“บอกฉันมา... ว่านั่นไม่ใช่ภาพหลอนของฉัน”
เสียงของรินแหบพร่า ท่ามกลางความเงียบงันในห้องรับรองวีไอพีที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาแพงระคนกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาจากไหนสักแห่ง มินตราไม่ได้ตอบในทันที เธอเพียงแต่กอดอกแน่นขึ้น แผ่นหลังเพรียวบางพิงเข้ากับผนังห้องจนดูราวกับจะหลอมละลายไปกับเงามืด
“ความทรงจำที่ตายไปแล้ว ไม่ควรจะย้อนกลับมาเดินเพ่นพ่านในห้องนี้ ริน” มินตราเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่สั่นไหวเล็กน้อย “ถ้าเธออยากรู้ความจริง ก็เลิกทำตัวเป็นนักสืบโง่ๆ ที่วิ่งตามหางอึ่ง แล้วไปถาม ‘พยาน’ คนนั้นด้วยตัวเองเถอะ”
รินแค่นยิ้มที่มุมปาก มือที่สั่นเทาเล็กน้อยถูกกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เธอไม่ยอมเสียเวลาต่อปากต่อคำกับหญิงสาวตรงหน้าอีกต่อไป ก้าวเท้าหนักๆ เดินออกจากห้องลับนั้นทิ้งให้มินตรามองตามด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก—สายตาที่เต็มไปด้วยความเวทนาและคำเตือนที่ไม่ได้เอ่ยปาก
ย่านเมืองเก่าที่แสงนีออนสาดส่องลงมาเป็นสีม่วงอมแดงดูน่าสะอิดสะเอียน รินมุ่งหน้าสู่ที่กบดานที่ได้รับแจ้งมาจากสายลับในสังกัด ข้อมูลที่รวบรวมมาได้คือพยานคนเดียวที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ปาร์ตี้เลือดเมื่อสามปีก่อน ซ่อนตัวอยู่ในห้องเช่าซอมซ่อหลังร้านซักรีดที่ปิดตัวไปนานแล้ว
ประตูไม้ผุๆ ส่งเสียงครวญครางเมื่อถูกผลักเปิดออก รินชักปืนพกคู่ใจออกมาถือไว้มั่น สัญชาตญาณนักสืบเตือนเธอว่ามีความผิดปกติ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่รุนแรงจนน่าเวียนหัวปะทะเข้ากับจมูกทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู
“ใคร?” เสียงกระซิบแหบพร่าดังมาจากมุมมืดของห้อง
รินหรี่ตาลง ปรับสายตาให้ชินกับความสลัว เธอเห็นร่างหนึ่งขดตัวอยู่บนเตียงเก่าๆ ผ้าห่มผืนหนาปิดคลุมตั้งแต่หัวจรดเท้า ทว่ากลิ่นที่ลอยออกมาไม่ใช่กลิ่นของคนมีชีวิต แต่เป็นกลิ่นที่เธอคุ้นเคยดีจากห้องดับจิต
“ฉันมาเพื่อถามเรื่องคืนนั้น... คืนที่น้องสาวฉันหายไป” รินเอ่ย พยายามคุมน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด “ฉันรู้ว่าคุณเห็นทุกอย่าง คุณคือคนเดียวที่เดินออกมาจากปาร์ตี้รูมได้โดยที่ยังมีลมหายใจ”
ร่างใต้ผ้าห่มค่อยๆ ขยับ มือที่ผอมแห้งจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกเลิกผ้าห่มออกช้าๆ รินกลั้นหายใจ ใบหน้าของคนตรงหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการถูกของมีคมกรีดลึกจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ ดวงตาข้างหนึ่งปิดสนิท แต่อีกข้างกลับเบิกโพลงจ้องมองมาราวกับจะทะลุเข้าไปในวิญญาณของริน
“เธอไม่ได้มาหาพยานหรอก...” เสียงนั้นเหมือนแก้วที่แตกละเอียด “เธอมาหา ‘เหยื่อ’ ที่รอคอยการถูกฆ่าซ้ำสอง”
“หมายความว่ายังไง?” รินก้าวเข้าไปใกล้ ลืมความระแวดระวังไปชั่วขณะ “ใครเป็นคนทำ? มินตราใช่ไหม? เธอเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากแค่ไหน?”
พยานคนนั้นหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงที่ฟังดูเหมือนการกลืนก้อนกรวด “มินตราเป็นแค่คนจัดฉาก ริน... คนที่อยู่เบื้องหลังแสงนีออนนั่น ไม่ใช่คนธรรมดา เธอต้องการ ‘กุหลาบ’ ที่จะบานสะพรั่งในเลือด... และดูเหมือนว่าวันนี้ ดอกไม้ที่เธอเฝ้าตามหา จะเดินเข้ามาถึงเตียงนอนของฉันเองแล้ว”
ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านสันหลัง รินขมวดคิ้วแน่น “ฉันไม่เข้าใจ พูดให้ชัดเจน!”
“เงาในกระจกที่เธอเห็นน่ะริน...” พยานคนนั้นพยายามลุกขึ้นนั่ง นิ้วที่สั่นเทาชี้ไปยังกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง ซึ่งมีคราบฝุ่นจับเขรอะจนแทบมองไม่เห็นภาพสะท้อน “เธอคิดว่านั่นเป็นใบหน้าของคนที่ตายไปแล้วจริงๆ หรือ? เธอมันก็แค่เหยื่อตัวน้อยที่ถูกล่อลวงเข้ามาในรังมดคันไฟ... มองดูดีๆ สิ! นั่นไม่ใช่ใบหน้าของน้องสาวเธอ... แต่มันคือใบหน้าของ ‘ผู้ล่า’ ที่รอคอยจะกลืนกินตัวตนของเธอต่างหาก!”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องที่ถูกปิดตาย รินหันขวับไปมอง หัวใจเต้นรัวราวกับกลองรบ
เงาร่างหนึ่งทาบทับผ่านรอยแตกของประตูไม้ แสงสีแดงจากป้ายนีออนด้านนอกสะท้อนเข้ามาทำให้เห็นเพียงโครงร่างที่คุ้นตาอย่างน่าขนลุก รินจำท่าทางการยืนแบบนั้นได้ดี... ท่าทางที่เธอเคยเห็นในความฝันร้ายมาตลอดสามปี
“เธอมาถึงที่นี่จนได้นะ” เสียงที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้น เป็นเสียงที่หวานหยดแต่เย็นเยียบจนถึงกระดูกสันหลัง “ขอบคุณนะที่นำทางมา... การเก็บกวาดพยานคนสุดท้าย จะได้ง่ายขึ้นเยอะเลย”
ประตูห้องถูกเตะจนกระเด็นหลุดจากบานพับ รินรีบหันไปจะเล็งปืน แต่พยานคนนั้นกลับคว้าแขนของเธอไว้แน่นด้วยแรงที่คาดไม่ถึง ดวงตาที่เหลือเพียงข้างเดียวเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
“อย่าหันไปมอง!” พยานกรีดร้อง “ถ้าเห็นหน้าของ ‘มัน’ ... เธอก็จะกลายเป็นหนึ่งในภาพวาดในห้องปาร์ตี้รูมตลอดไป!”
แต่รินไม่อาจห้ามสัญชาตญาณของตัวเองได้ เธอหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ท่ามกลางความเงียบที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก ใบหน้าที่เธอกำลังจะได้เห็นนั้นค่อยๆ เงยขึ้นภายใต้หมวกปีกกว้าง และเมื่อแสงสีแดงจ้าสาดกระทบใบหน้านั้น... รินก็แทบหยุดหายใจ
ใบหน้าของคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... คือใบหน้าของรินเอง แต่เป็นเวอร์ชันที่มีรอยยิ้มอำมหิตประดับอยู่!
โรสแมรี่พิษหวังว่ารี้ดเดอร์จะยังไม่ขวัญกระเจิงกับความลับที่เพิ่งเปิดเผยนะคะ ขอบคุณที่ติดตามกันมาจนถึงตอนนี้ค่ะ
กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน•ตอนที่ 10
พยานคนสุดท้าย
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!