"ถ้าคุณคิดว่ากลิ่นน้ำหอมราคาแพงจะกลบกลิ่นคาวเลือดที่ติดตัวคุณได้ มินตรา... คุณคิดผิดถนัดค่ะ"
รินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวของมินตรา แสงนีออนสีม่วงจัดจ้านจากป้ายโฆษณาภายนอกอาคารสาดส่องเข้ามาผ่านม่านโปร่งแสง ขับเน้นให้ใบหน้าของทั้งคู่ดูราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันแห่งราตรี รินไม่ได้ขยับตัวเข้าใกล้ เธอยืนพิงกรอบหน้าต่าง ปลายนิ้วเรียวเคาะลงบนโช้คอัพอย่างเป็นจังหวะ—จังหวะเดียวกับหัวใจที่เต้นระรัวของคนที่กำลังจะจนมุม
มินตราละสายตาจากแก้วไวน์ในมือ รอยยิ้มที่มุมปากของเธอไม่ได้มีไว้เพื่อความอ่อนหวาน แต่มันคืออาวุธที่ใช้เชือดเฉือนความรู้สึก "ริน... นักสืบสาวผู้ผดุงความยุติธรรม เดินเข้ามาในถ้ำเสือเพียงลำพังด้วยความมั่นใจ หรือว่าจริงๆ แล้ว คุณแค่หาทางออกไม่เจอคะ?"
รินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความเวทนา "ถ้ำเสือ? ไม่ใช่หรอกค่ะ ที่นี่มันก็แค่กรงขังที่คนขี้ขลาดสร้างขึ้นมาเพื่อล่อลวงเหยื่อที่แตกสลายเหมือนน้องสาวฉัน... คุณไม่ได้เป็นผู้คุมเกมหรอกมินตรา คุณเป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่ถูกวางไว้บนกระดานที่ใหญ่กว่านี้"
คำพูดนั้นทำให้ดวงตาคู่สวยของมินตราไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเยือกเย็นดังเดิม เธอวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะไม้ราคาแพง เสียง 'กริ๊ก' ของแก้วกระทบพื้นผิวที่เรียบเนียนดังก้องกังวานในความเงียบ
"งั้นบอกฉันสิ ว่าหมากตัวนี้ต้องทำอย่างไรถึงจะหลุดพ้นจากกระดานที่ว่า" มินตราก้าวเข้ามาหา รัศมีแห่งอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเธอทำให้บรรยากาศในห้องหนักอึ้ง แต่รินกลับไม่ถอยหนี เธอกลับก้าวเข้าไปประจันหน้า ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ จนได้กลิ่นไอความเย็นเยียบจากกายของอีกฝ่าย
"เลิกเล่นบทบาทตัวร้ายที่ทำลายชีวิตคนอื่นเสียที แล้วบอกฉันว่าคนที่อยู่เบื้องหลังปาร์ตี้รูมตัวจริงคือใคร" รินกระซิบ น้ำเสียงของเธอแหบพร่าหากแต่ทรงพลัง "ฉันรู้ว่าคุณกลัว... กลัวว่าถ้าวันหนึ่งคุณไม่มีค่าพอสำหรับพวกมัน คุณจะเป็นรายต่อไปที่ถูกโละทิ้งเหมือนพวกเด็กๆ ในนั้น"
มินตรานิ่งงัน นิ้วเรียวยาวของเธอเอื้อมขึ้นมาสัมผัสสันกรามของรินอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่แฝงไปด้วยความโหยหาและอำมหิตในคราวเดียวกัน "คุณช่างฉลาด... ฉลาดเกินกว่าที่จะมีชีวิตรอดไปจนจบเกมได้นะริน ถ้าฉันบอกคุณไป ตอนนี้คุณจะยังได้รับอ้อมกอดจากฉัน หรือจะได้รับกระสุนที่ฝังอยู่ในขมับแทนล่ะคะ?"
รินคว้าข้อมือของมินตราไว้แน่น สายตาของพวกเธอประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ในจังหวะที่หัวใจของรินกำลังบีบตัวจนเจ็บแปลบ เธอรู้ดีว่านี่คือการเดิมพันด้วยชีวิต—ไม่ใช่แค่ของเธอ แต่มันคือการทวงคืนความยุติธรรมให้กับอดีตที่บอบช้ำ
"เลือกเอาเถอะค่ะว่าจะตายในฐานะเบี้ย หรือจะตายในฐานะผู้ทรยศที่เลือกข้างถูกต้อง" รินกดเสียงต่ำ
ทันใดนั้น เสียงเตือนจากเครื่องดักฟังที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อของรินก็สั่นรัวขึ้นเพียงจังหวะเดียว รินรู้ทันทีว่า 'เหยื่อ' ที่เธอวางล่อไว้ได้ติดกับแล้ว แต่ไม่ใช่ใครที่ไหน... มันคือสัญญาณที่แจ้งเตือนว่ามีบุคคลที่สามกำลังพังประตูเข้ามา
มินตราเบิกตากว้างเมื่อเห็นรินไม่ได้มีท่าทีตกใจ แต่กลับยิ้มออกมาด้วยความสมเพช
"ดูเหมือนแขกไม่ได้รับเชิญจะมาถึงแล้วนะคะ มินตรา" รินผละออกจากมินตรา แล้วหมุนตัวไปทางประตูบานใหญ่ที่กำลังถูกกระแทกจนสะเทือน "คุณคิดว่าฉันมาที่นี่เพื่อขู่คุณเหรอ? เปล่าเลย... ฉันมาที่นี่เพื่อดึงคุณออกมาเป็นพยานให้เห็นว่า 'ผู้บงการ' ที่คุณเคารพนักหนา กำลังจะกำจัดคุณทิ้งในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้"
ประตูบานนั้นเปิดผางออกอย่างรุนแรง พร้อมกับร่างของชายชุดดำสามคนที่ถืออาวุธครบมือ ก้าวเข้ามาด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือเงาที่ยืนอยู่หลังสุด... ร่างของคนที่รินคุ้นเคยดีที่สุดในชีวิต ปรากฏขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่เปลี่ยนไปจนเธอแทบจำไม่ได้
นั่นคือคนเดียวกับที่เธอเคยฝากชีวิตไว้... และเป็นคนเดียวกับที่ทำให้ชีวิตน้องสาวของเธอต้องพังทลายลงในปาร์ตี้รูมแห่งนี้
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงไปในความมืดมิดของกุหลาบเลือดไปพร้อมกับรินนะคะ
กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน•ตอนที่ 14
กลลวงล่อเสือ
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!