ความหนาวเหน็บไม่ได้มาจากอากาศยามค่ำคืนในห้องใต้ดินอับชื้นแห่งนี้ หากแต่มันพุ่งพล่านขึ้นมาจากเบื้องล่าง ผ่านปลายนิ้วเท้า ลามเลียกระดูกสันหลัง จนกระทั่งไปหยุดนิ่งอยู่ตรงกะโหลกศีรษะ รินเบิกตากว้างจนแทบปริ ร่างกายที่เคยฝึกฝนการต่อสู้มาอย่างโชกโชนกลับแข็งค้างราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูไร้เงา
เสียงนั้น... เสียงที่เธอพยายามลบเลือนด้วยเหล้าและคดีความนับร้อย เสียงที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองดินแห่งความรู้สึกผิดมานานหลายปี กำลังลอยละลิ่วขึ้นมาจากช่องระบายอากาศเก่าคร่ำคร่า
*“พี่คะ... เจ็บจังเลย ทำไมพี่ถึงปล่อยให้รินอยู่คนเดียวล่ะคะ”*
“ไม่... เป็นไปไม่ได้” รินพึมพำริมฝีปากสั่นระริก มือเรียวที่เคยถือปืนได้อย่างมั่นคงกลับสั่นเทาราวกับคนเป็นไข้ป่า สมองของเธอกำลังประมวลผลอย่างบ้าคลั่ง น้องสาวของเธอ—พิมพ์รตา—ควรจะนอนสงบอยู่ใต้แผ่นปูนซีเมนต์เย็นเฉียบที่หลุมศพริมหน้าผาเมื่อสามปีก่อนไม่ใช่หรือ? หรือว่าภาพในคืนนั้น ความทรงจำที่เธอจำได้ว่าน้องสาวหมดลมหายใจคาอ้อมแขนจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่จิตใจบอบช้ำสร้างขึ้นมาเพื่อลงโทษเธอ
“ตกใจมากเลยเหรอคะ คุณนักสืบผู้เยือกเย็น”
เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง มินตราก้าวออกมาจากเงาของเสาคอนกรีต สตรีในชุดราตรีสีแดงเพลิงตัดกับแสงนีออนสีม่วงอมฟ้าของปาร์ตี้รูมชั้นล่างที่เล็ดลอดเข้ามา เธอยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ไม่อาจคาดเดาความหมาย ดวงตาสีเข้มคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ทุกอณูความตื่นตระหนกบนใบหน้าของริน ราวกับกำลังชมงานศิลปะชิ้นเอกที่เธอเป็นผู้บรรจงสร้างขึ้นด้วยมือตัวเอง
รินหันขวับกลับไปมองผู้หญิงที่เธอทั้งอยากเข้าหาและอยากกระชากหน้ากากให้หลุดออกในเวลาเดียวกัน “เธอเล่นตลกอะไร มินตรา! นั่นเสียงอะไร เสียงบ้าอะไรกัน!”
มินตราไม่ได้ตอบทันที เธอย่างสามขุมเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมกลิ่นอายความตายจางๆ ลอยมาแตะจมูก รินสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวของทายาทตระกูลดังผู้นี้ มินตรายื่นมือเรียวสวยที่สวมถุงมือลูกไม้สีดำขึ้นมาสัมผัสกรอบหน้าของรินแผ่วเบา ทว่ารินกลับปัดมือนั้นออกอย่างแรงด้วยความเกรี้ยวกราด
“อย่ามาแตะต้องฉัน!” รินคำราม เสียงแหบพร่า “บอกมาว่ามันคืออะไร! คนที่อยู่ข้างล่างนั่นคือใครกันแน่!”
“ใจเย็นๆ สิคะ ริน... ความจริงเป็นสิ่งที่ไม่เคยรีบร้อนที่จะเปิดเผยหรอค่ะ” มินตราหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูไพเราะแต่กลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจ “คุณบอกว่าตัวเองฉลาดนักหนา เป็นนักสืบที่ไขคดีมานักต่อนัก แต่ทำไมเรื่องใกล้ตัวแค่นี้ ถึงมองไม่เห็นล่ะคะว่ากรงขังที่แท้จริง ไม่ใช่ห้องใต้ดินแห่งนี้... แต่มันคือปมในใจของคุณเองต่างหาก”
รินรู้สึกเหมือนถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรงด้วยคำพูดเหล่านั้น ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับขึ้นมาในหัว คืนที่ฝนตกหนัก เสียงกรีดร้องของพิมพ์รตา และกลิ่นคาวเลือดที่ติดตรึงจมูก รินจำได้แม่นยำว่าเธอกอดร่างไร้ลมหายใจนั้นแน่นแค่ไหน แต่ทำไม... ตอนนี้เสียงนั้นถึงยังมีชีวิตอยู่?
“เธอเอาศพน้องฉันมาทำอะไร... หรือว่า... หรือว่าเธอไม่ได้ตาย?” คำถามสุดท้ายหลุดออกมาจากปากของรินพร้อมกับเสียงสะอื้นที่เธอพยายามกลั้นไว้สุดชีวิต ความหวังอันริบหรี่และน่ากลัวตีรันกันอยู่ในอก ถ้าพิมพ์รตายังไม่ตาย ตลอดสามปีที่ผ่านมาที่เธอต้องทนทุกข์ทรมานกับความรู้สึกผิด มันคืออะไรกันแน่?
มินตราหุบยิ้ม ดวงตาคู่สวยมองลึกลงไปในนัยน์ตาของรินที่กำลังสั่นไหว “ความตายในโลกของคนรวย ไม่ได้แปลว่าหัวใจหยุดเต้นเสมอไปหريكคะ ริน... บางครั้ง การ ‘หายตัวไป’ ก็เป็นวิธีเดียวที่จะรักษาความลับของตระกูลเราไว้ได้ และน้องสาวของคุณ... ก็เลือกทางเดินนั้นด้วยความเต็มใจ ตั้งแต่คืนก่อนที่คุณจะคิดว่าเธอตายเสียอีก”
ราวกับโลกทั้งใบพังทลายลงมาตรงหน้า เข่าของรินทรุดฮวบลงไปกับพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ ความจริงที่ถูกเปิดเผยทีละน้อยช่างน่าขยะแขยงและบีบคั้นหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก น้องสาวที่เธอยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้อง... กลับเลือกที่จะหักหลังและหายตัวไปโดยปล่อยให้เธอจมอยู่กับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีมาตลอดสามปี
“โกหก... เธอโกหกฉัน มินตรา!” รินตะโกนสุดเสียง น้ำตาหยดแรกไหลรินลงมาอาบแก้ม ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นและเจ็บปวด
“ฉันไม่เคยจำเป็นต้องโกหกคนที่ฉันสนใจเป็นพิเศษหรอค่ะ” มินตราโน้มตัวลงมา กระซิบข้างใบหูของรินด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ “ถ้าคุณอยากรู้ความจริงทั้งหมด ว่าทำไมพิมพ์รตาถึงต้องหนี และทำไมคุณถึงกลายมาเป็นหมากตัวสำคัญในเกมนี้... ก็ลองก้าวขาลงไปข้างล่างนั่นด้วยตัวเองสิคะ”
พูดจบ มินตราก็หมุนตัวเดินไปยังแผงควบคุมลับที่มุมห้อง เธอเอื้อมมือไปกดปุ่มสีแดงเข้มที่ซ่อนอยู่หลังภาพวาดสีน้ำมันคลาสสิก
*ครืดดดด—!*
พื้นคอนกรีตตรงกลางห้องใต้ดินแยกตัวออกช้าๆ เผยให้เห็นบันไดเหล็กวนที่ทอดยาวลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง กลิ่นอับชื้นและกลิ่นอายความคุ้นเคยบางอย่างลอยโชยขึ้นมาเตะจมูก รินจำกลิ่นนี้ได้ดี... กลิ่นน้ำหอมกลิ่นโปรดของพิมพ์รตา กลิ่นวานิลลาผสมดอกไม้ป่าที่เธอเป็นคนซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด
รินหันกลับไปมองมินตราที่ยืนกอดอกรอคอยอยู่ริมขอบหลุมดำ ทายาทตระกูลดังส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้เธอ ราวกับกำลังเชื้อเชิญให้เธอก้าวลงไปในขุมนรก
รินสูดลมหายใจเข้าลึก Pสุญญากาศในอกทำให้เธอแทบสำลัก เธอยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ มือขวาเอื้อมไปปลดล็อกซองปืนพกที่ข้างเอว ความลังเลหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นอันเย็นชา เธอก้าวเท้าแรกเหยียบลงบนขั้นบันไดเหล็ก พลางคิดว่า ไม่ว่าเบื้องล่างนั้นจะเป็นปีศาจหรือคราบน้ำตาของน้องสาว เธอจะต้องสะสางมันให้จบในคืนนี้
ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวลงไปขั้นที่สอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังขึ้นจากทางประตูดดานหลักของห้องใต้ดิน พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามาจนรินต้องยกมือขึ้นบังตา
“อย่าขยับ! กองปราบปราม! ทุกคนอยู่ในความสงบ!”
เสียงตะโกนก้องที่คุ้นหูทำให้หัวใจของรินกระตุกวูบ ผู้กองสาริศา เพื่อนสนิทและผู้บังคับบัญชาของเธอ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบนับสิบชีวิตบุกเข้ามาล้อมห้องใต้ดินแห่งนี้ไว้หมดแล้ว รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันกลับไปมองมินตราเพื่อขอคำอธิบาย แต่ทว่า... ร่างของมินตรากลับหายไปจากจุดที่ยืนอยู่ก่อนหน้านี้อย่างไร้ร่องรอย ราวกับเธอเป็นเพียงควันสีดำที่ระเหยหายไปในอากาศ
รินหันกลับมามองสาริศาที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมกับปืนในมือที่เล็งตรงมายังช่องบันไดมืดที่เธอเพิ่งจะก้าวลงไป
“ริน! เธอมาทำอะไรที่นี่ แล้วรู้ตัวไหมว่าเธอกำลังทำลายรูปคดีสำคัญอะไรอยู่!” สาริศาตวาดเสียงแข็ง สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธและผิดหวัง
แต่ก่อนที่รินจะได้อ้าปากอธิบายอะไรสักคำ สาริศาก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาหน้าจอแสดงภาพกล้องวงจรปิดจากอีกมุมหนึ่งของตึก พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรินเย็นเฉียบจนแข็งค้าง
“แล้วก็... เลิกตามหาคนชื่อพิมพ์รตาเถอะนะริน... เพราะจากรายงานนิติวิทยาศาสตร์ที่เราเพิ่งได้รับเมื่อหนาวนี้เอง ศพในหลุมที่เธอไปเคารพมาตลอดสามปี ไม่ใช่น้องสาวของเธอ... แต่เป็นตัวเธอเองในอนาคตต่างหากล่ะ”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งไปกับความลับอันดำมืดนี้นะคะ
— โรสแมรี่พิษ
กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน•ตอนที่ 40
บทที่ 40
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!