กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน•ตอนที่ 12

บาดแผลที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
กลิ่นดินปืนและคราบเขม่าสีเทาคลุ้งกระจายจนแสบจมูก ท่ามกลางแสงนีออนสีแดงฉานที่กะพริบถี่ราวกับสัญญาณชีพของคนใกล้ตาย รินแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เงาร่างที่ก้าวผ่านกลุ่มควันหนาทึบเข้ามานั้นไม่ใช่ภาพหลอนจากประสาทสัมผัสที่ถูกกดดัน แต่มันคือตัวตนจริงแท้ที่ยืนหยัดอยู่เบื้องหน้า—บุคคลที่ควรจะนอนเน่าเปื่อยอยู่ใต้กองเพลิงเมื่อเจ็ดปีก่อน ปืนในมือของรินสั่นเทาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่สัญชาตญาณดิบของนักสืบจะดีดตัวกลับมาควบคุมความตื่นตระหนกไว้ได้ทัน เธอกวาดสายตาคมกริบมองไปยังผู้มาใหม่ ร่างเพรียวระหงในชุดสูทสีเข้มเปื้อนฝุ่นควัน ใบหน้านั้น... ใบหน้าที่ฝังรากลึกอยู่ในฝันร้ายของเธอมาตลอดเจ็ดปีเต็ม "แปลกใจมากหรือคะ คุณนักสืบ" เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความเยียบเย็นเอ่ยขึ้น พร้อมกับปากกระบอกปืนที่มั่นคงซึ่งเล็งตรงมาที่ศีรษะของรินอย่างไม่ลังเล แต่มินตราที่ทรุดกายอยู่บนพื้นพรมกำมะหยี่สีเลือดกลับเบิกตากว้างยิ่งกว่า ร่างบางของเจ้าของปาร์ตี้รูมลับสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ ริมฝีปากที่เคยเคลือบลิปสติกสีแดงระเรื่อบัดนี้ซีดเผือด ไร้ซึ่งความสง่างามเย่อหยิ่งดังเช่นเคย ดวงตาคู่สวยที่เคยเต็มไปด้วยความอำมหิตบัดนี้ฉายแววหวาดกลัวสุดขีด ราวกับเด็กน้อยที่กำลังเผชิญหน้ากับปีศาจจากขุมนรก "พี่..." เสียงของมินตราหลุดลอดริมฝีปากที่สั่นเทาออกมาแผ่วเบา เป็นคำสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความรู้สึกผิด และความหวาดผวาที่สะสมมาเนิ่นนาน รินเหลือบมองมินตราสลับกับผู้มาใหม่ สมองอันชาดฉลาดประมวลผลอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องจักร 'พี่' อย่างนั้นหรือ? มินตราที่มีเบื้องหลังดำมืด มีอำนาจล้นมือ แต่กลับตกอยู่ใต้เงาความกลัวของใครบางคน... คนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ข่าวการเสียชีวิตเมื่อเจ็ดปีก่อน "ลดปืนลงเสีย ริน" ผู้มาใหม่เอ่ยสั่ง น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดัง แต่ทรงพลังและเฉียบคมจนเฉือนใจคนฟัง "ถ้าไม่อยากให้กระสุนฝังเข้าที่กะโหลกของคนที่คุณอุตส่าห์ดั้นด้นตามหามาตลอดคืนนี้" รินไม่ได้ทำตามคำสั่ง ปลายนิ้วเรียวยังคงแตะอยู่บนไกปืน แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความสับสน "คุณเป็นใครกันแน่... หรือควรจะถามว่า คุณเล่นละครตบตาโลกใบนี้มาได้ยังไงตลอดเจ็ดปี" มุมปากของมือปืนปริศนากระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้แสงนีออนสีแดง เผยให้เห็นใบชัดเจนขึ้น—รอยแผลเป็นเป็นทางยาวตั้งแต่ขากรรไกรลามลงไปถึงคอใต้รอยคอเสื้อ รอยแผลที่ยืนยันว่าเธอคือคนเดียวกันกับในแฟ้มคดีเก่าคร่ำคร่า "โลกนี้มันเน่าเฟะเกินกว่าที่เราจะอยู่รอดด้วยความซื่อตรงค่ะ คุณริน" เธอหัวเราะในลำคอ แววตาคู่คมกวาดมองมินตราที่กำลังพยายามคู้ตัวหนีด้วยความเวทนาที่เคลือบด้วยความสมเพช "โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... เมื่อตระกูลใหญ่โตเบื้องหลังผู้หญิงคนนี้ ต้องการกวาดล้าง 'สิ่งสกปรก' ที่พวกมันเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง" มินตราสะấuเฮือก น้ำตาหยดใสไหลร่วงลงอาบแก้มอย่างเงียบงัน ภาพลักษณ์ของราช N แห่งปาร์ตี้รูมพังทลายลงในชั่วพริบตา เหลือเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ถูกบดขยี้ด้วยกรงเล็บของครอบครัวตัวเอง "เธอโกหก..." มินตราเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายสั่นเทาขณะพยายามพยุงตัวลุกขึ้นยืนด้วยเข่าที่อ่อนแรง "พี่ก็รู้... ว่าฉันไม่มีทางเลือก! พ่อแม่บังคับให้ฉันทำ ฉันไม่ได้อยากเลือกเส้นทางนี้!" "ไม่มีทางเลือกอย่างนั้นหรือคะ น้องรัก?" ผู้มาใหม่แค่นิดเสียงเยาะ "คำว่า 'ไม่มีทางเลือก' ของเธอมันแลกมาด้วยชีวิตของคนกี่คนที่ถูกล่อลวงเข้ามาในห้องนีออนบ้าๆ นี่ เพื่อให้พวกมันสนองตัณหาและอำนาจ? เธอกลืนกินความเลวทรามนั้นเข้าไปจนอิ่มหนำสำราญ แล้วตอนนี้มาร้องไห้คร่ำครวญหาความบริสุทธิ์งั้นหรือ!" ถ้อยคำนั้นกรีดลึกลงไปในหัวใจของริน ความโกรธเกรี้ยวที่เคยมีต่อมินตราก่อนหน้านี้แปรเปลี่ยนเป็นความเคว้งคว้าง ภาพถ่ายในแฟ้มคดีเด็กสาวที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตลอดหลายปีที่ผ่านมาผุดขึ้นมาในหัว รินมองมินตราด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป—จากความชิงชัง กลายเป็นความเวทนาที่น่าสมเพชยิ่งกว่า "มินตรา..." รินเอ่ยเรียกชื่อนั้นเบาๆ "ที่คุณทำมาทั้งหมด... คุณทำเพราะถูกบังคับจริงๆ หรือ" มินตราหันมามองริน ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำ เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความอ้อนวอนที่รินไม่เคยเห็นมาก่อน "คุณริน... คุณไม่เข้าใจหรอกค่ะ โลกที่คุณอยู่มันมีแค่ความถูกต้องและกฎหมาย แต่โลกที่ฉันเติบโตมา... ถ้าไม่ทำตามคำสั่งของพวกมัน ฉันก็จะเป็นคนต่อไปที่ถูกฆ่าและโยนทิ้งลงแม่น้ำเหมือนเศษขยะ!" น้ำเสียงที่สั่นเครือและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวนั้นไม่ใช่การเสแสร้ง รินสัมผัสได้ถึงความจริงอันเน่าเฟะที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมหรูหราของตระกูลผู้ดีมีชื่อเสียง อดีตของมินตราไม่ใช่เรื่องราวของความทะเยอทะยานกระหายอำนาจอย่างที่เธอกล่าวหาในตอนแรก แต่มันคือคุกมืดที่ถูกสร้างขึ้นโดยสายเลือดเดียวกัน คุกที่บังคับให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่งต้องกลายเป็น 'ผู้ล่า' มิฉะนั้นเธอก็จะเป็น 'เหยื่อ' เสียเอง "น่าประทับใจจริงๆ ค่ะ ฉากดราม่าพี่น้องร่วมสายเลือด" ผู้มาใหม่พูดแทรกขึ้น พร้อมกับเหนี่ยวไกปืนให้แน่นขึ้นอีกนิด "แต่ความจริงก็คือความจริง มินตราต้องชดใช้ในสิ่งที่เธอทำ และคุณ... นักสืบผู้ผดุงความยุติธรรม ก็ต้องเลือกแล้วว่าจะยืนอยู่ข้างความเน่าเฟะนี้ หรือจะเปิดทางให้ฉันสะสางบัญชีแค้นให้จบลงเสียที" สถานการณ์ตึงเครียดถึงขีดสุด รินตกอยู่ท่ามกลางทางแยกที่บีบคั้นหัวใจ ปืนในมือของเธอหนักอึ้งราวกับแบกรับชะตากรรมของคนนับสิบ ด้านหนึ่งคือความถูกต้องตามกฎหมายที่เธอยึดถือมาตลอดชีวิต แต่อีกด้านหนึ่งคือความจริงอันโหดร้ายของเหยื่อผู้ถูกบังคับให้กลายเป็นปีศาจโดยที่ไม่มีสิทธิ์เลือก รินสูดหายใจเข้าลึก กวาดสายตามองมินตราที่กำลังหลบตาด้วยความสิ้นหวัง ก่อนจะหันไปสบตากับพี่สาวของมินตราที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร ทว่า ในจังหวะที่ทุกอย่างกำลังจะขาดผึ่ง เสียงสัญญาณเตือนภัยไฟไหม้ที่ดังสนั่นขึ้นทั่วตึกก็ถูกกลบด้วยเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่กำลังกรูขึ้นมาตามบันไดหนีไฟ พร้อมกับเสียงตะโกนก้องผ่านโทรโข่งจากภายนอกอาคาร— "ตำรวจล้อมตึกไว้หมดแล้ว! ทุกคนวางอาวุธลงแล้วออกมามือเปล่า!" ผู้มาใหม่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับไปมองที่ประตูห้องโถงที่ตอนนี้เงาดำของเจ้าหน้าที่ตำรวจนับสิบกำลังประชิดเข้ามา มินตราอาศัยจังหวะชุลมุนนั้นพุ่งตัวคว้ามีดสั้นที่ตกอยู่บนพื้นแล้วปัดกระบอกปืนของพี่สาวตนเองจนเบี่ยงเบนทิศทาง ปัง! กระสุนนัดหนึ่งลั่นไกออกไปอย่างไร้เป้าหมาย เจาะทะลุกระจกนีออนแตกกระจาย และก่อนที่รินจะทันได้ตั้งตัว ประตูห้องก็ถูกพังกระเด็นเข้ามาพร้อมกับแสงไฟฉายสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามาในความมืด พร้อมกับร่างของใครบางคนที่สวมชุดหน่วยพิเศษก้าวเข้ามา พร้อมกับเอ่ยชื่อที่ทำให้หัวใจของรินหยุดเต้นไปชั่วขณะ— "ริน! หมอบลง!" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ปมมืดนี้ไปพร้อมกับดิฉัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%