กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน•ตอนที่ 32

บทที่ 32

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
“ถ้าเธอยังไม่หยุดสั่น ฉันจะโยนเธอลงไปเดี๋ยวนี้ ริน” เสียงกระซิบที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งลอยมากระทบข้างหู ท่ามกลางความว่างเปล่าของความสูงหลายสิบชั้นที่เบื้องล่างคือความมืดมิดและแสงสีนีออนที่พร่าเลือนเหมือนเลือดที่ไหลนอง รินรู้สึกถึงแรงบีบที่ต้นแขนแน่นหนึบจนแทบกระดูกร้าว มินตราไม่ได้เพียงแค่จับไว้ แต่มือเรียวสวยที่เปื้อนคราบเขม่าดินปืนนั้นกำลังยึดเหนี่ยวเธอไว้เหมือนเครื่องสังเวย รินหอบหายใจถี่ สัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลอยู่บนตัวหญิงสาวตรงหน้า กลิ่นที่ซ่อนเร้นไว้ด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ เธอพยายามควบคุมสติไม่ให้หลุดลอยไปพร้อมกับเศษกระจกที่เพิ่งร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่างเมื่อครู่ “เธอไม่ได้ช่วยฉันไว้เพราะความเมตตาหรอกใช่ไหม... มินตรา” รินเค้นเสียงถาม ทั้งที่ความกลัวกำลังกัดกินหัวใจ แต่ดวงตาของเธอยังคงจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีน้ำตาลคู่สวยที่แฝงไปด้วยความว่างเปล่า “เธอแค่ต้องการเก็บหมากตัวนี้ไว้กระดานของเธอเอง” มินตราแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าของหญิงสาวสวยสง่าดุจรูปปั้น แต่ยามที่แสงนีออนสีแดงจากป้ายโฆษณาตึกฝั่งตรงข้ามสาดเข้ามา รอยยิ้มนั้นกลับดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปีศาจ เธอค่อยๆ ดึงตัวรินเข้ามาใกล้จนหน้าผากเกือบชิดกัน ก่อนจะเลื่อนมือมาไล้สันกรามของนักสืบสาวอย่างถือสิทธิ์ “ฉลาดนักนะ” มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วหวาน “แต่ความฉลาดมันก็เป็นแค่กับดักที่รัดคอตัวเอง ริน เธอคิดว่าการที่เธอรอดมาได้ถึงตรงนี้ คือโชคชะตาอย่างนั้นหรือ? เปล่าเลย... ทุกก้าวที่เธอเดิน ทุกเบาะแสที่เธอพบ มันคือเส้นด้ายที่ฉันถักทอไว้ให้เธอเดินมาหาความตายด้วยตัวเองต่างหาก” รินรู้สึกถึงความร้อนผ่าวในอก มือของเธอเลื่อนไปคว้าที่เอวของมินตราอย่างรวดเร็ว—ไม่ใช่เพื่อกอด แต่เพื่อคว้ามีดพกที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อสูทหรูหรานั้น เธอไม่ได้เป็นเพียงนักสืบที่ยอมให้ใครจูงจมูกได้ง่ายๆ ความเจ็บปวดจากการสูญเสียในอดีตหล่อหลอมให้เธอกลายเป็นคนที่รู้จักวิธีเอาตัวรอดในแดนนรก “ถ้าเป็นกับดัก...” รินกดปลายมีดจ่อที่หน้าท้องของมินตรา ความเงียบงันปกคลุมพื้นที่ริมหน้าต่างที่พังทลาย “งั้นคนวางกับดักก็คงต้องลิ้มรสคมมีดของเหยื่อดูบ้าง” มินตราไม่แม้แต่จะขยับตัว เธอเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ไร้ดวงดาว ก่อนจะกดน้ำหนักตัวลงไปที่ปลายมีดของรินอย่างจงใจจนเลือดสีแดงสดเริ่มซึมผ่านผ้าเนื้อดีออกมา รอยยิ้มของเธอกว้างขึ้นจนดูบิดเบี้ยว “ดีมาก... ริน นั่นแหละคือตัวตนที่แท้จริงที่ฉันอยากเห็น” มินตรากระซิบ ความเจ็บปวดไม่ได้ทำให้ใบหน้าสวยนั้นบิดเบี้ยวเลยแม้แต่น้อย “พวกเราน่ะ เหมือนกันเกินไป ทั้งความโดดเดี่ยว ทั้งความโหยหาที่จะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า เธออยากฆ่าฉันไหม? ถ้าเธอทำ เธอจะกลายเป็นเหมือนฉัน... เป็นราชินีที่ไร้บัลลังก์ในปาร์ตี้รูมแห่งความตายนี้ไปตลอดกาล” “ฉันไม่ใช่เธอ” รินกัดฟันกรอด น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้แทบจะเอ่อล้น “ฉันคือคนที่ต้องจบเรื่องนี้... จบความวิปริตที่เธอสร้างขึ้น!” “จบงั้นเหรอ?” มินตราหัวเราะเบาๆ ก่อนจะปัดปืนที่รินถืออยู่อีกข้างหลุดมือไป เธอโน้มตัวเข้ามาจนรินสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ร้อนผ่าว “ดูข้างหลังเธอสิ ริน... สิ่งที่เธอเรียกว่าความยุติธรรม มันกำลังมองดูเธออยู่” รินชะงัก เธอพยายามเบี่ยงสายตาไปมองเบื้องหลังผ่านความมืดมิดของโถงทางเดินที่ว่างเปล่า ทว่าเงาร่างหนึ่งที่คุ้นตาภายใต้เสื้อโค้ทสีดำสนิทกำลังยืนนิ่งอยู่ที่มุมตึก ปืนกระบอกยาวในมือนั้นเล็งตรงมายังจุดที่พวกเธอสองคนกำลังยืนกอดรัดกันอยู่ มันไม่ใช่ศัตรูคนอื่น แต่มันคือ ‘น้องสาว’ ที่รินคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน รินเบิกตากว้าง หัวใจของเธอเหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะ เสียงกระซิบของมินตราที่ข้างหูในวินาทีต่อมานั้นเปรียบเสมือนคำสาปที่ฝังลึกลงในวิญญาณ “พี่สาวที่แสนดี... เธอคิดว่าคนตายจะกลับมาเป็นมนุษย์ได้จริงๆ หรือ? หรือเธอจะเลือกว่าจะตายในอ้อมกอดฉัน หรือจะตายด้วยน้ำมือของคนที่เธอพยายามช่วยจนวินาทีสุดท้ายกันล่ะ?” นิ้วเรียวของน้องสาวที่ยืนอยู่ตรงมุมตึกค่อยๆ แตะลงบนไกปืน ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันโหดร้ายนี้ไปพร้อมกับโรสแมรี่พิษนะคะ
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%