กลิ่นคาวเลือดจางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงจนน่าเวียนหัวคือสิ่งแรกที่ปะทะจมูกของริน ทันทีที่เธอก้าวพ้นบานประตูเหล็กดัดลายกุหลาบเข้าสู่ ‘เดอะ แซงก์ทัวรี’ คลับลับใต้ดินที่ไร้พิกัดบนแผนที่ เสียงดนตรีบีทหนักหน่วงสั่นสะเทือนไปถึงกระดูกสันหลัง แสงนีออนสีแดงก่ำสาดส่องกระทบใบหน้าของผู้คนที่ซ่อนตัวอยู่หลังหน้ากากแฟนซี ราวกับฝูงแมลงที่กำลังเริงระบำอยู่บนกองซากศพ
รินกระชับหน้ากากสีเงินเย็นเยียบที่บดบังใบหน้าครึ่งบน เธอขยับคอเสื้อโค้ทให้ปิดบังร่องรอยของอุปกรณ์ดักฟังที่แนบติดอยู่ใต้ผิวหนัง เสียงแผ่วเบาของน้องสาวที่ดังผ่านลำโพงในตอนนั้นยังคงหลอกหลอน ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังไม่ใช่เพราะเครื่องปรับอากาศ แต่เพราะความจริงที่ว่า... ที่นี่คือสนามล่าของปีศาจ
"ดูประหม่านะคะ... สำหรับคนที่เพิ่งมาที่นี่ครั้งแรก"
เสียงหวานนุ่มทว่าเย็นเยือกดังขึ้นจากด้านหลัง รินชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นแรงเป็นจังหวะที่พยายามบังคับให้คงที่ เธอหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับต้นเสียง
ผู้หญิงในชุดราตรีสีดำสนิทที่ขับเน้นสรีระให้ดูเพรียวระหงยืนอยู่ตรงนั้น เธอสวมหน้ากากทำจากขนนกสีดำขลับที่ปิดบังดวงตาคู่นั้นไว้ แต่เพียงแค่รอยยิ้มมุมปากที่เหยียดขึ้น รินก็สัมผัสได้ถึงอำนาจที่แผ่ออกมา มินตรา... เจ้าของสถานที่ที่ฉาวโฉ่ที่สุดในเมืองนี้
"ความตื่นเต้นไม่ใช่ความประหม่า" รินตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามคุมโทนให้ดูไม่เดียงสาแต่ก็ไม่โฉ่งฉ่าง "สำหรับมือใหม่ บรรยากาศแบบนี้มันชวนให้หวั่นไหวเสมอ"
มินตราก้าวเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดน้อยลงจนได้กลิ่นหอมของดอกกุหลาบสดที่ผสมกลิ่นโลหะจางๆ มือเรียวภายใต้ถุงมือลูกไม้สีดำยกขึ้นช้าๆ ปลายนิ้วแตะที่ขอบหน้ากากของรินเบาๆ เป็นการหยั่งเชิง
"สายตาของคุณไม่ใช่สายตาของคนที่เพิ่งมาครั้งแรก" มินตรากระซิบ ความชิดใกล้ทำให้รินรู้สึกเหมือนกำลังถูกงูพิษโอบรัด "มันเป็นสายตาของคนที่กำลังมองหา... บางสิ่งที่หายไป หรือบางคนที่ยังหาไม่เจอ"
รินไม่ถอยหนี เธอกลับโน้มตัวเข้าไปหาอีกฝ่ายเล็กน้อย กดสายตาให้ต่ำลงผ่านช่องหน้ากาก จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังหน้ากากนั้น "แล้วถ้าฉันบอกว่า ฉันเจอสิ่งที่ตามหาแล้วล่ะ?"
มินตราหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูวังเวงและเปราะบางในเวลาเดียวกัน เธอใช้นิ้วเรียวไล้ไปตามแนวขากรรไกรของรินอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าชิ้นสำคัญ "งั้นเหรอคะ... น่าสนใจจัง แต่ที่นี่มีกฎข้อหนึ่ง คุณควรจำเอาไว้ให้แม่น"
มินตราขยับเข้าไปกระซิบข้างหู กลิ่นน้ำหอมของเธอชวนให้มึนเมา "อย่าได้พยายามหาคำตอบจากสิ่งที่ไม่มีชีวิต... เพราะคนที่นี่ ส่วนใหญ่ตายไปตั้งแต่วินาทีที่ก้าวขาเข้ามาแล้ว"
ทันใดนั้น แสงไฟในห้องโถงใหญ่ก็ดับพรึบลง เหลือเพียงแสงนีออนสีน้ำเงินที่กะพริบถี่ๆ ดนตรีหยุดชะงักกะทันหัน เสียงฮือฮาด้วยความตกใจดังขึ้นจากรอบทิศทาง รินฉวยโอกาสนี้เอื้อมมือไปคว้าข้อมือของมินตราไว้แน่น แต่สิ่งที่เธอสัมผัสได้ไม่ใช่เนื้อหนังที่อบอุ่น แต่มันกลับเย็นเฉียบราวกับหินอ่อน
"พี่ริน..."
เสียงนั้น... เสียงที่ดังออกมาจากลำโพงขนาดยักษ์บนเพดาน มันไม่ใช่เสียงบันทึก แต่มันเป็นเสียงสดที่สะท้อนก้องทั่วทั้งห้อง รินตาเบิกโพลงเมื่อเห็นหน้าจอโปรเจกเตอร์ยักษ์กลางห้องค่อยๆ เลื่อนลงมา ภาพที่ปรากฏบนจอไม่ใช่ใครอื่น แต่น้องสาวของเธอที่ถูกมัดอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ ในห้องที่ดูคุ้นตา... ห้องลับที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่ชั้นใต้ดิน
"คุณคิดว่าตัวเองกำลังล่าใครอยู่เหรอคะ?" มินตราที่ยังยืนนิ่งอยู่ข้างๆ พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยความอำมหิตที่รินเพิ่งเคยสัมผัสเป็นครั้งแรก
มินตราดึงหน้ากากของตัวเองออก เผยให้เห็นใบหน้าสวยสง่าที่ไร้ซึ่งร่องรอยของความเมตตา ดวงตาคู่นั้นเย็นชาและว่างเปล่าราวกับหลุมศพ ก่อนที่เธอจะเอื้อมมือมาปลดหน้ากากของรินออกอย่างถือวิสาสะ
"เพราะจริงๆ แล้ว... คุณต่างหากที่หลงเข้ามาในกับดักกุหลาบของฉัน ตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณเริ่มสะกดรอยตามฉันแล้ว"
มินตรากดปุ่มบนแหวนที่นิ้วกลาง ประตูเหล็กหลังเวทีเปิดออก เผยให้เห็นชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำนับสิบคนที่กรูกันเข้ามาล้อมรอบริน ในขณะที่บนหน้าจอใหญ่ น้องสาวของรินเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้นพร้อมกับเสียงปืนที่ดังขึ้นหนึ่งนัดกลางความเงียบงัน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งไปกับความมืดมิดในครั้งนี้ครับ - โรสแมรี่พิษ
กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน•ตอนที่ 2
ภายใต้หน้ากาก
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!