“อย่าทำแบบนั้น… มินตรา”
น้ำเสียงของรินแหบพร่า ทว่ามั่นคงท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกฉาบด้วยแสงนีออนสีแดงฉานจากป้ายร้านที่กะพริบถี่ๆ อยู่เหนือหัว เธอไม่ได้ขยับตัวเข้าใกล้ แสงสีเลือดนั่นอาบไล้ไปบนใบหน้าเรียบเฉยที่ซ่อนความร้าวรานไว้ภายใต้ดวงตาคู่คม รินรู้ดีว่านิ้วเรียวที่กำลังกดลงบนไกปืนของ ‘น้องสาว’ คนนั้นคือความผิดพลาดที่เธอยังคงแบกไว้เป็นตราบาปในหัวใจ
ร่างในเงามืดมุมตึกนั้นเหยียดยิ้ม รอยยิ้มที่เหมือนกับรินราวกับถอดแบบกันมา ทว่ามีความอำมหิตซ่อนอยู่ลึกกว่าชั้นผิวน้ำที่นิ่งสนิท
“พี่สาวคนดี… พี่คิดว่าพี่รู้จักฉันดีพอแล้วงั้นเหรอ?” เสียงนั้นกังวานเย็นเยียบ เคลื่อนผ่านสายลมยามค่ำคืนที่อบอวลด้วยกลิ่นอายของเมืองหลวงที่เน่าเฟะ
มินตรา ซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าวในชุดราตรีสีดำสนิทที่ขับเน้นผิวขาวจัดจนดูเปราะบาง เอื้อมมือมาคว้าข้อมือของรินเอาไว้ แรงบีบของเธอมั่นคง ทว่าสั่นเทาด้วยอารมณ์ที่ยากจะหยั่งถึง ดวงตาสีเข้มของมินตราจ้องมองไปที่น้องสาวของรินด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความกระหายในคำตอบ
“ริน… อย่าให้ความรู้สึกผิดในอดีตมาบดบังสิ่งที่อยู่ตรงหน้า” มินตรากระซิบข้างใบหู น้ำเสียงของเธอแฝงไปด้วยความรุ่มร้อนที่ขัดแย้งกับอากาศเย็นจัด “เด็กคนนั้นไม่ใช่คนที่เธอเคยช่วยไม่ทันเมื่อสามปีก่อน เธอก็รู้ดีแก่ใจ”
รินเม้มปากแน่นจนเห็นรอยขาว สัมผัสจากมินตราที่ต้นแขนทำให้เธอนึกถึงความลับที่ถูกฝังไว้ใต้ปาร์ตี้รูมชั้นใต้ดินนั่น ที่นั่นคือที่ที่พวกเธอเคยแลกเปลี่ยนความลับ แลกเปลี่ยนลมหายใจ และแลกเปลี่ยนรอยแผลเป็นให้แก่กัน แต่วินาทีนี้ ทุกอย่างกำลังจะพังทลายลงด้วยกระสุนเพียงนัดเดียว
“ลงปืนเดี๋ยวนี้!” รินตะโกนก้อง เสียงของเธอสั่นเครือ “ถ้าเธอยิงไป ชีวิตของเธอก็จะจบลงเหมือนกับฉัน… ไม่มีทางหวนกลับ”
หญิงสาวในเงามืดหัวเราะร่า เสียงหัวเราะแหลมสูงบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท เธอค่อยๆ ก้าวออกมาจากมุมตึก แสงนีออนสาดส่องให้เห็นใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์และไร้เดียงสา ทว่าแววตากลับว่างเปล่าจนน่าสะพรึงกลัว เธอไม่สนใจคำเตือนของพี่สาว เธอหันปลายกระบอกปืนไปที่หัวใจของมินตราแทน
“มินตราคือคนที่จะต้องรับผิดชอบเรื่องทั้งหมด” น้องสาวของรินเอ่ยขึ้นเบาๆ “พี่ริน... พี่เลือกผิดฝั่งมานานเกินไปแล้ว”
ความกดดันในอากาศเพิ่มสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก รินรู้สึกถึงหยดเหงื่อที่ไหลซึมผ่านไรผม เธอมีสองทางเลือกที่ต้องตัดสินใจในเสี้ยววินาที จะปกป้องผู้หญิงที่เธอเฝ้าถวิลหาแต่ก็เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมอย่างมินตรา หรือจะหยุดยั้งสายเลือดเดียวที่เหลืออยู่ของเธอด้วยวิธีที่เด็ดขาดที่สุด
มินตราไม่ขยับหนี เธอเพียงแต่ปล่อยมือจากรินแล้วก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนริมฝีปากสีเชอร์รี่ของเธอ “ยิงสิ ถ้ามันจะทำให้เธอนอนหลับได้สนิทขึ้นในคืนนี้... แต่จำไว้เถอะว่า ความจริงที่พี่เธอปกปิดไว้น่ะ มันร้ายกาจกว่ากระสุนนัดนี้หลายเท่านัก”
วินาทีนั้น รินตัดสินใจได้ทันที เธอพุ่งตัวเข้าหามินตราเพื่อกระชากร่างนั้นให้พ้นวิถีปืน ทว่าในจังหวะที่ร่างของทั้งสองกระทบกันและล้มลงไปบนพื้นทางเดินที่เปียกชื้น เสียง ‘ปัง!’ ก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ รินรู้สึกถึงไออุ่นที่เปียกชื้นบนหัวไหล่ของตนเอง มินตราเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยเลือดสีแดงสดซึมออกมาจากชุดสูทสีเข้มของริน ขณะที่น้องสาวของเธอยืนนิ่งค้าง ปืนในมือนั้นสั่นเทาจนแทบร่วงหล่น
“ริน!” มินตราหวีดร้อง เสียงที่เคยเยือกเย็นและทรงอำนาจตอนนี้สั่นพร่าด้วยความตระหนกที่ปิดไม่มิด
รินหอบหายใจถี่ สายตาของเธอพร่ามัวลง ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะหมดสติไปนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะของใครบางคนก็ดังขึ้นจากเงามืดด้านหลังน้องสาวของเธอ ร่างเงาสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของรินหยุดเต้น
ชายคนนั้นหยิบซองจดหมายสีขาวที่เปื้อนคราบเลือดออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วโยนลงบนอกของริน ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอพังทลายลงในพริบตาว่า...
“ความจริงที่พี่เธอเก็บไว้... อยู่ในนี้ไงล่ะ ริน... และคนที่เป็นคนเหนี่ยวไกเมื่อสามปีก่อนจริงๆ น่ะ... ไม่ใช่ใครที่ไหนไกลเลย”
ด้วยความรักและปรารถนาดีต่อรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมากับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ
กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน•ตอนที่ 33
บทที่ 33
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!