข้ามาในเขตบ้านพักตระกูลจางด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาเรียวเล็กกวาดมองเตາດินเหนียวชั่วคราวที่ยังมีควันลอยกรุ่นและกลิ่นหอมประหลาดลอยเตะจมูก
หลินหว่านไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ใบหน้ารูปไข่ยังคงประดับรอยยิ้มบางเบา นางค่อยๆ วางตะหลิวไม้ในมือลงบนกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าอย่างเชื่องช้า ราวกับไม่เห็นชายฉกรรจ์ถือกระบองไม้ไผ่สามคนที่ยืนล้อมกรอบอยู่รอบกาย
"สหายเฉินลมอะไรหอบท่านมาถึงเรือนหลังเล็กๆ ของพวกเราหรือคะ? หรือว่ากลิ่นอาหารจากเตาบ้านฉันมันรบกวนจมูกอันทรงเกียรติของท่านเข้า?" หลินหว่านเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานและทรงพลังพอที่จะทำให้เสียงโวยวายรอบข้างเงียบลง
"หลusหว่าน! เธออย่ามาทำปากดี!" สหายเฉินถลึงตาใส่ ชี้หน้าหญิงสาวสลับกับหม้อเหล็กหล่อบนเตา "มีคนรายงานว่าพวกเธอแอบลักลอบค้าขายสินค้าเกษตร นำเนื้อสัตว์ชั้นดีและเครื่องปรุงรสต้องห้ามมาปรุงกินเองอย่างฟุ่มเฟือยในยามวิกาล นี่มันเป็นการฝ่าฝืนนโยบายปฏิวัติทางวัฒนธรรม! เป็นพฤติกรรมของพวกหนอนบ่อนไส้ที่ถ่วงความเจริญของส่วนรวม!"
จางหยางที่ยืนบังภรรยาอยู่เบื้องหน้าขยับกายเล็กน้อย กล้ามเนื้อใต้อยื้อเสื้อทหารสีเขียวขี้ม้าตึงเกร็ง ดวงตาคมกราบดุดันราวกับพยัคฆ์ซุ่มซ่อนในพงอัสดง เขาไม่ได้พูดจาขู่
ข่มขวัญ แต่รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากอดีตทหารผ่านศึกทำให้เจ้าหน้าที่พรรคทั้งสี่คนถึงกับชะงักฝีเท้าโดยอัตโนมัติ
"ถ้าพวกคุณกล้าแตะต้องเธอแม้แต่ปลายนิ้ว..." เสียงทุ้มต่ำของจางหยางลอดไรฟัน ดังขึ้นราวกับเสียงคำรามจากก้นบึ้งของหุบเหว "ผมจะถือว่าพวกคุณบุกรุกเคหสถานยามวิกาล... และคงรู้นะครับว่าทหารปลดประจำการอย่างผมจัดการกับโจรปล้นบ้านอย่างไร"
บรรยากาศในลานบ้านพลันเย็นเยียบลงทันที สหายเฉินกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ แม้เขาจะมีอำนาจในนามของพรรค แต่ความเด็ดเดี่ยวและแววตาไร้ความกลัวของจางหยางก็ทำให้เขาขนลุกเกลียวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ทว่าศักดิ์ศรีของคนมีตำแหน่งทำให้เขาต้องกัดฟันกร้าว
"ดี! กล้าข่มขู่เจ้าหน้าที่รัฐรึ! จับพวกมันมัดให้หมด—"
"เดี๋ยวก่อนค่ะ"
หลินหว่านยกมือขึ้นห้ามด้วยท่าทีสง่างาม นางก้าวเท้าออกมาจากเงาร่างของสามี ดวงตากลมโตเป็นประกายราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด นางกวาดสายตามองฝูงชนชาวบ้านที่เริ่มแอบมามุงดูเหตุการณ์รอบรั้วบ้าน ก่อนจะแย้มยิ้มอย่างมีความหมาย
"สหายเฉินกล่าวหาว่าพวกเราทำผิดกฎ พ่อค้าแม่ขายทุนนิยม... แต่ท่านยังไม่ได้พิสูจน์เลยไม่ใช่หรือคะว่า ในหม้อใบนี้คือสิ่งผิดกฎหมาย หรือท่านแค่วิ่งมาตามกลิ่นหอมของอาหาร จนแยกแยะไม่ออกว่าอันไหนคือ 'การฝ่าฝืนนโยบาย' กับอันไหนคือ 'การทำอาหารประทังชีวิตตามอัตภาพ' ของครอบครัวทหาร?"
"เธอยังจะเถียง! เปิดฝาหม้อเดี๋ยวนี้! ถ้าข้างในมีเนื้อหมูสามชั้นหรือเครื่องเทศหรูหราที่ได้มาจากการซื้อขายใต้ดิน ฉันจะส่งพวกเธอไปใช้แรงงานที่เหมืองหินทางเหนือให้เข็ด!" สหายเฉินคำรามด้วยความโมโห พลางพยักเพยิดให้ลูกน้องพุ่งเข้าไปเปิดฝาหม้อ
หลินหว่านไม่ขัดขืน นางถอยหลังหนึ่งก้าวปล่อยให้มือของเจ้าหน้าที่กระชากฝาหม้อเหล็กหล่อออกอย่างแรง
*ฟู่—!*
กลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมอันซับซ้อนที่ระเบิดออกราวกับคลื่นลูกใหญ่ กลิ่นหอมของน้ำซุปกระดูกเคี่ยวจนเข้มข้น ผสมผสานกับกลิ่นอายสมุนไพรจีนโบราณและเครื่องเทศคั่วจนหอมกรุ่น กระจายตัวแผ่ซ่านพัดผ่านสายลมยามเย็น พุ่งทะลุออกไปนอกรั้วบ้าน จนชาวบ้านนับสิบคนที่ยืนมุงอยู่ถึงกับสูดหายใจเข้าลึกโดยพร้อมเพรียงกันโดยไม่รู้ตัว!
สหายเฉินที่ตั้งท่าจะตะโกนด่าต่อ ถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกโพ้าง오ลมองก้นหม้อที่เดือดปุดๆ
ในหม้อเหล็กนั้น ไม่ใช่เนื้อหมูสามชั้นราคาแพงอย่างที่เขากล่าวหา แต่เป็น "บะหมี่น้ำซุปสมุนไพรตุ๋นกระดูกป่า" เส้นบะหมี่สีเหลืองนวลทำมือเหนียวนุ่ม ลอยตัวเคียงคู่กับเห็ดหอมป่าชิ้นโต โกจิเบอร์รี่สีแดงสด และไข่ต้มยางมะตูมที่โรยด้วยต้นหอมซอยละมุนตา สีสันและกลิ่นอายความอร่อยนี้ ช่างกระตุ้นต่อมน้ำลายของมนุษย์จนแทบจะทนไม่ไหว
"นี่... นี่มัน..." สหายเฉินกลืนน้ำลายดังเอือก เสียงแข็งกร้าวเมื่อครู่อ่อนยวบลงทันทีเมื่อท้องของเขาส่งเสียงร้องโครกคราออกมาอย่างน่าอาย
หลินหว่านยิ้มเยาะใน Aใจ นางใช้ทักษะการปรุงโอสถระดับปรมาจารย์ ผสมผสานสมุนไพรพื้นบ้านราคาถูกให้กลายเป็นเครื่องปรุงรสชั้นเลิศที่ให้กลิ่นหอมรัญจวนใจยิ่งกว่าเนื้อสัตว์ชั้นดี กลิ่นนี้ถูกปรุงแต่งด้วยมิติฟาร์ม ทำให้อนูอาหารซึมซาบเข้าสู่ประสาทสัมผัสของผู้คนได้อย่างรวดเร็ว
"เป็นอย่างไรบ้างคะ สหายเฉิน? นี่คือกระดูกสัตว์ป่าที่สามีฉันล่ามาได้ตามกฎหมาย และแป้งสาลีปันส่วนที่เราเก็บออมไว้ มันผิดกฎข้อไหนหรือคะ? หรือว่าการที่ครอบครัวทหารจะต้มบะหมี่กินเพื่อประทังชีวิต เป็นความผิดร้ายแรงในสายตาของท่าน?"
คำพูดของหลินหว่านเฉียบคมราวกับใบมีด กรีดแทงหน้าสหายเฉินจนชาวา ชาวบ้านรอบข้างเริ่มซุบซิบกันเบาๆ สายตาที่มองเจ้าหน้าที่พรรคเริ่มเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจ เพราะทุกคนต่างก็รู้ดีว่าสหายเฉินเป็นพวกชอบรีดไถและหาเรื่องชาวบ้านเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวมานานแล้ว
สหายเฉินหน้าดำคร่ำเครียด เขาอ้าปากจะพูดแก้ตัว แต่กลิ่นหอมของบะหมี่ในหมเภกระแทกเข้าจมูกอีกระลอกจนสติเกือบหลุดลอย
ทว่า ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังจะพลิกกลับมาอยู่ฝ่ายหลินหว่าน...
*แปะ... แปะ... แปะ...*
เสียงปรบมือดังขึ้นอย่างช้าๆ จากเงาสลัวตรงปากทางเข้าตรอกซอกซอย ร่างสูงโปรดในชุดสูทจีนสีเทาเข้มสะอาดตาปรากฏขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ดวงตาคมกริบราวกับสุนัขจิ้งจอกกวาดมองหลินหว่านด้วยความสนใจใคร่รู้ระคนเจ้าเล่ห์
"ฝีมือการพูดจาพาทีและฝีมือการทำอาหาร... น่าประทับใจจริงๆ ครับ สะใภ้รองตระกูลจาง"
ร่างนั้นก้าวเข้ามาใกล้แสงไฟจากตะเกียงน้ำมัน ทันทีที่จางหยางเห็นใบหน้านั้น แววตาของเขาก็หรี่แคบลงทันทีด้วยความระแวง—นั่นคือ "สหายหลี่" ผู้จัดการสหกรณ์ประจำอำเภอ ผู้มีอิทธิพลมืดและเป็นคนที่ตระกูลจางใหญ่พยายามหนีให้พ้นมาตลอด!
หลินหว่านหรี่ตาลง รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยความเย็นชา นางรู้ทันทีว่าเกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนสำหรับการติดตามและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" มาโดยตลอดนะคะ
เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์•ตอนที่ 7
กลิ่นหอมในครัวยุคเจ็ดศูนย์
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!