ปลายนิ้วเรียวที่เคลือบเล็บด้วยสีแดงก่ำดั่งกลีบกุหลาบอาบยาพิษ กดล็อกไกปืนพกกระบอกเล็กสลักลวดลายวิจิตรแนบชิดกับขมับบางของรินอย่างไม่ลังเล เสียงเหล็กกระทบกันเบาหวิวท่ามกลางความเงียบงดงามของห้องวีไอพีเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยกลิ่นไวน์ชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นอายความตายที่ลอยวนเวียนดั่งเงา
ดวงตาคู่คมของมินตราไม่ได้ฉายแววสะทกสะท้านแม้แต่น้อย หากแต่มีความร้าวรานลึกซึ้งซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก ความเงียบงันระหว่างพวกเธอนั้นดังยิ่งกว่าเสียงกรีดร้อง รินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มความสั่นไหวในอก แววตาของนักสืบสาวฉายประกายความดื้อรั้นและความเจ็บปวดระคนกันอย่างเด่นชัด
"พี่มินตราคะ... พี่คิดจริงๆ เหรอคะว่าฆ่าหนูแล้วความลับเรื่องคืนนั้นของน้องสาวหนูจะจบลง?" รินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่สั่นเครือเล็กน้อยในพยางค์สุดท้าย เธอยอมเสี่ยงชีวิตก้าวเข้ามาถึงจุดนี้ ไม่ใช่เพื่อความยุติธรรมจอมปลอม แต่มันคือการทวงคืนความจริงที่ถูกฝังกลบ
มินตราหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข เต็มไปด้วยความขื่นขมและรอยแผลเป็นในอดีตที่ไม่มีวันจางหาย ปลายกระบอกปืนขยับเข้าใกล้ผิวเนื้ออีกนิดจนเกิดรอยกดสีแดงจางๆ
"หนูรินเด็กโง่... เธอคิดว่าพี่อยากทำลายคนที่พี่... คนที่พี่เอ็นดูที่สุดอย่างนั้นเหรอคะ?" มินตราเอ่ยเสียงพร่า ดวงตาคู่สวยไหววับชั่วขณะก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว "โลกใบนี้ไม่ได้มีไว้ให้คนอ่อนแออยู่รอดหรอกนะ... ถ้าน้องสาวของเธอไม่รู้อะไรมากเกินไป เธอคงไม่ต้องพบจุดจบแบบนั้น และเธอ... ก็คงไม่ต้องมายืนอยู่ตรงปากเหวแห่งความตายตอนนี้"
"ถ้างั้นก็ยิงเลยสิคะ!" รินตะโกนสวนกลับด้วยความอัดอั้น น้ำตาคลอเบ้าแต่ไม่มีทางไหลร่วงลงมาให้เห็นความพ่ายแพ้ "พี่กลัวความจริงใช่ไหมคะ? กลัวว่าถ้าหนูรอดออกไปได้ ภาพลักษณ์ของตระกูลสูงส่งกับปาร์ตี้รูมรกตีนั่นจะพังทลายลงมาใช่ไหม!"
เสี้ยววินาทีนั้น มินตรานิ่งงิ่งไป แววตาที่เคยนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในคืนไร้จันทร์เกิดระลอกคลื่นแห่งความสั่นไหว มือที่ถือปืนสั่นน้อยๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ความกดดันระหว่างพวกเธอบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก รินใช้จังหวะเสี้ยววินาทีที่มินตรากำลังลังเล พุ่งตัวเข้าประชิดแล้วปัดอาวุธในมืออีกฝ่ายกระเด็นไปกระแทกพื้นพรมหนานุ่ม เสียงโลหะกระทบพื้นดังทึบ
ทั้งคู่ล้มลงไปกองบนพื้นห้อง มินตราซึ่งมีพละกำลังมากกว่าพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างของรินไว้ได้อย่างรวดเร็ว มือเรียวคว้าต้นคอของนักสืบสาวไว้แน่น บีบกระั้นให้อากาศในปอดเหลือน้อยลงเรื่อยๆ รินพยายามใช้มือทั้งสองข้างดันข้อมือของอีกฝ่ายออก แต่แรงกดดันกลับเพิ่มทวีคูณตามความโกรธเกรี้ยวและอารมณ์ที่ระเบิดออกมาของมินตรา
"ทำไม... ทำไมเธอถึงไม่ยอมแพ้สักที!" มินตราคำรามเสียงต่ำชิดใบหู ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่บ้าคลั่งไม่แพ้กัน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมกับเหงื่อจางๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัดที่เย้ายวนและอันตรายถึงชีวิต
รินหายใจหอบกระชั้น หน้าเริ่มแดงก่ำจากการขาดอากาศ แต่สายตาที่จ้องมองกลับเต็มไปด้วยความท้าทายไร้ความเกรงกลัว เธอรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ยกเข่าขึ้นกระแทกเข้าที่สีข้างของมินตราอย่างจัง จนหญิงสาวสะุด้งและหลุดมือจากการบีบคั้น
มินตราล้มตัวลงนอนหอบหายใจข้างๆ ร่างของริน ทั้งคู่ต่างนอนแผ่หลาบนอนมองเพดานห้องที่สะท้อนแสงไฟนีออนสลัวจากภายนอก หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่รุนแรง ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง พร้อมกับความจริงที่ยังคงค้างคาอยู่ในอากาศ
"เธอรั้นเหมือนน้องสาวของเธอไม่มีผิด..." มินตราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า หันมามองใบหน้าด้านข้างของรินที่เต็มไปด้วยคราบเหงื่อ "แต่รู้ไหมคะ... คนที่สั่งเก็บน้องสาวของเธอ ไม่ใช่พี่..."
รินเบิกตากว้าง หันขวับมามองมินตราทันที หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกใจ
"หมายความว่ายังไงคะ?" รินเค้นเสียงถาม
ก่อนที่มินตราจะทันได้เอ่ยคำตอบใดออกมา ประตูห้องวีไอพีที่ควรจะถูกล็อกสนิทกลับถูกถีบกระเด็นเปิดผางด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับร่างของบุคคลในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาพร้อมปืนเก็บเสียงที่เล็งตรงมายังพวกเธอทั้งคู่ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนใบหน้าของผู้มาใหม่
"ดูเหมือนว่าฉันจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของพวกคุณสินะคะ... คุณริน คุณมินตรา"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่เดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ โรสแมรี่พิษสัญญาว่าจะพาไปพบกับบทสรุปที่คาดไม่ถึงในตอนหน้าค่ะ
กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน•ตอนที่ 42
บทที่ 42
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!