กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน•ตอนที่ 29

บทที่ 29

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
"ถ้าคุณคิดว่าปืนในมือจะทำให้ความลับของตระกูลวรโชติเมธีหลุดรอดออกมาได้ง่ายขนาดนั้น คุณก็ประเมินค่าของ 'ความตาย' ต่ำเกินไปแล้วนะ ริน" เสียงของมินตรานุ่มนวลราวกับเสียงดนตรีคลาสสิกที่บรรเลงท่ามกลางงานเลี้ยงหรูหรา ทว่ามันกลับบาดลึกดั่งคมมีดโกนที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวใต้ปาร์ตี้รูมชั้นใต้ดิน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นดอกกุหลาบผสมคาวเลือดจางๆ อบอวลอยู่ในอากาศจนรินแทบจะสำลัก รินกระชับปืนในมือแน่น นิ้วชี้แตะอยู่ที่ไกปืนอย่างระมัดระวัง ดวงตาคู่สวยที่เคยเด็ดเดี่ยวบัดนี้สั่นไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามสัญชาตญาณนักสืบ "ความตายของน้องสาวฉัน... ไม่ใช่เรื่องที่คนอย่างคุณจะเอามาล้อเล่นได้หรอกนะ มินตรา" รินเค้นเสียงลอดไรฟัน "เอกสารในเซฟนั่นมันระบุชื่อคุณชัดเจน ยิ่งคุณพยายามเบี่ยงเบนความสนใจด้วยปาร์ตี้รูมเน่าๆ นี่เท่าไหร่ คุณก็ยิ่งทำให้ตัวเองดูเหมือนสัตว์ร้ายที่จนตรอกมากขึ้นเท่านั้น" มินตราไม่ได้ตอบโต้อย่างโกรธเกรี้ยว เธอเพียงแค่ขยับกายบนเก้าอี้หนังราคาแพงด้วยท่าทางสง่างาม แสงไฟนีออนสีม่วงสลัวจากด้านนอกเล็ดลอดผ่านรอยแยกของบานประตู กระทบลงบนใบหน้าครึ่งซีกของหญิงสาว ทำให้รอยยิ้มที่มุมปากของเธอดูคล้ายปีศาจที่กำลังสนุกกับการเล่นกับเหยื่อ "สัตว์ร้ายน่ะเหรอ?" มินตราหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอหยิบแก้วไวน์คริสตัลขึ้นมาหมุนวนช้าๆ "ริน... คนอย่างคุณน่ะเหรอที่เรียกใครว่าสัตว์ร้าย? คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าในปาร์ตี้รูมที่นี่ ใครกันแน่ที่เฝ้าดูความลับของทุกคนด้วยกล้องวงจรปิดทุกมุมห้อง ใครกันแน่ที่ยอมทำทุกอย่างแม้กระทั่งการ 'กำจัด' ขยะชิ้นเล็กๆ ที่ขวางทางเพื่อจะเข้าถึงความจริง... จริงไหมคะ?" รินชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ความทรงจำสีดำมืดที่เธอพยายามฝังลึกในก้นบึ้งของหัวใจถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง มือที่ถือปืนสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อภาพใบหน้าของน้องสาวที่สิ้นลมในคืนวันนั้นย้อนกลับมาฉายซ้ำเหมือนภาพหลอน "อย่าเอาเรื่องของฉันมาเปรียบเทียบกับความชั่วช้าของคุณ" รินตะคอก เสียงของเธอเริ่มสั่นพร่า "ฉันเข้ามาที่นี่เพื่อปิดฉากมัน... และถ้าต้องแลกด้วยการที่ฉันต้องกลายเป็นอะไรก็ตามที่เลวร้ายกว่านี้ ฉันก็พร้อม" มินตราวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะเสียงดัง 'กริ๊ก' บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนไปทันที ราวกับความกดอากาศพุ่งสูงขึ้นจนน่าอึดอัด หญิงสาวร่างสูงโปร่งลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอเดินเยื้องย่างเข้ามาหารินอย่างไม่เกรงกลัวคมกระสุน ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดน้อยลงจนรินสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่าย มินตราหยุดลงตรงหน้าปลายกระบอกปืน ก่อนจะโน้มตัวเข้าใกล้จนหน้าผากของทั้งสองแทบจะชิดกัน "กล้าดีนี่... แต่คุณรู้ไหมริน ว่าทำไมฉันถึงยอมปล่อยให้คุณเดินเข้ามาถึงจุดนี้?" มินตรากระซิบข้างหู น้ำเสียงของเธอแหบพร่าและเต็มไปด้วยความนัยที่อ่านไม่ออก "เพราะคุณเป็นคนเดียวที่ฉันไม่อยากให้ 'จบ' แบบเดียวกับคนอื่นๆ ...ความจริงที่อยู่ในเซฟนั่นไม่ใช่คำตอบที่คุณตามหาหรอกนะ แต่มันคือคำถามที่จะทำให้คุณแตกสลายไปตลอดกาล" รินรู้สึกถึงหยดเหงื่อที่ไหลซึมผ่านขมับ สัญชาตญาณนักสืบเตือนว่านี่คือกับดัก แต่ความปรารถนาที่จะรู้ความจริงมันรุนแรงจนเธอไม่อาจถอยหลังได้ รินตัดสินใจขยับปืนจ่อไปที่ขมับของมินตรา แต่แล้วมินตรากลับเอื้อมมือขึ้นมาจับลำกล้องปืนไว้แน่น ดวงตาของทั้งคู่ประสานกัน—สายตาที่เต็มไปด้วยความแค้น ความโหยหา และความขัดแย้งที่ยากจะอธิบาย "ถ้าอยากรู้นัก... ก็เปิดเซฟนั่นสิ" มินตราท้าทาย พลางกดปืนให้จ่อเข้าหาตัวเองมากขึ้น "แต่จำไว้ว่า เมื่อประตูบานนั้นเปิดออก สิ่งที่คุณจะได้เห็น จะไม่ใช่แค่หลักฐานการตายของน้องสาวคุณ แต่มันคือภาพสุดท้าย... ภาพที่น้องสาวของคุณ 'เลือก' ที่จะทำลายตัวเองก่อนจะถึงมือฉัน" "โกหก!" รินคำรามด้วยความเจ็บปวด เธอพยายามจะผละออก แต่เสียงสัญญาณเตือนภัยบางอย่างดังลั่นขึ้นมาจากชั้นล่าง ทั้งตึกเริ่มสั่นสะเทือน ราวกับมีใครบางคนกำลังเร่งกระบวนการทำลายหลักฐานทั้งหมดทิ้งในทันทีที่พวกเธอได้พบกัน ในเสี้ยววินาทีนั้น มินตรากลับเปลี่ยนท่าที เธอคว้าข้อมือของรินแล้วกระชากตัวเข้ามาโอบกอดไว้แน่น รินตกใจกับสัมผัสที่คาดไม่ถึง แต่มินตรากลับกระซิบถ้อยคำที่ทำให้หัวใจของรินหยุดเต้น "ริน... คุณไม่ได้มาที่นี่คนเดียวหรอกนะ เพราะคนที่ฆ่าน้องสาวคุณจริงๆ กำลังยืนอยู่ข้างหลังคุณในตอนนี้... และเขาก็รอจังหวะที่คุณเปิดเซฟ เพื่อจะปลิดชีวิตคุณทิ้งไปพร้อมกับความลับนั้น" รินเบิกตากว้าง ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลัง เธอค่อยๆ เหลือบมองเงาสะท้อนในกระจกเงาด้านหลังมินตรา ภาพของบุคคลที่เธอไว้ใจที่สุดในกรมตำรวจกำลังก้าวเข้ามาจากมุมมืด พร้อมกับอาวุธเก็บเสียงที่เล็งตรงมาที่ศีรษะของเธอโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย "วางปืนลงซะ ริน... หรือจะให้ฉันส่งเธอกลับไปพบกับน้องสาวที่นรกเดี๋ยวนี้เลย?" เสียงแหบพร่าของบุคคลเบื้องหลังทำลายความหวังสุดท้ายของรินลงทันที ขณะที่นิ้วบนไกปืนของเขากำลังเริ่มกดลงช้าๆ มินตรากลับฉีกยิ้มที่เต็มไปด้วยความสมเพชและสมหวังในเวลาเดียวกัน ความจริงที่แสนโหดร้ายนี้คือกับดักที่ออกแบบมาเพื่อขยี้จิตวิญญาณของเธอให้แหลกคามือ และนี่คือจุดเริ่มต้นของจุดจบที่ไม่มีใครรอดชีวิตออกไปได้เหมือนเดิม ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกับดักกุหลาบเลือดมากับโรสแมรี่พิษนะคะ แล้วพบกันในบทถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%