"ถ้าคุณก้าวออกไปจากห้องนี้ ริน... ความลับที่น้องสาวของคุณเอาชีวิตเข้าแลกเมื่อสามปีก่อน จะถูกฝังลงดินไปตลอดกาลชนิดที่ไม่มีวันขุดขึ้นมาได้อีกเลยนะคะ"
เสียงของมินตราดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง แสงไฟนีออนสีม่วงแดงจากป้ายโฆษณาด้านล่างสาดส่องผ่านกระจกบาน Y-laminated เข้ามาทาบทับร่างระหงของทั้งสองคน บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตึงเครียดที่เฉียบคมราวกับใบมีดโกน รินหยุดฝีเท้าที่กำลังจะก้าวไปยังประตู มือเรียวที่กำด้ามปืนพกในกระเป๋าเสื้อโค้ทสั่นเทาเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธเกรี้ยวที่กำลังแผดเผาอยู่ในอกจนแทบคลั่ง
รินค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับทายาทตระกูลดังผู้กุมชะตากรรมของเธอไว้ทั้งหมด มินตรานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีดำสนิท แก้วคริสตัลในมือหมุนวนของเหลวสีอำพันช้าๆ แววตาคู่สวยคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเวิ้งว้างและความท้าทายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านตาคู่คมกริบ
"คุณเล่นสกปรกเกินไปแล้วนะ มินตรา" รินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง "เอาเอกสารแฟ้มนั้นมาให้ฉันเดี๋ยวนี้ หรือไม่อย่างนั้น..."
"หรือไม่อย่างนั้นคุณจะทำไมคะ?" มินตราตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึก เธอวางแก้วลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง ‘กริ๊ก’ ก่อนจะลุกขึ้นยืนช้าๆ ชุดเดรสเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นให้รูปร่างของเธอดูเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน หญิงสาวก้าวเข้ามาใกล้รินทีละน้อย ระยะห่างระหว่างพวกเธอค่อยๆ ลดลงจนเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมกับกลิ่นอายความเย็นชาลอยแตะจมูกของริน
รินสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะเข้ากับแก้ม แต่นั่นไม่ได้ทำให้หัวใจของเธอเต้นช้าลงเลย ตรงกันข้าม มันกลับเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก สายตาของพวกเธอประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ความรู้สึกซับซ้อนบางอย่าง—ระหว่างความเกลียดชัง ความใคร่รู้ และแรงดึงดูดอันประหลาด—กำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของทั้งคู่
"คุณคิดว่าฉันกลัวความตายอย่างนั้นเหรอ?" รินขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายกระบอกปืนในกระเป๋าแทบจะแนบกับลำตัวของอีกฝ่าย "น้องสาวของฉันต้องตายอย่างไร้ความยุติธรรมในปาร์ตี้รูมเน่าเฟะของคุณ... ฉันไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว มินตรา"
มือเรียวของมินตราเอื้อมขึ้นมาสัมผัสกรอบหน้าของรินอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วเรียวยาวเย็นเฉียบราวน้ำแข็งไล้ผ่านโหนกแก้มเนียนลงมาถึงริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น รินสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ถอยหนี ดวงตาคู่คมของมินตรามองลึกเข้าไปในดวงตาของนักสืบสาว ราวกับต้องการจะอ่านความลับทั้งหมดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านตาคู่นั้น
"ถ้าคุณไม่มีอะไรจะเสีย..." เสียงกระซิบของมินตราแผ่วเบาราวกับเสียงถอนหายใจ แต่กลับชัดเจนก้องกังวานอยู่ในความเงียบ "แล้วทำไมมือของคุณถึงยังสั่นตอนที่ถือปืนล่ะคะ, ริน? หรือว่า... คุณกลัวว่าถ้าความจริงปรากฏขึ้นมาจริงๆ คนที่จะต้องพังทลายลงไปพร้อมกับความลับนั้น ไม่ใช่แค่ฉัน... แต่เป็นตัวคุณเองต่างหาก"
คำพูดนั้นราวกับลูกศrอาบยาพิษที่พุ่งตรงเข้าปักกลางใจของริน ภาพเหตุการณ์ในคืนวันนั้น—คืนที่น้องสาวของเธอส่งข้อความขอความช่วยเหลือ แต่เธอกลับไปช้าเกินไป—ผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก ความรู้สึกผิดที่กัดกินจิตใจมาตลอดสามปีถูกกระชากขึ้นมาหายใจรดต้นคออีกครั้ง รินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมสติ แต่เสียงสะอื้นที่ติดอยู่ในลำคอกลับทำให้เธอดูเปราะบางยิ่งกว่าที่เคย
มินตราสังเกตเห็นความไหววูบในแววตาของนักสืบสาว รอยยิ้มจางๆ ที่ปรากฏขึ้นที่มุมปากของทายาทตระกูลดังไม่ได้บ่งบอกถึงชัยชนะ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนเร้นเอาไว้ไม่แพ้กัน มือที่ประคองใบหน้าของรินค่อยๆ เลื่อนลงมาทาบ2ข้างแก้มอย่างทะนุถนอมอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
"เราต่างก็ติดอยู่ในกับดักเดียวกันนะคะ, ริน" มินตรากระซิบชิดริมหู กลิ่นอายความอบอุ่นที่แปลกประหลาดแผ่ซ่านออกมาจากร่างที่เคยเย็นชา "คุณตามล่าหาความจริงเพื่อจะพบว่าความจริงมันฆ่าคุณให้ตายทั้งเป็น... ส่วนฉัน สร้างกำแพงความลับขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจากความจริงข้อนั้นเหมือนกัน"
รินนิ่งงังไปชั่วขณะ สมองที่เคยประมวลผลอย่างเฉียบคมกลับตื้อตัน ร่างกายของเธอถูกตรึงไว้ด้วยสัมผัสอันอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยคมมีดนี้ ความใกล้ชิดที่มากเกินไปทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจทั้งสองคนผสานเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางแสงไฟนีออนสีแดงก่ำที่สาดส่องลงมา พวกเธอยืนประจันหน้ากันราวกับนักล่าและเหยื่อที่กำลังเต้นรำอยู่บนปากเหวแห่งความหายนะ
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบงันเริ่มกัดกินพื้นที่ระหว่างพวกเขานั่นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอกห้องเพนต์เฮาส์ ตามด้วยเสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงจนบานประตูไม้สักราคาแพงสั่นสะเทือน
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"ตำรวจ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!" เสียงตะโกนกึกก้องลอดเข้ามาจากด้านนอก พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยที่ดังลั่นสนั่นตึกจนแสบแก้วหู
มินตราผละออกจากรินทันที ใบหน้าที่เคยเยือกเย็นฉายแววตื่นตระหนกขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอกวาดสายตามองไปที่โต๊ะทำงานริมหน้าต่างที่มีแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลับวางอยู่ ก่อนจะหันมามองรินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่นักสืบสาวไม่มีวันคาดเดา
"ดูเหมือนว่า 'แขกที่ไม่ได้รับเชิญ' จะมาเร็วกว่าที่คิดนะคะ..." มินตราเอ่ยด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ขณะที่เสียงประตูห้องกำลังจะพังทลายลงมาจากการกระแทกครั้งสุดท้าย "จำไว้ ริน... ถ้าคุณเลือกที่จะเปิดประตูออกไปข้างนอกตอนนี้ สิ่งที่คุณจะได้พบ จะไม่ใช่แค่นรกบนดิน... แต่มันคือจุดจบของเราสองคนอย่างแท้จริง"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ — โรสแมรี่พิษ
กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน•ตอนที่ 46
บทที่ 46
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!