“โกหก... มันเป็นไปไม่ได้”
เสียงของรินสั่นพร่าขณะจ้องมองไปยังเงาสะท้อนในกระจกเงาบานยักษ์กลางห้องโถงลับ แสงนีออนสีม่วงสลัวที่ลอดผ่านม่านกรองแสงทำให้ใบหน้าของคนที่ยืนอยู่อีกฝั่งดูบิดเบี้ยว รอยยิ้มที่กำลังแสยะกว้างนั้นไม่ใช่ของเธอ... ไม่ใช่รินคนที่เฝ้าโทษตัวเองเรื่องน้องสาวมาตลอดเจ็ดปี แต่มันคือใบหน้าของคนที่เพิ่งก้าวข้ามผ่านความตายไปสู่ความบ้าคลั่ง
“ความจริงมันเจ็บปวดเสมอแหละค่ะ คุณริน”
เสียงหวานทุ้มที่คุ้นเคยดังมาจากเงามืดด้านหลัง มินตราก้าวออกมาด้วยท่วงท่าสง่างามดั่งราชินีบนบัลลังก์เลือด ชุดราตรีผ้าไหมสีดำสนิทขับเน้นผิวขาวจัดให้ดูซีดเซียวราวกับหุ่นขี้ผึ้ง เธอหยุดยืนข้างริน สบตาคนในกระจกด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
รินกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความเจ็บปวดแล่นพล่านเป็นเครื่องเตือนสติว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ “เธอเห็นใช่ไหม? คนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... มันไม่ใช่ฉัน แต่มันคือคนที่สวมรอยเป็นฉันมาตลอด”
มินตราหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเสียงแก้วไวน์กระทบกัน “โลกนี้มีคนหน้าเหมือนกันได้ตั้งมากมายนะคะ แต่การจะมี ‘ความลับ’ เหมือนกันน่ะ... หายากกว่าเยอะ”
รินหันขวับ สายตาคมกริบดุจมีดโกนจดจ้องใบหน้ามินตรา “ฉันรู้ว่าเธอรู้มากกว่าที่พูด หลักฐานในแฟลชไดรฟ์ที่ฉันได้มา มันมีบันทึกการโอนเงินเข้าบัญชีลับของเธอ ถ้าฉันแฉเรื่องนี้ออกไป ปาร์ตี้รูมของเธอจะพินาศภายในคืนเดียว”
“โอ้... เรื่องนั้นน่ะหรือคะ?” มินตราเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเป็นเส้นตรง “งั้นลองเช็กดูอีกทีสิคะ ว่าของสิ่งนั้นยังอยู่ที่เดิมหรือเปล่า”
รินชะงัก เธอรีบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตหนังเพื่อควานหาอุปกรณ์เก็บข้อมูลชิ้นสำคัญที่แลกมาด้วยชีวิต แต่สัมผัสที่ได้รับกลับเป็นเพียงความว่างเปล่า... ความว่างเปล่าที่เย็นเยียบจนสั่นสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง
“อย่าบอกนะว่า...”
“พี่รินคะ... พี่จะห่วงของเล่นพวกนั้นไปทำไมกันล่ะคะ ในเมื่อพี่เองก็เพิ่งจะ ‘ทำลาย’ มันด้วยมือของพี่เองเมื่อครู่นี้ไง”
เสียงหนึ่งแทรกเข้ามาจากความมืด เป็นน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของรินหยุดเต้น ‘เมย์’ เด็กสาวผู้เป็นเหมือนเงาของริน คนสนิทที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมาตลอดเดินออกมาจากเงามืด ในมือของเธอถือซากแฟลชไดรฟ์ที่ถูกบดขยี้จนแตกละเอียด เมย์ยิ้ม... รอยยิ้มนั้นถอดแบบมาจาก ‘คนในกระจก’ อย่างไม่มีผิดเพี้ยน
รินก้าวถอยหลัง ลมหายใจติดขัด “เมย์... นี่เธอทำอะไรลงไป? เธอรู้ไหมว่าเราต้องแลกด้วยอะไรมา!”
“ฉันรู้ดีค่ะพี่” เมย์ขยับเข้าไปใกล้ ท่าทางที่เคยดูใสซื่อบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความถือดี “แต่พี่น่ะ... อ่อนแอเกินไป พี่มัวแต่จมปลักอยู่กับอดีต พี่อยากจะรื้อฟื้นเรื่องน้องสาวพี่ขึ้นมาเพื่ออะไรคะ? ในเมื่อความจริงมันสวยงามกว่าการได้เห็นพี่พังทลายลงไปแบบนี้”
“เธอกำลังพูดเรื่องอะไร!” รินตะคอก เสียงดังก้องไปทั่วห้องโถงที่เงียบสงัด
“พี่ไม่สงสัยบ้างเหรอคะ ว่าทำไมรอยยิ้มของพี่ในกระจกถึงได้ดูมีความสุขขนาดนั้น?” เมย์วางเศษซากแฟลชไดรฟ์ลงบนโต๊ะหินอ่อน ก่อนจะหยิบปืนพกกระบอกเล็กขึ้นมาวางไว้ตรงกลาง “เพราะคนที่ตายไปเมื่อเจ็ดปีก่อน... ไม่ใช่น้องสาวของพี่คนเดียวหรอกค่ะ แต่เป็น ‘ตัวตน’ ของพี่ที่ถูกฆ่าตายตั้งแต่วันนั้น มินตราแค่ช่วยให้พี่ได้เห็นตัวเองในเวอร์ชันที่แข็งแกร่งขึ้น... เวอร์ชันที่พร้อมจะสังหารทุกคนที่ขวางทาง”
มินตราก้าวเข้ามาโอบไหล่รินจากด้านหลัง กลิ่นน้ำหอมกุหลาบที่ผสมคาวเลือดจางๆ ทำให้รินรู้สึกวิงเวียน เธอไม่รู้ว่ากำลังฝันหรือตื่น ความจริงตรงหน้าบิดเบี้ยวจนเกินกว่าจะประมวลผลได้
“รินคะ...” มินตรากระซิบข้างใบหู น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเวทนาที่เจือปนด้วยความเย้ายวน “คนที่เราไว้ใจที่สุด มักจะเป็นคนเดียวกับที่ถือมีดรอจ่อคอหอยเราอยู่เสมอ... เมย์ไม่ได้หักหลังพี่หรอกค่ะ เธอแค่ ‘เลือกข้าง’ ที่ฉลาดกว่า”
รินหันไปมองเมย์ที่ยืนนิ่ง สายตาของเด็กสาวไร้ซึ่งความรู้สึกผิด มีเพียงความกระหายบางอย่างที่รินไม่เคยเห็นมาก่อน ความแค้น ความน้อยเนื้อต่ำใจ หรือความอิจฉาที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้หน้ากาก ‘ผู้ช่วยมือขวา’ มาตลอดหลายปี
“ทำไม...” รินเค้นเสียงถาม
เมย์ก้าวเข้ามาประชิดตัวริน ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าคนเป็นพี่ออกอย่างเบามือ “เพราะฉันเบื่อที่จะต้องเป็นเงาของพี่แล้วไงคะ ในเมื่อรินที่เก่งกาจและเยือกเย็นคนเดิมไม่มีอยู่จริง... ก็ถึงเวลาที่ฉันจะสร้างรินคนใหม่ขึ้นมาแทนที่”
วินาทีนั้นเอง เสียงไซเรนรถตำรวจที่ดังแว่วมาจากที่ไกลๆ ก็ทำลายความเงียบของห้องโถงลง มินตราหันไปมองหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่เผยให้เห็นแสงไฟกะพริบจากรถเจ้าหน้าที่นับสิบคันที่ล้อมรอบอาคารนี้ไว้
“ดูเหมือนแขกไม่ได้รับเชิญจะมาถึงแล้วนะคะ” มินตราแค่นยิ้มก่อนจะหันมามองรินด้วยสายตาที่เด็ดขาด “เรามีเวลาไม่ถึงสองนาที ถ้าพี่จะหนี พี่ต้องเลือก... ระหว่างการยอมจำนนต่อกฎหมายในฐานะนักสืบที่ล้มเหลว หรือจะเลือกจับปืนกระบอกนั้นแล้วก้าวออกไปในฐานะ ‘ปีศาจ’ ที่ทุกคนหวาดกลัว”
รินก้มมองปืนบนโต๊ะ สลับกับใบหน้าของคนที่เธอเรียกว่าน้องสาวและผู้หญิงที่เธอเกลียดชังที่สุด แต่ละก้าวที่เดินเข้าหาโต๊ะนั้นหนักอึ้งราวกับแบกรับชะตากรรมของทั้งชีวิตเอาไว้ นิ้วชี้เรียวยาวแตะลงบนไกปืนที่ยังคงมีความอุ่นจากมือของเมย์เหลืออยู่
ทว่าในวินาทีที่นิ้วรินกำลังจะเกี่ยวไกนั้นเอง ประตูห้องโถงก็ถูกพังเข้ามาด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับเสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึกโดยไม่มีการแจ้งเตือน รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาท่ามกลางควันปืน... คนที่ควรจะตายไปตั้งแต่เจ็ดปีก่อน... คนที่ยืนถือปืนจ่อมาที่เธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้น!
โรสแมรี่พิษหวังว่าตอนที่ 11 นี้จะทำให้รี้ดเดอร์ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ และเตรียมตัวรับความระทึกในตอนต่อไปนะคะ
กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน•ตอนที่ 11
คืนแห่งการทรยศ
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!