“ถ้าคุณคิดจะจบเรื่องนี้ด้วยการฆ่าตัวตายในปาร์ตี้รูมของฉันละก็... ขอบอกไว้ก่อนนะคะว่าเลือดของคุณมันสกปรกเกินกว่าจะเปื้อนพรมเปอร์เซียผืนนี้”
เสียงของมินตราเย็นเยียบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแก้วไวน์คริสตัล เธอไม่ได้หันมามองรินที่ยืนอยู่ท่ามกลางความสลัวของห้องลับใต้ดิน แสงนีออนสีม่วงอมแดงวูบไหวสะท้อนบนใบหน้าสวยสง่าที่ตอนนี้ไร้ซึ่งรอยยิ้ม รินกำปืนในกระเป๋าเสื้อโค้ทแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความเย็นของโลหะที่สัมผัสฝ่ามือไม่เท่ากับความหนาวเหน็บที่แล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลัง
“คุณมองฉันเป็นอะไรคะ มินตรา? ของเล่นที่พังแล้ว หรือว่า... หมากตัวสุดท้ายที่เอาไว้สังเวยความลับที่คุณซ่อนไว้?” รินถามกลับ เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยแต่หนักแน่นด้วยความแค้นที่สั่งสมมานาน
มินตราค่อยๆ วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะหินอ่อน เสียง ‘กริ๊ก’ เบาๆ นั้นดังก้องไปทั่วห้องที่เงียบสนิท เธอหมุนตัวกลับมา เผยให้เห็นดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยความอำมหิตที่แฝงไว้ด้วยความโหยหาอย่างประหลาด “ฉันมองคุณเป็น ‘ริน’... คนที่ฉันอยากจะทำลายทิ้งที่สุด แต่กลับเป็นคนเดียวที่ฉันอยากให้มองเห็นเนื้อแท้ภายใต้หน้ากากพวกนี้”
รินก้าวเท้าเข้าไปหาอีกฝ่ายหนึ่งก้าว ความอึดอัดที่กดทับอยู่ทำให้อากาศในห้องดูเบาบางลง เธอมองทะลุผ่านความสวยงามของมินตราไปถึงรอยร้าวลึกที่อีกฝ่ายพยายามปกปิด “คุณไม่ได้อยากให้ฉันเห็นเนื้อแท้หรอกค่ะ คุณแค่กลัว... กลัวว่าถ้าฉันตายไปแล้ว จะไม่มีใครในโลกนี้เหลือให้คุณเล่นเกมจิตวิทยาด้วยอีก”
มินตราแค่นหัวเราะในลำคอ เธอเดินรุกเข้ามาระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นอายของบุหรี่จางๆ ฟุ้งกระจายจนรินแทบขาดสติ มินตราเชยคางรินขึ้นด้วยนิ้วเรียวยาว สัมผัสที่เย็นเยียบนั้นทำให้รินต้องกลั้นหายใจ “ถ้างั้นเรามาลองดูกันไหมคะว่า... ใครกันแน่ที่จะเป็นคนพังก่อนกัน”
บรรยากาศตึงเครียดจนเหมือนเส้นด้ายที่ถูกดึงจนสุด รินมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เคยหลอกล่อเธอมานับครั้งไม่ถ้วน ความทรงจำเกี่ยวกับน้องสาวที่จากไปผุดขึ้นมาเป็นระยะ ความเจ็บปวดที่เหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงใจทำให้เธอตัดสินใจทำสิ่งที่มินตราไม่คาดคิด
รินคว้าข้อมือของมินตราไว้แน่น ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางแรงเหวี่ยงจนมินตรากระแทกเข้ากับชั้นวางขวดไวน์ด้านหลัง เสียงแก้วแตกกระจายดังก้องไปทั่วห้อง เศษแก้วบาดเข้าที่ต้นแขนของมินตราจนเลือดสีแดงสดซึมออกมาแต้มชุดเดรสสีดำสนิท มินตราไม่ได้ร้องออกมาแม้แต่น้อย เธอกลับหัวเราะเบาๆ ดวงตาที่เป็นประกายด้วยความคลั่งไคล้
“แบบนี้สิคะ... ถึงจะเรียกว่า ‘ริน’ ที่ฉันเฝ้ารอ” มินตรากระซิบ ทั้งที่เลือดหยดลงบนพื้นพรม “คุณรู้ไหมคะว่าภายใต้ปาร์ตี้รูมแห่งนี้ มันยังมีห้องที่ลึกกว่านี้อีก... ห้องที่น้องสาวของคุณไม่ได้ตายอย่างโดดเดี่ยว... แต่เธอตายไปพร้อมกับความลับของตระกูลฉัน!”
ประโยคนั้นทำให้รินชะงัก ร่างกายของเธอแข็งค้างไปชั่วขณะเหมือนถูกสาป คำว่า ‘น้องสาว’ คือจุดอ่อนเดียวที่ทำให้เข็มนาฬิกาในใจของเธอหยุดเดิน มินตราอาศัยจังหวะที่รินเสียสมาธิ เอื้อมมือไปคว้าปืนที่ร่วงอยู่บนพื้นขึ้นมาจ่อที่หน้าอกของรินอย่างรวดเร็ว
รินหอบหายใจถี่ สายตาจ้องเขม็งไปที่ปากกระบอกปืน “คุณพูดว่าอะไรนะ?”
“อยากรู้ความจริงไหมล่ะคะ?” มินตราแสยะยิ้มที่ทำให้หัวใจของรินตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม “ถ้าคุณกล้าพอที่จะก้าวเข้าไปใน ‘ห้องใต้กระจก’ กับฉันเพียงลำพัง... บางทีคุณอาจจะพบว่าคนที่คุณตามล่ามาตลอดห้าปี แท้จริงแล้วอาจจะไม่ได้เป็นคนที่คุณคิดว่าเขาเป็น”
มินตราเหนี่ยวไกปืนเบาๆ จนได้ยินเสียงสปริงกลไกขยับ แต่แทนที่จะยิงออกไป เธอกลับหันปากกระบอกปืนไปที่บานกระจกเงาบานใหญ่ด้านหลัง ที่ค่อยๆ เลื่อนออกเผยให้เห็นบันไดหินที่มืดมิดลงไปสู่เบื้องล่าง ซึ่งมีเสียงกรีดร้องแผ่วเบาที่คุ้นหูดังลอดออกมาจากความมืดนั้น
รินเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นไปตามไขสันหลังเมื่อได้ยินเสียงที่เธอนึกว่าถูกฝังไปพร้อมกับกาลเวลา... เสียงของน้องสาวเธอที่กำลังเรียกชื่อเธอจากความมืดมิดเบื้องล่างนั้น
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะยังคงร่วมเดินทางไปกับความดำมืดครั้งนี้จนกว่าจะถึงปลายทางที่คาดไม่ถึงนะคะ... โรสแมรี่พิษ
กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน•ตอนที่ 39
บทที่ 39
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!