กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน•ตอนที่ 43

บทที่ 43

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
กลิ่นอายของแชมเปญราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นโลหะจางๆ ที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในห้องสูทวีไอพีชั้นบนสุดของปาร์ตี้รูมลับแห่งนี้ ช่างเป็นส่วนผสมที่ชวนให้คลื่นไส้พพอๆ กับรอยยิ้มที่กำลังประดับอยู่บนริมฝีปากของมินตรา ประโยคทักทายที่หลุดออกมาจากเรียวปากของบุคคลที่สาม ซึ่งก้าวเข้ามาขัดจังหวะช่วงเวลาอันเปราะบางเมื่อครู่ ทำให้บรรยากาศภายในห้องลดอุณหภูมิลงจนแทบติดลบ รินเหลือบสายตาคมกริบมองไปยังเงาร่างที่คุ้นเคยในความมลัวของแสงนีออนสีแดงก่ำ หัวใจของเธอกระตุกวูบไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแผนการที่เธอวางไว้ทั้งหมดกำลังจะพังทลายลงในไม่กี่วินาทีนี้ "ดูเหมือนว่าฉันจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของพวกคุณสินะคะ... คุณริน คุณมินตรา" เสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอดังขึ้นจากผู้มาใหม่ ร่างระหงก้าวเข้ามาใกล้แสงสว่างจากหลอดไฟนีออนทีละนิด เผยให้เห็นใบหน้าที่เรียบเฉยแต่แววตากลับระยิบระยับด้วยความสะใจ มินตราไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนพิงขอบโต๊ะทำงานหรูหรา แก้วไวน์ในมือไหววูบตามจังหวะการหมุนข้อมืออย่างเชื่องช้า ราวกับสถานการณ์ตรงหน้าเป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่เธอหาได้ใส่ใจไม่ "ถ้าเธอคิดว่านี่คือเวลาส่วนตัว เธอก็คงสายตาฝ้าฟางไปหน่อยนะคะ" มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบราบ แต่ทว่าบาดลึก "เพราะสิ่งที่เธอกำลังเห็น มันคือจุดจบต่างหากล่ะคะ" รินขยับตัวเล็กน้อยเพื่อสร้างระยะห่างระหว่างเธอกับมินตรา แม้ทั้งคู่เพิ่งจะยืนประจันหน้ากันด้วยความหวาดระแวงและข้อมูลลับที่พร้อมจะแฉกันและกัน แต่เมื่อมีตัวแปรที่สามพุ่งเข้ามาแทรกกลาง ความสัมพันธ์ที่ก้ำกึ่งระหว่างผู้ล่าและผู้ถูกล่าก็จำเป็นต้องเปลี่ยนทิศทางในชั่วพริบตา รินกวาดสายตามองสำรวจผู้มาใหม่—พยานปากเอกที่ควรจะหลบหนีไปจากเมืองนี้ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน แต่ทำไม... ถึงมายืนอยู่ตรงนี้ได้ "คุณไม่ได้ควรจะอยู่บนเรือข้ามฟากไปแล้วหรอกเหรอคะ" รินเอ่ยถาม น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าซ่อนความระแวงไว้ทุกอณู "หรือว่าแผนการทั้งหมด... เป็นแค่ฉากละครที่คุณกับมินต้าร่วมมือกันจัดฉากขึ้นมาหลอกฉันตั้งแต่แรก" คำถามนั้นทำให้มุมปากของมินตรากระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดาความหมาย ดวงตากลมโตคู่สวยหันกลับมาสบตากับรินนิ่งนาน ราวกับต้องการค้นหาความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เกราะกำบังอันเย็นชาของนักสืบสาว "คุณรินคะ... คุณยังไม่รู้อะไรอีกเยอะเลยนะคะ" มินตราวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะเสียงดังกระทบเบาๆ แต่ก้องกังวานในความเงียบ "โลกใบนี้ไม่มีใครเป็นมิตรแท้ หรือแม้แต่ศัตรูถาวรหรอกค่ะ ทุกคนต่างก็มีราคาที่ต้องจ่าย เพื่อแลกกับการได้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารนี้" ผู้มาใหม่ยกมือขึ้นทัดปอยผมที่หลุดลุ่ย รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยเฉี่ยว "คุณคิดว่าคุณเป็นคนเดียวเหรอคะคุณริน ที่กำลังตามล่าหาความจริงเบื้องหลัง 'กุหลาบเลือด' บ้าๆ นี่? น่าขันสิ้นดี... ความจริงน่ะ มันถูกฝังไว้ใต้ดินลึกเกินกว่าที่คุณจะขุดมันขึ้นมาได้ด้วยมือเปล่าคู่เดียวหรอกค่ะ" บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก รินขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นนูน สายตาคมกวาดมองทั้งสองคนสลับกันไปมา สมองอันปราดเปรื่องกำลังประมวลผลความน่าจะเป็นนับร้อยภายในเสี้ยววินาที หากนี่คือเกมกลลวง... เธอกกำลังติดกับดักที่ตัวเองเป็นคนก้าวเข้ามาเหยียบมันเองอย่างโง่เขลา "ถ้าความจริงมันเน่าเฟะขนาดนั้น ทำไมพวกคุณถึงยังดิ้นรนที่จะไขว่คว้ามันไว้ล่ะคะ" รินเค้นเสียงถาม รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากบ้าง แม้ลึกๆ ในใจความทรงจำอันเจ็บปวดเกี่ยวกับน้องสาวจะกรีดแทงซี่โครงจนเจ็บแปลบ "หรือเพราะว่า... มือของพวกคุณเปื้อนเลือดไม่ต่างจากคนที่พวกคุณกำลังตามหาอยู่กันแน่" สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมพื้นที่ทันที ไม่มีใครขยับเขยื้อnเคลื่อนไหว มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงฮัมเพลงเบาๆ จากเครื่องเสียงชั้นล่างที่เล็ดลอดขึ้นมาตามช่องระบายอากาศ มินตราก้าวเท้าเข้ามาหารินทีละก้าว ช้าๆ ทว่ามั่น and หนักแน่น กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวที่เย้ายวนและอันตรายลอยแตะจมูก รินไม่ถอยหลังหนี เธอเลือกที่จะยืนหยัดเผชิญหน้า ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ จนสามารถมองเห็นเงสะท้อนของกันและกันในดวงตา "ถ้าคุณอยากรู้ความจริงนัก..." มินตรากระซิบชิดริมหูของริน เสียงของเธอนุ่มนวลราวกับเสียงกระซิบของปีศาจ แต่มันกลับทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ทำไมคุณไม่ลองเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานตัวนั้นดูด้วยตัวเองล่ะคะ... เผื่อว่าคุณจะได้เจอ 'ของขวัญ' ชิ้นสุดท้ายที่ฉันเตรียมไว้ให้คุณโดยเฉพาะ" รินหันขวับไปมองลิ้นชักไม้สีเข้มที่ปิดสนิทอยู่เบื้องหลังมินตรา ความลังเลฉายชัดขึ้นในแววตาชั่วขณะหนึ่ง แต่มือเรียวภายใต้ถุงมือหนังก็เอื้อมออกไปโดยสัญชาตญาณ ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วจะทันได้สัมผัสกับมือจับโลหะ เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากทางเดินด้านนอก—ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคนคนเดียว แต่มันคือเสียงของกลุ่มคนนับสิบที่กำลังมุ่งตรงมายังห้องนี้ด้วยความเร็วสูง! ประตูห้องสูทถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานี แสงไฟสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาจนรินต้องยกมือขึ้นบังตาตามสัญชาตญาณ และในเสี้ยววินาทีที่ม่านหมอกแห่งความมืดถูกเปิดเผย ร่างของบุคคลที่รินไม่คาดคิดว่าจะได้เจออีกครั้งในสถานที่แบบนี้ ก็ก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่สลักลึกลงในความทรงจำสีเลือดของเธอ... *ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ*
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%