"กลิ่นนี่มัน... อะไรกันวะเนี่ย? เลือดมอนสเตอร์คลุ้งขนาดนี้ ทำไมถึงมีกลิ่นกระเทียมเจียวกับซอสถั่วเหลืองลอยมาได้วะ!"
เสียงสบถอย่างหัวเสียดังขึ้นท่ามกลางซากปรักหักพังของดันเจี้ยนชั้นที่สาม โค้ด ฮันเตอร์หนุ่มมือใหม่สังกัดกิลด์ดาวรุ่ง พยายามใช้ดาบสั้นยันกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลขึ้นจากพื้นหินชื้นแฉะ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยามกวาดตามองรอบตัว
ห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตร กลิ่นอายความตายแผ่พุ่งออกมาจากร่างของ 'คิลเลอร์ฮาวด์' อสูรวายุหางเหล็กสามตัวที่นอนแน่นิ่ง ดวงตาสีแดงฉานของพวกมันปิดสนิท ไร้ซึ่งลมหายใจ ทว่าสภาพศพกลับไม่มีร่องรอยการถูกฟันด้วยคมดาบอันรุนแรงแต่อย่างใด สิ่งเดียวที่ปรากฏคือรอยแผลไหม้เกรียมเป็นวงกลมบริเวณลำคอ ราวกับถูกความร้อนมหาศาลจี้ทะลุจุดตายในคราเดียว
"อย่าเพิ่งขยับตัวครับ กล้ามเนื้อของคุณฉีกขาดไปสามมัด และสารพิษจากเขี้ยวของคิลเลอร์ฮาวด์กำลังแล่นเข้าสู่กระแสเลือด ถ้าฝืนเดินตอนนี้ แขนขวาของคุณคงต้องถูกตัดทิ้งเพื่อรักษาชีวิต"
เสียงทุ้มนุ่มนวลแต่เด็ดขาดดังขึ้นจากด้านหลัง เรย์ก้าวออกมาจากเงาของเสาหินโบราณ ในมือของเขามีกระทะเหล็กเคลือบเวทมนตร์สีดำสนิท ไอน้ำร้อนฉุยพวยพุ่งขึ้นสู่เพดานถ้ำ พร้อมกับกลิ่นหอมหวลชวนน้ำลายสอที่ขัดแย้งกับบรรยากาศอันตึงเครียดของดันเจี้ยนอย่างสิ้นเชิง
เซร่า อาจารย์สาวสายดาร์กผู้มีพลังระดับ S ยืนกอดอกพิงผนังถ้ำอยู่ไม่ไกล ดวงตาสีเพลิงของเธอมองกลุ่มฮันเตอร์มือใหม่ด้วยแววตารำคาญปนสมเพช แต่หากสังเกตให้ดี จะเห็นว่ามุมปากของเธอกำลังกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อกลิ่นอาหารนั้นลอยเข้าจมูก
"แก... แกเป็นใครวะ? ฮันเตอร์อิสระเหรอ? ทำไมถึงมาอยู่ในเขตอันตรายระดับ B แบบนี้คนเดียว แถมยัง... แถมยังทำอาหารกลางดงมอนสเตอร์เนี่ยนะ!" โค้ดกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจและหวาดระแวง เขาเป็นฮันเตอร์หน้าใหม่ที่ดั้นด้นเข้ามาพิสูจน์ตัวเอง แต่กลับเกือบเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่เพราะประเมินความเร็วของคิลเลอร์ฮาวด์ต่ำเกินไป
เรย์ไม่ได้ตอบคำถามในทันที เขาวางกระทะลงบนโขดหินเรียบอย่างระมัดระวัง หยิบช้อนไม้เนื้อดีขึ้นมาคนน้ำซุปสีอำพันที่เคี่ยวจนงวด แววตาของอดีตเชฟผู้ล่วงลับในโลกเก่าฉายประกายวิเคราะห์ คำนวณปริมาณมานาและธาตุอาหารที่มนุษย์ปุถุชนจะสามารถรับไหว
"ฮันเตอร์ไม่ได้มีไว้แค่ฆ่าฟันเพื่อเก็บเกี่ยวคอร์สิสตัลหรอกนะครับ" เรย์เงยหน้าขึ้นสบตากับฮันเตอร์หนุ่ม แววตาคมกริบแต่เปี่ยมด้วยความสุภาพ "บางครั้ง... การทำความเข้าใจระบบนิเวศและการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบตรงหน้า ก็มีประสิทธิภาพมากกว่าการเอาดาบไปฟันดุ้นๆ ตั้งเยอะ"
ระบบหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าปรากฏขึ้นกลางอากาศเฉพาะในสายตาของเรย์
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบเป้าหมายอยู่ในภาวะวิกฤต (HP < 10%, Poison Status)]
[แนะนำเมนูฟื้นฟูเร่งด่วน: 'ซุปกระดูกคิลเลอร์ฮาวด์ตุ๋นสมุนไพรเวทมนตร์' - คุณสมบัติ: ล้างพิษในกระแสเลือดทันที, ฟื้นฟู Stamina 80%, และเพิ่มค่าความต้านทานลมเป็นเวลา 2 ชั่วโมง]
"คุณ... คุณจะทำอะไรวะ!" โค้ดร้องลั่นเมื่อเรย์เดินเข้าไปใกล้พร้อมกับชามดินเผาที่บรรจุซุปส่งควันคุ้ง
"ช่วยชีวิตคุณไงครับ ถ้าไม่อยากตายก็อ้าปากซะ" เรย์ใช้มือข้างหนึ่งบีบกรามของฮันเตอร์หนุ่มเบาๆ ด้วยแรงที่คำนวณมาอย่างแม่นยำไม่ให้กระดูกกระทบกระเทือน ก่อนจะตักน้ำซุปคำโตป้อนเข้าไปในปากของอีกฝ่าย
ทันทีที่ของเหลวอุ่นร้อนสัมผัสกับลิ้น ดวงตาของโค้ดที่เคยขุ่นมัวด้วยความเจ็บปวดก็เบิกโพงขึ้นอย่างสุดขีด!
รสสัมผัสแรกคือความเข้มข้นกลมกล่อมของน้ำซุปกระดูกที่เคี่ยวจนแตกตัว ตามด้วยความเผ็ดร้อนละมุนของพริกไทยดันเจี้ยนที่ช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บและความเหนื่อยล้าในร่างกายออกไปในพริบตา ความรู้สึกเจ็บแปลบที่แขนขวาหายวับไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นจริง พลังงานอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูขุมขน จนฮันเตอร์หนุ่มเผลอครางออกมาด้วยความทึ่ง
"นี่มัน... อะไรกันวะเนี่ย... ร่างกายกู... มานาของกูมันพุ่งพรวดขึ้นมาเลย!" โค้ดมองสองมือของตัวเองด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด อาการบาดเจ็บสาหัสหายเป็นปลิดทิ้ง ราวกับเขาเพิ่งดื่มน้ำยาฟื้นฟูระดับสูงราคาหลายล้านเซนนีเข้าไป
"ฝีมือของพ่อค้าคนนี้ไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะ เจ้าเด็กโง่" เซร่าเดินเข้ามาใกล้ ใช้ปลายนิ้วเขี่ยชามซุปที่เหลือครึ่งหนึ่งด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง แต่ใบหน้าขาวเนียนกลับขึ้นสีระเรื่อเล็กน้อยด้วยฤทธิ์ของความอร่อย "ถ้าขืนชักช้ากว่านี้อีกนิด นายคงกลายเป็นปุ๋ยให้รากไม้ในดันเจี้ยนนี้ไปนานแล้ว จงสำนึกบุญคุณซะเถอะ"
กลุ่มฮันเตอร์มือใหม่ที่เหลืออีกสองคนที่นอนสบสะบักสะบอมอยู่มุมห้องโถง ต่างมองมาที่เรย์ด้วยสายตาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความหวาดระแวงกลายเป็นความเคารพนับถือราวกับเจอเทพเจ้า
"ข... ขอบพระคุณมากครับพี่ชาย! ผมชื่อโค้ด สังกัดกิลด์ฟีนิกซ์เบรกเกอร์... ถ้าไม่ได้ท่าน ผมกับเพื่อนคง..." โค้ดพยายามจะลุกขึ้นโค้งคำนับ แต่ถูกเรย์ยกมือห้ามไว้ด้วยรอยยิ้มสุภาพ
"ไม่ต้องมากพิธีหรอกครับ ผมก็แค่พ่อค้าเร่ที่ผ่านมาเปิดร้านชั่วคราวเท่านั้นเอง" เรย์กล่าวพร้อมกับปัดเศษฝุ่นบนเสื้อคลุมเชฟ "ไหนๆ ก็รอดตายกันมาแล้ว สนใจจะอุดหนุนเมนูฟื้นฟูพลังพกพาสำหรับลุยดันเจี้ยนชั้นที่สี่สักโหลไหมครับ? ตอนนี้มีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับฮันเตอร์หน้าใหม่ ลดสิบเปอร์เซ็นต์แถมเกลือแร่เวทมนตร์ฟรีหนึ่งขวดด้วยนะ"
บรรยากาศที่เคยตึงเครียดพลันผ่อนคลายลงอย่างรวดเร็ว เสียงหัวเราะและรอยยิ้มปรากฏขึ้นท่ามกลางซากดึกดำบรรพ์ ทว่าความสงบสุขนั้นดำรงอยู่ได้เพียงชั่วครู่...
*ตึง! ตึง! ตึง!*
พื้นหินอ่อนใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดานถ้ำ เสียงคำรามต่ำลึกที่สั่นสะท้อนไปถึงแก้วหู ดังมาจากอุโมงค์มืดเบื้องล่าง อุโมงค์ที่ควรจะปิดตายตามแผนที่กิลด์ระบุไว้
เซร่าหุบยิ้มทันที แววตาสีเพลิงหันขวับไปมองยังปากทางเข้าอุโมงค์ด้วยความระแวดระวัง สัมผัสมานาอันดุดันและกระหายเลือดแผ่ซ่านกดทับบรรยากาศจนทุกคนหายใจไม่ออก
"เฮ้... พ่อค้า" เสียงของเซร่ากระซิบต่ำลอดไรฟัน ขณะที่มือเรียวบางเอื้อมไปแตะด้ามดาบคาตานะข้างเอว "ดูเหมือนว่าลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของนาย... จะตื่นจากการจำศีลเร็วกว่ากำหนดซะแล้วล่ะ"
เรย์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มสุภาพบนใบหน้ายังคงอยู่ แต่นัยน์ตากลับคมกราบกวาดมองกลุ่มควันสีดำที่พวยพุ่งขึ้นมาจากหลุมลึก พร้อมกับเสียงคำรามที่ทำให้ผนังดันเจี้ยนร้าวเป็นทางยาว
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบ ████████ ระดับ SSS (บอสลับชั้นที่ 4) กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ระยะปะทะ...]
[เงื่อนไขพิเศษ: บอสตนนี้มีความไวต่อ 'กลิ่นอาหาร' ระดับสูงสุด และอยู่ในสภาวะ 'หิวโหยคลุ้มคลั่ง']
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน" เสมอมานะครับ
ดันเจี้ยนเดือดระอุ เมื่อเชฟเลเวล MAX ต้องสยบกระเพาะอาจารย์สาวสายดาร์ก•ตอนที่ 5
เมื่อฮันเตอร์ไม่ได้มีไว้แค่ฆ่า
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดันเจี้ยนเดือดระอุ เมื่อเชฟเลเวล MAX ต้องสยบกระเพาะอาจารย์สาวสายดาร์ก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!