กาน้ำชาเคลือบอีนาเมลลายดอกไม้แดงส่งเสียงเดือดปุดๆ พ่นไอขาวโพลนลอยอวลไปทั่วห้องครัวที่สะอาดสะอ้าน กลิ่นหอมอุ่นของชาโสมป่าผสมเก๋ากี้ลอยกรุ่นตัดกับบรรยากาศตึงเครียดภายนอกได้อย่างสิ้นเชิง หลินหว่านยกถ้วยกระเบื้องเคลือบสีนวลขึ้นจิบรสชาติขมอมหวานละมุนลิ้น ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองเอกสารสิทธิ์ครอบครองที่ดินแปลงท้ายหมู่บ้าน ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะไม้เนื้อAแข็งด้วยแววตานิ่งสงบ ทว่าลึกลงไปกลับมีความเยือกเย็นราวกับผิวน้ำในฤดูหนาวที่พร้อมจะกลายเป็นน้ำแข็งเฉียบคมได้ทุกเมื่อ
"พวกเขากล้าถึงขนาดจ้างผู้ใหญ่บ้านมาเป็นพยานปลอมเพื่อเดินเรื่องโอนโฉนดลับหลังฉันเชียวหรือคะ?" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่กลับสร้างความสะท้านให้แก่ผู้ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
จางหยางนั่งตัวตรงในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้าเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรี มือหนากรำศึกกร้านวางประคองถ้วยชาอย่างทะนุถนอม ดวงตาคมกราบมองภรรยาด้วยความรักและพะวงระคนกัน "พี่จัดการเองได้ หว่านหว่าน ไม่จำเป็นต้องให้มือเธอเปื้อนโคลนพวกนั้น แค่คนตระกูลจางสายสามที่หน้าด้านหน้าทน คิดจะฮุบที่ดินแปลงที่เธอตั้งใจจะใช้สร้างโรงเรือนเพาะปลูกสมุนไพร พี่จะทำให้พวกมันรู้ซึ้งว่านรกในเวลากลางวันเป็นอย่างไร"
หลินหว่านอมยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ทำให้ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเถอะค่ะ สามี คนพวกนี้ถ้าไม่ตบหน้าด้วยหลักฐานคาตาและกฎหมาย พวกมันไม่มีทางสำนึกหรอกค่ะ ยิ่งพวกมันคิดว่าฉันเป็นแค่สะไภ้ต่างถิ่นที่ไม่มีใครหนุนหลัง ยิ่งต้องทำให้มันรู้ว่า... เสือต่อให้หมอบ ก็ยังคงเป็นเสือวันยังค่ำ"
ในขณะเดียวกัน ที่ลานหน้าบ้านตระกูลจาง เสียงโวยวายแหลมสูงของสะใภ้ใหญ่หลี่ฮุ่ยหลานก็ดังทะลุประตูไม้เก่าๆ เข้ามา นางกำลังยืนเท้าสะเอวชี้หน้าด่ากราดชาวบ้านที่เดินผ่านไปผ่านมาด้วยความฮึกเหิม โดยมีปู่ย่าจางยืนกอดอกพยักหน้าสนับสนุนอยู่ด้านหลัง
"ที่ดินแปลงนั้นมันควรเป็นของตระกูลจางเราตั้งแต่แรก! นังเด็กต่างถิ่นคนนั้นแต่งเข้ามาก็ต้องเอาสมบัติมารวมกันสิฟะ! จะมาทำตัวเป็นเจ้าของคนเดียวได้ยังไง ผู้ใหญ่บ้านก็เซ็นรับรองแล้ว พรุ่งนี้เช้าพวกเราจะไปปักรั้วล้อมเขต ใครกล้าเหยียบเข้ามา ฉันจะเอาไม้กวาดไล่ตีหัวให้แตกแน่!" เสียงแหลมๆ ของหลี่ฮุ่ยหลานดังลั่นจนไก่ในเล้าข้างบ้านพากันกระพือปีกตื่นตระหนก
ชาวบ้านซุบซิบกันไปต่างๆ นานa บางคนก็สงสารหลินหว่านที่ต้องมาเจอญาติสามีสูบเลือดสูบเนื้อเช่นนี้ แต่บางคนก็รอดูความฉิบหายของบ้านรองเพราะคิดว่าสู้แรงผู้ใหญ่บ้านกับตระกูลใหญ่ไม่ไหวแน่
ทว่า ท่ามกลางเสียงเหิมเกราะของหลี่ฮุ่ยหลาน ร่างเพรียวระหงในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนและกางเกงผ้าฝ้ายสีดำสะอาดตาก็เดินก้าวออกมาจากประตูรั้ว ช้าๆ แต่มั่นคง สีหน้าของหลินหว่านไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่ชวนให้รู้สึกหนสันหลังวาบ
"อ้าว! นังตัวดี กล้าโผล่หัวออกมาแล้วรึ?" หลี่ฮุ่ยหลานแสแสร้งทำเป็นได้ใจ รีบก้าวเข้าไปหาหมายจะกระชากแขนเสื้ออีกฝ่าย "รู้ตัวแล้วก็ดี เอาโฉนดตัวจริงออกมาซะ! ไม่งั้นฉันจะฟ้องผู้ใหญ่บ้านให้ขับไล่พวกเธอออกจากหมู่บ้านข้อหาทำตัวเป็นภัยสังคม!"
หลินหว่านเพียงแค่เบี่ยงตัวหลบอย่างนิ่มนวล ปล่อยให้มือหยาบกร้านของพี่สะใภ้คว้าได้แต่ความว่างเปล่า นางปัดแขนเสื้อเบาๆ ราวกับรังเกียจว่ามีฝุ่นละอองสกปรกเกาะอยู่ "พี่สะใภ้ใหญ่ ใจร้อนเสียจริงนะคะ ลมปากของผู้ใหญ่บ้านหรือจะสู้ลายลักษณ์อักษรของทางการอำเภอ? อีกอย่าง... ที่ดินแปลงท้ายหมู่บ้านนั้นน่ะ ทางการเขาเพิ่งอนุมัติให้เป็น 'พื้นที่อนุรักษ์สมุนไพรและเขตเศรษฐกิจพิเศษชุมชน' เมื่อบ่ายวานนี้เองค่ะ"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ หลี่ฮุ่ยหลานชะงักกкаก อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้า ปู่ย่าจางที่ยืนฟังอยู่ถึงกับหน้าถอดสี ก้าวขาไม่ออก
"มะ... 20 เป็นไปได้ยังไง! ผู้ใหญ่บ้านบอกว่า..."
"ผู้ใหญ่บ้านบอกอะไรหรือคะ? บอกว่าเซ็นโอนให้พวกท่านได้งั้นหรือ?" เสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงพลังดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง จางหยางก้าวออกมายืนเคียงข้างภรรยา ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารปลดประจำการแผ่รังสีคุกคามจนทุกคนต้องถอยกรูด มือหนาหยิบเอกสารตราครั่งสีแดงสดจากกระเป๋าเสื้อขึ้นมาโชว์ให้เห็นจะๆ ตา "นี่คือหนังสือแต่งตั้งและกรรมสิทธิ์ที่ดินอย่างเป็นทางการจากอำเภอ ใครก็ตามที่กล้าบุกรุกหรือปักรั้วในเขตนี้ จะถือว่ามีความผิดฐานทำลายทรัพย์สินของทางราชการและบุกรุกพื้นที่ควบคุมพิเศษ มีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่าสามปี... อยากลองลักลอบเข้าไปดูหน่อยไหมล่ะครับ?"
บรรยากาศรอบบริเวณเงียบกริบลงทันที เสียงจิ้งหรีดเรไรดูเหมือนจะดังขึ้นกว่าเดิมเพื่อกลบความอับอายของคนตระกูลจางสายสาม หลี่ฮุ่ยหลานหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งคำพูดใดจะมาเถียง ปู่ย่าจางถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งพับเพียบกับพื้นดินด้วยความตกใจกลัวอำนาจรัฐ
หลินหว่านปรายตามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกสะใจอย่างเงียบเชียบ นางหันไปสบตากับสามีที่ก้มลงมองนางด้วยแววตาพราวระยับเต็มไปด้วยความชื่นชมและคลั่งไคล้ มืออุ่นจัดเอื้อมมาจับมือเรียวบางของภรรยาไว้แน่น บีบเบาๆ เป็นเชิงชื่นชมในความร้ายกาจอย่างมีชั้นเชิงของนาง
หลังเคลียร์ปัญหาและไล่ตะردคนพวกนั้นกลับไปจนหมด ลานบ้านก็กลับคืนสู่ความสงบ หลินหว่านจูงมือจางหยางเดินเข้าครัวเพื่อเตรียมตัวทำอาหารมื้อเย็นปลอบขวัญตนเองและสามี นางเปิดมิติฟาร์ม หยิบเนื้อหมูสามชั้นติดมันสวยงาม แป้งสาลีเนื้อเนียน และเห็ดหอมสดๆ ออกมาเตรียมไว้
กลิ่นหอมกรุ่นของ 'ซาลาเปาทอดไส้หมูเห็ดหอมน้ำซุปทะลัก' เริ่มโชยฟุ้งไปทั่วห้องครัว แป้งนุ่มๆ ถูกนวดด้วยมือเรียวบางจนได้ที่ ห่อหุ้มไส้หมูสับปรุงรสด้วยสมุนไพรจีนสูตรลับเฉพาะจากมิติฟาร์ม ก่อนจะนำลงทอดในกระทะเหล็กหล่อที่ทาน้ำมันหมูบางๆ จนผิวสีเหลืองทองกรอบน่ารับประทาน เสียงน้ำมันเดือดปุดๆ ผสมผสานกับกลิ่นหอมของแป้งทอดและเครื่องเทศลอยออกไปนอกหน้าต่าง เรียกรอยยิ้มพึงพอใจจากจางหยางที่คอยเป็นลูกมือคอยสุมไฟให้อย่างดี
"ฝีมือภรรยานี่เป็นเลิศที่สุดในใต้หล้าแล้วครับ" จางหยางเอ่ยชมด้วยสายตากรุ้มกริม ขณะยื่นมือไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนของภรรยาอย่างแผ่วเบา
หลินหว่านยิ้มรับ นางคีบซาลาเปาทอดร้อนๆ ใส่จานกระเบื้องเคลือบสีฟ้าคราม ยื่นส่งให้สามีชิมเป็นคนแรก "ทานดูสิคะ ว่าถูกปากไหม..."
ทว่า ในขณะที่จางหยางกำลังจะอ้าปากกัดซาลาเปาร้อนๆ นั้นเอง เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นรุนแรงก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนแหบแห้งด้วยความตื่นตระหนกของหัวหน้าหมู่บ้านที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าบ้านอนุญาต
"สหายจาง! สหายหลิน!แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่ที่แปลงเพาะปลูกท้ายหมู่บ้าน... มีคนขุดเจอ 'หีบสมบัติโบราณ' ฝังอยู่ใต้ดินตรงจุดที่พวกคุณกำลังจะสร้างโรงเรือนพอดี!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้หลินหว่านก้าวข้ามผ่านทุกอุปสรรคไปด้วยกันนะคะ ไป๋เป่าเปาของแม่สัญญาว่าจะเสิร์ฟความตื่นเต้นและบทสรุปที่คาดไม่ถึงในตอนหน้าแบบจัดเต็มแน่นอนค่ะ!
เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์•ตอนที่ 28
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!