กลิ่นคาวเลือดจางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงอบอวลอยู่ในอากาศแคบๆ ของทางเดินหนีไฟ รินถูกมินตรากระชากให้วิ่งฝ่าความมืดของตึกร้างที่ตั้งอยู่หลังปาร์ตี้รูมสุดหรู เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มชายชุดดำที่ไล่หลังมาดังก้องสะท้อนกับกำแพงปูนเปลือย เสียงปืนเก็บเสียงดัง *พึ่บ* ตามมาติดๆ ลูกกระสุนเจาะเข้าที่ผนังข้างหัวรินเพียงไม่กี่เซนติเมตร เศษปูนแตกกระจายบาดเข้าที่แก้มของเธอจนเลือดซิบ
“อย่าหันหลังกลับไป!” มินตราตวาด แม้เสียงจะสั่นเครือแต่แววตาของเธอยังคงแน่วแน่ เธอหักเลี้ยวเข้าสู่ซอกตึกแคบๆ ที่มีเพียงแสงนีออนสีม่วงจากป้ายโฆษณาตึกฝั่งตรงข้ามสาดส่องเข้ามาเป็นระยะ
รินสะบัดข้อมือออกแล้วดึงมินตราให้หยุดกะทันหันก่อนจะดันร่างโปร่งไปอิงกับผนัง “หยุดได้แล้ว! บอกมาว่าเธอพาฉันมาที่นี่ทำไมกันแน่ มินตรา? กลุ่มคนที่ไล่ล่าเราไม่ใช่พวกมาเฟียกระจอกพวกนั้น แต่นี่มันคือคนของ ‘ตระกูล’ เธอ!”
มินตราหอบหายใจถี่ ใบหน้าสวยสง่าที่มักจะแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มเย่อหยิ่งบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบฝุ่นละออง เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของริน แววตาที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาที่ซ่อนไว้ภายใต้เปลือกนอกที่แหลมคม
“เพราะฉันไม่อยากให้เธอตาย... ริน” มินตราเอ่ยเสียงเบาหวิว มือที่สั่นเทาของเธอเอื้อมขึ้นมาแตะที่รอยแผลเล็กๆ บนแก้มของนักสืบสาว “ฉันยอมให้โลกทั้งใบพังพินาศ หรือแม้แต่ตระกูลของฉันจะล่มสลายไปต่อหน้าต่อตา แต่ฉันไม่ยอมให้คนที่ฉันเฝ้าสังเกตมาตลอดสามปีต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของคนที่ฉันเองก็เกลียดชัง”
รินชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดไปครู่หนึ่ง คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่หนักอึ้งทำให้หัวใจที่ด้านชาของเธอกระตุกวูบ ความทรงจำเกี่ยวกับน้องสาวที่เธอเคยสูญเสียไปเพราะความประมาทหวนกลับมาทิ่มแทง
“เธอกำลังเล่นเกมอะไรอยู่?” รินถามเสียงแหบพร่า ความลังเลฉายชัดในแววตา มือของเธอวางลงบนด้ามปืนที่เอว แต่ไม่ได้ชักมันออกมา “ฉันคือนักสืบ ส่วนเธอคือเป้าหมายสูงสุดในคดีนี้... ความรู้สึกของเธอมันอาจจะเป็นแค่กับดักกุหลาบที่สวยงาม แต่หนามของมันอาจจะฆ่าฉันให้ตายทั้งเป็นก็ได้”
“ถ้าฉันเป็นกับดัก... เธอก็เป็นเหยื่อที่ฉันเต็มใจให้รู้ความลับทุกอย่างตั้งแต่วันแรกที่เธอก้าวเข้ามาในปาร์ตี้รูมของฉันแล้ว” มินตราขยับเข้าไปใกล้ขึ้นจนลมหายใจของทั้งคู่รดรินกัน “หน้าที่ของเธอคือการจับกุมฉัน แต่หน้าที่ของฉันคือการปกป้องเธอจากความจริงที่เธอยังรับไม่ไหว ริน... ถ้าคืนนี้เราต้องจบสิ้นลงที่นี่ ฉันอยากให้เธอรู้ว่าทุกสัมผัส ทุกคำพูดที่ฉันมอบให้เธอ มันไม่ใช่การเสแสร้ง”
รินเม้มปากแน่น ความเย็นเยียบจากปลายกระบอกปืนของศัตรูที่อยู่ไม่ไกลยังคงกดดัน แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือความปรารถนาที่กำลังก่อตัวในใจท่ามกลางสมรภูมิที่ไร้ทางออก เธอรู้ดีว่าหากก้าวพลาดเพียงก้าวเดียว ไม่เพียงแค่คดีนี้ที่จะพังพินาศ แต่จิตวิญญาณของเธอเองก็จะแหลกสลายไปด้วย
“ถ้ารักฉันจริง... ก็ส่งหลักฐานทั้งหมดมาให้ฉัน” รินตัดสินใจขีดเส้นแบ่งในวินาทีสุดท้าย “นั่นคือวิธีเดียวที่เธอจะพิสูจน์ได้ว่าเธอไม่ได้อยู่ฝั่งเดียวกับพวกมัน”
มินตราแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความขมขื่น เธอล้วงมือเข้าไปในเสื้อสูทตัวนอกแล้วหยิบไดร์ฟเก็บข้อมูลขนาดเล็กออกมา แต่นิ้วของเธอยังคงกำมันไว้แน่น ไม่ยอมส่งให้
“หลักฐานชิ้นนี้จะทำลายตระกูลของฉัน แต่ในขณะเดียวกัน มันจะทำให้เธอตกเป็นเป้าหมายที่แท้จริงของ 'คนบงการ' ที่อยู่สูงกว่าฉัน” มินตราจ้องมองรินด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความอาลัย “ริน... ถ้าเธอได้รับมันไป ชีวิตในฐานะนักสืบของเธอจะสิ้นสุดลงทันที เธอจะกลายเป็นบุคคลที่ทางการตามล่า และไม่มีวันได้กลับไปใช้ชีวิตปกติอีกเลย เธอพร้อมจะทิ้งทุกอย่างเพื่อความยุติธรรมที่อาจจะไม่มีอยู่จริงหรือเปล่า?”
เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ใกล้จนรู้สึกถึงแรงอัดอากาศ มินตราเบิกตากว้าง เธอรีบดึงรินให้หมอบลงกับพื้นทันทีขณะที่วิถีกระสุนพุ่งผ่านหัวไหล่ของเธอไปเฉียดฉิว มินตราพยายามจะยัดไดร์ฟข้อมูลใส่มือริน แต่ทว่า...
มีเสียงรองเท้าส้นสูงดังขึ้นจากทางด้านหลังของทางเดินมืดมิด ช้าๆ มั่นคง และเปี่ยมไปด้วยอำนาจ ร่างเงาของหญิงสาวอีกคนปรากฏขึ้นภายใต้แสงนีออนที่กะพริบถี่ๆ เธอไม่ได้ถือปืน แต่ในมือของเธอกลับถือเอกสารแฟ้มหนึ่งที่รินจำได้แม่นว่าเป็น 'แฟ้มลับ' ของคดีที่เธอตามหามาตลอดสามปี
“ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอกจ้ะ มินตรา” หญิงสาวผู้มาใหม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานเย็นที่ทำให้รินขนลุกชัน “เพราะรินไม่ได้มาที่นี่คนเดียว... และความลับที่เธอพยายามจะปกป้อง มันก็ไม่ใช่แค่เรื่องของตระกูลเธอ แต่มันคือเรื่องของ 'น้องสาว' ที่เธอคิดว่าตายไปแล้วต่างหากล่ะ”
มินตราหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ในขณะที่รินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เมื่อหญิงสาวปริศนาคนนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่รินไม่มีวันลืม... ใบหน้าที่เหมือนกับคนในความทรงจำที่เธอฝังกลบไว้กับกาลเวลาอย่างสมบูรณ์แบบ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเส้นขนานสายนี้มาจนถึงบรรทัดสุดท้าย แล้วพบกันในบทถัดไป... โรสแมรี่พิษ
กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน•ตอนที่ 9
เส้นขนานที่มาบรรจบ
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!