กลิ่นอายจางๆ ของพริกไทยดำบดใหม่และน้ำมันงาคั่วคละคลุ้งตัดผ่านความอับชื้นของชั้นหินบะซอลต์ในดันเจี้ยนชั้นที่เจ็ด เสียงเนื้อวัวสเต็กลายหินอ่อนเกรดตำนานที่กำลังสัมผัสกับกระทะเหล็กหล่อร้อนจัด ส่งเสียงฉ่าสะท้อนก้องไปทั่วโถงหิน ราวกับเสียงดนตรีประสานเสียงที่ถูกจัดฉากขึ้นมาเพื่อกลบความเงียบงันอันน่าอึดอัดระหว่างคนสองคน
"ถ้าท่านยังใช้สายตาแบบนั้นมองเนื้อในกระทะอีกแค่เสี้ยววินาทีเดียว ผมเกรงว่าเนื้อส่วนริบอายชิ้นนี้จะไหม้เกรียมจนกลายเป็นคาร์บอนไร้ราคาไปเสียก่อนนะครับ อาจารย์เซร่า"
เรย์เอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากการควบคุมอุณหภูมิเปลวไฟมานาในมือ มือข้างหนึ่งถือตะหลิวไม้ไผ่พลิกชิ้นเนื้ออย่างแม่นยำ ทุกย่างก้าวของการเคลื่อนไหวถูกคำนวณด้วยตรรกะและระบบสนับสนุนของเชฟเลเวล MAX อย่างไร้ที่ติ
เซร่าชะงัก เปลือกตาสีมุกกะพริบช้าๆ เพื่อดึงสติกลับมาจากภาพจินตนาการอันหิวกระหาย อาจารย์สาวแห่งสถาบันฮันเตอร์ผู้กุมอำนาจเวทมนตร์ธาตุมืดระดับ S ซึ่งใครๆ ต่างหวาดกลัว บัดนี้กลับนั่งกอดอกอยู่บนก้อนหินเรียบอย่างว่าง่าย เส้นผมสีเงินยวงยุ่งเหยิงเล็กน้อยเพราะผ่านศึกหนักมาตลอดทั้งวัน ใบหน้าเรียวสวยขึ้นสีแดงเรื่อไม่ใช่เพราะเขินอาย แต่เป็นเพราะฤทธิ์ของคำสาป 'ความหิวโหยนิรันดร์' ที่กำลังแผดเผาตับไตไส้พุงของเธอจนแทบคลั่ง
"เจ้าเด็กนี่... ปากคอเราะร้ายขึ้นทุกวันแล้วนะ" เซร่าเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสีอเมทิสต์คมกริบมองค้อนเจ้าของร้านอาหารจำเป็น "ข้าแค่คำนวณโครงสร้างเซลล์เนื้อนั่นต่างหาก ว่ามันจะทนทานต่อกรดในกระเพาะของข้าได้สักกี่นาที"
"ด้วยความเคารพนะครับอาจารย์ กระเพาะของท่านไม่ได้มีไว้เพื่อย่อยสลายสสาร แต่มีไว้เพื่อรองรับงานศิลปะต่างหาก" เรย์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย วางชิ้นเนื้อลงบนจานหินแกรนิตที่จัดแต่งด้วยสลัดผักป่าดรอปจากมอนสเตอร์ระดับ A อย่างพิถีพิถัน "และงานศิลปะชิ้นนี้ สมควรได้รับเกียรติให้ลิ้มรสในยามที่แสงจันทร์จากรอยแยกเพดานดันเจี้ยนส่องลงมาพอดี... เชิญครับ"
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงบลงเมื่อจานสเต็กถูกวางลงตรงหน้า เสียงลมหายใจของดันเจี้ยนที่เคยน่ากลัว กลับกลาย เป็นฉากหลังอันเงียบงันให้กับมื้อค่ำใต้แสงจันทร์สีนวลที่ลอดผ่านซอกหินลงมา
เซร่าสูดลมหายใจลึก กลิ่นหอมเย้ายวนของเนยกระเทียมและไขมันวัวที่ละลายแทรกซึมเข้ากับเนื้อสัมผัส ทำให้ต่อมรับรสของเธอสั่นสะท้าน เธอใช้มีดเงินตัดชิ้นเนื้อพอดีคำเข้าปาก ทันทีที่ผิวสัมผัสแรกแตะลงบนลิ้น รสชาติอันซับซ้อนก็ระเบิดออก—ความหวานฉ่ำของน้ำเนื้อที่กักเก็บไว้ภายในถูกปลดปล่อยออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ ผสานกับความเผ็ดร้อนเล็กน้อยของเครื่องเทศเฉพาะตัวจากดันเจี้ยนชั้นลึก
ดวงตาสีอเมทิสต์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายที่เคยเกร็งเครียดจากการต่อสู้มาทั้งวันผ่อนคลายลงทันทีอย่างเห็นได้ชัด ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากกระเพาะอาหารขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ บรรเทาพิษคำสาปที่กัดกินเรี่ยวแรงเธอไปได้มากกว่าครึ่ง
เรย์นั่งลงฝั่งตรงข้าม หยิบแก้วน้ำสมุนไพรเย็นๆ ขึ้นจิบ มองปฏิกิริยาของหญิงตรงหน้าด้วยรอยอยู่อย่างเข้าใจ ความสัมพันธ์ของพวกเขามันเลยจุดของผู้ว่าจ้างกับฮันเตอร์รับจ้างไปนานแล้ว มันคือความไว้วางใจที่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากความเป็นและความตาย... และผ่านกระเพาะอาหาร
"อร่อย..." เซร่าพึมพำออกมาเบาๆ โดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเจือไปด้วยความอ่อนโยนอย่างหาได้ยากยิ่ง เธอมองหน้าเรย์ผ่านแสงจันทร์สลัว "เจ้าทำได้ยังไง... อาหารของเจ้า มันไม่ใช่แค่การเติมเต็มพลังมานา แต่มัน... เหมือนการเยียวยาจิตวิญญาณที่แตกสลาย"
"เพราะผมให้เกียรติวัตถุดิบทุกชนิดในดันเจี้ยนนี้ครับ และที่สำคัญ..." เรย์เว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนแสงจันทร์คมกริบและจริงจัง "ผมไม่อยากเห็นอาจารย์ต้องทรมานจากคำสาปนั้นอีกแล้ว... อย่างน้อยก็ในเวลาที่อยู่ต่อหน้าโต๊ะอาหารของผม"
หัวใจของเซร่ากระตุกวูบ ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่คุ้นเคยแล่นริ้วผ่านเข้ามาในอก เธอก้มหน้าลงซ่อนรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากโดยไม่เอ่ยคำปฏิសธใดๆ ออกมาอีก
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความเงียบสงบอันงดงามนั้นเอง ระบบแจ้งเตือนภายในจิตสำนึกของเรย์ก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนหน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานดีดเด้งขึ้นมากลางอากาศอย่างไร้สัญญาณเตือน
[ติ๊ง! ตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังมานาในรัศมี 500 เมตร]
[คำเตือน! สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงฉับพลัน]
[ระบบตรวจพบ 'ผู้มาเยือน' ระดับภัยพิบัติ SSS กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่พิกัดนี้...]
[เงื่อนไขภารกิจลับพิเศษ: 'อาหารมื้อสุดท้ายของราชัน' ถูกเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ!]
เรย์หรี่ตาลงทันที รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตานิ่งสงบแต่เฉียบคมดุจใบมีด ส่วนเซร่าที่ดีดตัวลุกขึ้นยืนในพริบตา ดาบเวทมนตร์ในมือถูกเรียกออกมาถือไว้มั่น สัญชาตญาณนักล่าระดับ S ร้องเตือนภัยถึงอันตรายถึงชีวิตที่กำลังคืบคลานเข้ามาในความมืดเบื้องล่าง
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กดทับพื้นหินจนสั่นสะเทือนดังขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเงาดำทมิฬขนาดมหึมาที่ค่อยๆ ก้าวพ้นจากความมืดมิดของอุโมงค์ชั้นที่แปด...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สนับสนุน และติดตามบททดสอบความอร่อยในดันเจี้ยนนี้มาโดยตลอดนะครับ
ดันเจี้ยนเดือดระอุ เมื่อเชฟเลเวล MAX ต้องสยบกระเพาะอาจารย์สาวสายดาร์ก•ตอนที่ 10
มื้อค่ำใต้แสงจันทร์ดันเจี้ยน
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดันเจี้ยนเดือดระอุ เมื่อเชฟเลเวล MAX ต้องสยบกระเพาะอาจารย์สาวสายดาร์ก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!