ไอน้ำร้อนกรุ่นที่ลอยขึ้นผสานกลิ่นหอมละมุนของโสมภูเขาและรากบัวตุ๋นเคี่ยวไฟอ่อนนานร่วมสามชั่วโมง ช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บยามค่ำคืนของมณฑลทางเหนือได้เป็นอย่างดี ภายในห้องครัวเล็กๆ ของบ้านพักตระกูลจาง หลินหว่านกำลังใช้ช้อนกระเบื้องคนน้ำซุปในหม้อดินเผาอย่างระมัดระวัง ดวงตากลมโตคู่สวยสะท้อนประกายไฟจากเตาถ่านที่วับوาวอยู่ในความเงียบงัน
"ดึกป่านนี้แล้ว ทำไมยังไม่ยอมนอนอีกคะ"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสอุ่นจัดของเสื้อโค้ททหารเนื้อหนaที่ถูกนำมาคลุมไหล่ให้อย่างเบามือ จางหยางก้าวเข้ามาประชิดตัวโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ปลายจมูกโด่งรั้นของเขาคลอเคลียอยู่แถวซอกคอขาวผ่องโดยอ้างว่าเพียงแค่ต้องการช่วยบังลมหนาวที่ลอดผ่านหน้าต่างบานเกล็ด
หลินหว่านสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความตกใจ แต่เป็นเพราะกลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายดินปืนและสนิมเหล็กจางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของชายหนุ่มผู้นี้ นางเอกสาวแกล้งทำเป็นตักน้ำซุปใส่ชามเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย
"ฉันต้มซุปบำรุงกำลังไว้ให้คุณต่างหากค่ะ ช่วงนี้คุณต้องแบกไม้ซุงเข้าป่าตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ร่างกายจะรับไม่ไหวเอาได้นะ อีกอย่าง... วันนี้ฉันเพิ่งตรวจสอบสมุนไพรในมิติฟาร์ม รากโสมชุดใหม่โตเต็มที่แล้ว พรุ่งนี้เราจะเอาไปแปรรูปเป็นยาเม็ดบำรุงเลือดเพื่อไปส่งให้สหกรณ์อำเภอเสียที" หลินหว่านเอ่ยเสียงเรียบ พยายามรักษาท่าทีเยือกเย็นตามแบบฉบับของเซียนปรุงโอสถผู้ผ่านโลกมามาก
แต่มีหรือที่นายทหารปลดประจำการอย่างจางหยางจะยอมปล่อยให้บรรยากาศหวานซึ้งนี้หลุดลอยไป มือหนาหยาบกร้านจากการจับอาวุธและไถนาเอื้อมมาโอบเอวบางไว้หลวมๆ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาเกยไว้ที่ลาดไหล่ของภรรยา น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเว้าวอนที่ซ่อนอยู่ใต้ความนิ่งขรึม
"หว่านหว่าน... คุณสนใจแต่เรื่องสมุนไพรและงานในฟาร์ม จนแทบไม่เหลือเวลาให้สามีคนนี้แล้วนะรู้ไหม"
คำตัดพ้อปนออดอ้อนแบบนี้ หากใครมาได้ยินเข้าคงต้องตกใจจนตาค้าง เพราะภาพลักษณ์ของจางหยางในสายตาชาวบ้านคือนายทหารผู้เย็นชา ดุดัน และไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าหลินหว่าน เขากลับกลายเป็นหมาป่าตัวใหญ่ที่ยอมสยบแทบเท้า ขาดความใส่ใจจากภรรยาไม่ได้แม้แต่วันเดียว
หลินหว่านหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาทั้งสองสบประสานกันในแสงไฟสลัวจากตะเกียงน้ำมัน กลิ่นหอมหวานของซุปรากบัวลอยอบอวลอยู่รอบตัว ทว่าความอบอุ่นที่แท้จริงกลับมาจากฝ่ามือหนาที่กุมมือเรียวของเธอไว้แน่น ผิวสัมผัสที่หยาบกร้านแต่ทว่าอ่อนโยนนั้นทำให้หัวใจของเธออุ่นวาบขึ้นมาจนแทบละลาย
"ฉันก็อยู่ตรงนี้กับคุณทุกวันนี่คะ จะบอกว่าไม่สนใจได้ยังไงกัน" หลินหว่านเอ่ยเสียงแผ่ว ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่
"แต่สายตาของคุณมักจะมองไปที่แปลงสมุนไพรในมิติ หรือไม่ก็สมุดบัญชีค้าขาย... ผมอยากให้คุณมองแค่ผมคนเดียวบ้างไม่ได้หรือครับ" จางหยางกระซิบชิดริมฝีปาก สายตาคมกริบที่มักใช้มองศัตรู บัดนี้กลับฉายแววรักใคร่ลุ่มลึกจนคนมองแทบหายใจไม่ออก
ไม่ปล่อยให้ภรรยาได้ทันตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ก็โน้มลงมาประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่มอย่างทะนุถนอม ความอบอุ่นและอ่อนหวานที่ถ่ายทอดผ่านจูบนี้ไม่มีความเร่งรีบ มีเพียงความลึกซึ้งที่สะสมจากความผูกพันที่ร่วมฝ่าฟันอุปสรรคด้วยกันมาเนิ่นนาน มือหนาข้างหนึ่งประคองท้ายทอยของเธอไว้มั่น ป้องกันไม่ให้เธอถอยหนี ขณะที่หลินหว่านค่อยๆ หลับตาลง ยอมจำนนต่อสัมผัสที่ละมุนละไมราวกับเวทมนตร์
รสชาติหวานล้ำของซุปรากบัวเจือจางลงไปทันทีเมื่อเทียบกับความหวานในห้วงอารมณ์นี้ มือเรียวเล็กยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วสัมผัสกับเส้นผมหยักศกเล็กน้อย ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับคนตระกูลจางผู้เห็นแก่ตัวและการสร้างเนื้อสร้างตัวในยุคเจ็ดศูนย์ที่แร้นแค้นราวกับถูกปัดเป่าหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงอ้อมกอดที่มั่นคงและหัวใจสองดวงที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน
เนิ่นนานกว่าที่ทั้งคู่จะผละออกจากกันอย่างอ้อยอิ่ง หลินหว่านหอบหายใจเบาๆ ใบหน้าแดงก่ำราวกับลูกท้อสุก ส่วนจางหยางยิ้มมุมปากด้วยความพึงพอใจ ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความสุขที่หาไม่ได้จากที่ใด
"พรุ่งนี้... ผมจะช่วยคุณคัดแยกโสมและแบกสินค้าไปส่งที่ตลาดมืดเองครับ คุณจะได้ไม่ต้องเหนื่อยมากเกินไป" จางหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง มือยังคงลูบเส้นผมของภรรยาอย่างเบามือ
"ค่ะ ฉันรู้ว่ามีคุณคอยช่วย งานทุกอย่างถึงราบรื่นดี" หลินหว่านตอบรับด้วยรอยยิ้มบางๆ ความรู้สึกปลอดภัยแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหอมหวานและเต็มไปด้วยความอบอุ่น ทันใดนั้นเอง...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงทุบประตูด้านนอกบ้านดังขึ้นอย่างรุนแรงและเร่งรีบ ทำลายความเงียบสงบยามดึกสงัดลงทันที ตามมาด้วยเสียงโวยวายแหลมสูงที่คุ้นหูของป้าสะใภ้ใหญ่ผู้ไม่เคยรู้จักคำว่าเวลาอันควร
"หลินหว่าน! จางหยาง! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าพวกแกยังไม่นอน ได้กลิ่นซุปตุ๋นโชว์ความร่ำรวยกันถึงข้างนอก บ้านใหญ่กำลังเดือดร้อน แกต้องส่งเงินมาช่วยเดี๋ยวนี้!"
จางหยางขมวดคิ้วมุ่น แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาดุจน้ำแข็งในฤดูหนาวทันที เขากำหมัดแน่นโดยสัญชาตญาณ ขณะที่หลินหว่านหรี่ตาลง รอยยิ้มเยдяเยือกผุดขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็ว
เกมเอาคืนที่นางเอกสาววางแผนไว้... กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในยามวิกาลเช่นนี้เอง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้หลินหว่านก้าวข้ามผ่านทุกอุปสรรคไปด้วยกันนะคะ ไป๋เป่าเปาของแม่สัญญาว่าจะเสิร์ฟความตื่นเต้นและบทสรุปที่คาดไม่ถึงในตอนหน้าแบบจัดเต็มแน่นอนค่ะ!
เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์•ตอนที่ 29
เมื่อความรักเติบโต
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนปรุงโอสถในคราบสะใภ้รองยุคเจ็ดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!