กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน•ตอนที่ 30

บทที่ 30

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
"ถ้าคุณคิดว่าปืนในมือจะทำให้ความลับที่ฝังอยู่ใต้พื้นปาร์ตี้รูมนี้ถูกเปิดเผยออกมาได้ง่ายๆ ริน... คุณคงประเมินค่าของ 'ความเป็นส่วนตัว' ของตระกูลเราต่ำเกินไปหน่อยนะคะ" มินตราเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องทำงานส่วนตัวของเธอ แสงไฟนีออนสีน้ำเงินจัดจากป้ายโฆษณาด้านนอกอาคารสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่ง เข้ามาอาบไล้ใบหน้าที่เรียบเฉยจนน่ากลัวของเธอ รินยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว กระบอกปืนในมือสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ความเยือกเย็นจะกลับมาครอบงำดวงตาของนักสืบสาวอีกครั้ง "ความเป็นส่วนตัวหรือคะมินตรา? หรือว่ามันคือ 'รอยเลือด' ที่คุณพยายามจะขัดออกด้วยเหล้าองุ่นราคาแพงกันแน่?" รินถามกลับ น้ำเสียงของเธอแหบพร่าแต่เฉียบคมเหมือนใบมีด มินตราหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอวางแก้วคริสตัลลงบนโต๊ะไม้โอ๊ค เสียงกระทบกันของแก้วและโต๊ะดังสนั่นราวกับเสียงปืนในโสตประสาทของคนทั้งคู่ เธอค่อยๆ ลุกขึ้นเดินเยื้องกรายเข้าหาริน ช้าๆ... ท่วงท่าที่สง่างามนั้นทำให้รินต้องเกร็งกล้ามเนื้อทั้งตัว ทุกย่างก้าวของมินตราเหมือนการกดดันทางจิตวิทยาที่รุนแรง "คุณยังจมอยู่กับอดีตที่ช่วยน้องสาวไม่ได้สินะคะ ริน" มินตราหยุดยืนตรงหน้า ห่างไปเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่รินสัมผัสได้จากสัญชาตญาณนักสืบทำให้เธอชะงัก "คุณพยายามไล่ล่าความยุติธรรมให้คนอื่น แต่คุณไม่เคยยอมรับเลยว่า... ลึกๆ แล้ว คุณก็แค่ต้องการใครสักคนที่ช่วย 'ทำลาย' ความทรงจำที่ทรมานคุณทิ้งไป เหมือนกับที่ฉันทำ" รินกำด้ามปืนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "อย่าเอาความโสมมของคุณมาเทียบกับความสูญเสียของฉัน เราสองคนต่างกันเกินไป" "เราเหมือนกันจนน่ารังเกียจต่างหากล่ะคะ" มินตราใช้ปลายนิ้วเรียวยาวไล้ไปตามแนวสันกรามของรินอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เย็นเยียบนั้นทำให้รินขนลุกชัน "เราต่างก็เป็นกุหลาบที่มีหนามแหลมคม เราต่างก็ถูกขังอยู่ในห้องกระจกที่ไม่มีวันพังทลาย... ริน ถ้าคุณยิงฉันตอนนี้ ทุกอย่างที่ฉันสะสมมา ทุกหลักฐานเกี่ยวกับเหตุการณ์ในคืนนั้นจะหายไปพร้อมกับชีวิตของฉัน คุณจะกลายเป็นคนโง่ที่ทำลายเบาะแสเดียวที่จะนำไปสู่ความจริง" รินเบือนหน้าหนี สายตาของเธอเหลือบไปเห็นลิ้นชักที่แง้มอยู่เล็กน้อย มีสมุดบันทึกสีดำเล่มหนึ่งวางเด่นอยู่ นั่นคือหลักฐานที่เธอตามหามาตลอดสามเดือน แต่มันกลับอยู่ใกล้ตัวมินตรามากเกินไป "คุณไม่ได้รักใครเลย แม้แต่ตัวเอง" รินเค้นเสียง "รักหรือคะ?" มินตราแค่นยิ้ม ดวงตาที่เคยสงบนิ่งเริ่มมีประกายไฟแห่งความบ้าคลั่ง "ความรักสำหรับตระกูลเราคือความอ่อนแอ และฉันก็ไม่เคยอ่อนแอให้คุณเห็น... จนกระทั่งคืนนี้" ทันใดนั้น มินตราคว้าข้อมือของรินแล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรง ปืนในมือรินร่วงหล่นลงบนพรมหนานุ่ม เสียงโลหะกระทบพื้นดังกลบเสียงดนตรีแจ๊สที่คลอเบาๆ จากเครื่องเล่นแผ่นเสียงด้านหลัง ทั้งสองสบตากันในระยะประชิด ความโกรธแค้น ความหลงใหล และความเกลียดชังตีรวนกันจนแยกไม่ออก มินตราโน้มตัวเข้าไปใกล้จนลมหายใจของทั้งคู่ประสานกัน "คุณอยากรู้ไหมว่าอะไรอยู่ในบันทึกนั่น?" มินตรากระซิบที่ข้างหู ก่อนจะคว้าสมุดเล่มนั้นขึ้นมาแล้วเปิดหน้าสุดท้ายให้รินดู รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพถ่ายโพลารอยด์ที่ถูกแปะไว้ในหน้ากระดาษ มันเป็นภาพของ 'น้องสาวของเธอ' ที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยมีมินตรานั่งเคียงข้างในชุดคนไข้ของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่รินไม่เคยรู้จักมาก่อน "เธอยังไม่ตายริน..." มินตราพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความนัยที่น่าขนลุก "แต่เธออยู่ในที่ที่ความมืดมิดสมบูรณ์แบบที่สุด... ที่ที่แม้แต่เงาอย่างคุณก็ไม่มีวันตามหาเจอ หากคุณไม่ทำตามที่ฉันสั่ง" จังหวะหัวใจของรินเต้นระรัวราวกับกลองรบ เธอไม่รู้ว่าควรจะเชื่อคำพูดของหญิงสาวตรงหน้า หรือควรจะคว้าปืนขึ้นมาจัดการคนตรงหน้าให้สิ้นเรื่อง แต่ก่อนที่เธอจะได้ตัดสินใจ เสียงเคาะประตูห้องอย่างหนักหน่วงก็ดังขึ้นสามครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาทะมึนที่ยืนตระหง่านอยู่หลังบานประตูที่ถูกผลักเข้ามา "นายหญิง... มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญบุกเข้ามาทางชั้นใต้ดินค่ะ" เสียงของแม่บ้านประจำคฤหาสน์สั่นเครือ "พวกเขาบอกว่า... พวกเขารู้เรื่อง 'กุหลาบเลือด' ของเราหมดแล้ว" มินตราหันไปมองประตู ก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มที่บิดเบี้ยวให้ริน "ดูเหมือนปาร์ตี้คืนนี้จะสนุกกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลยนะคะ... ริน คุณจะเลือกเล่นเกมนี้ต่อ หรือจะยอมแพ้แล้วหนีไปกับฉันตั้งแต่ตอนนี้?" รินมองไปที่สมุดในมือมินตรา สลับกับร่างที่ก้าวเข้ามาใหม่ซึ่งเริ่มชักอาวุธออกมาจากเสื้อโค้ท ทันใดนั้น รินก็พุ่งตัวไปคว้าปืนที่พื้นแล้วหันปากกระบอกไปทางประตู... แต่ไม่ใช่เพื่อช่วยมินตรา แต่เพื่อบังคับให้มินตราถอยเข้าไปจนมุมที่หน้าต่างบานใหญ่ "เงียบไปเลยมินตรา!" รินตะโกน "บอกคนของคุณให้วางอาวุธ ไม่อย่างนั้นฉันจะพาคุณตกลงไปข้างล่างนี้พร้อมกัน!" แต่ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์ของรินก็ดังขึ้นในกระเป๋ากางเกง เธอเหลือบมองชื่อผู้โทรเข้า... มันคือชื่อของ 'น้องสาว' ที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสามปีก่อน ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกับดักกุหลาบเลือดมากับโรสแมรี่พิษนะคะ แล้วพบกันในบทถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%