"ถ้าคุณจะฆ่าฉัน ก็ทำเสียตอนนี้เลย อย่าเสียเวลาเล่นละครฉากใหญ่ในห้องใต้ดินเน่าๆ นี่อีกเลยค่ะ"
รินกดเสียงต่ำขณะที่มือสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อจดจ้องไปยังแฟ้มข้อมูลที่ถูกเปิดทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คเก่าคร่ำครึ ภายในนั้นไม่ใช่บันทึกการเงินอย่างที่มินตราเคยหลอกล่อ แต่มันคือรายงานอุบัติเหตุบนท้องถนนเมื่อห้าปีก่อน—เหตุการณ์ที่พรากความทรงจำและอนาคตของน้องสาวเธอไปตลอดกาล
มินตราไม่ได้ตอบกลับในทันที เธอเพียงแต่ก้าวช้าๆ ออกมาจากมุมมืดของห้อง เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินดังก้องสะท้อนไปมาเหมือนเสียงเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่จุดจบ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจางๆ ผสมกับกลิ่นอับชื้นของห้องลับ ทำให้บรรยากาศดูอึดอัดจนแทบจะหยุดหายใจ
"อุบัติเหตุที่เกิดจาก 'ความประมาท' ของคนขับรถคันนั้น... คุณมั่นใจแล้วหรือคะริน ว่านั่นคือความจริงทั้งหมด?" มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังวิจารณ์บทเพลงคลาสสิกที่ไม่ได้ดั่งใจ เธอหยุดยืนข้างริน สัมผัสเย็นเยียบจากปลายนิ้วของเธอแตะลงบนไหล่ของนักสืบสาวอย่างถือสิทธิ์
รินปัดมือนั้นออกอย่างรวดเร็ว เธอหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งขึ้นมา มันคือภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดในคืนนั้น แม้จะเบลอและมัวหมองด้วยหยาดฝน แต่มันชัดเจนพอที่จะเห็นสัญลักษณ์ประจำตระกูลที่สลักอยู่บนกระจกมองข้างของรถคันที่ขับพุ่งเข้าหาน้องสาวเธอโดยไม่แม้แต่จะแตะเบรก
"รถคันนี้เป็นของตระกูลคุณ มินตรา" รินกัดฟันพูด ความเจ็บปวดจากอดีตพุ่งขึ้นมาจุกที่อก "คุณทำให้น้องฉันกลายเป็นคนไร้ความรู้สึก เพื่อปกปิดความลับเน่าเฟะในปาร์ตี้รูมพวกนี้งั้นเหรอ?"
มินตราหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น หากแต่เต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวที่ร้าวราน เธอหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับริน นัยน์ตาคู่สวยคู่นั้นไม่ได้แสดงถึงความโกรธ แต่มันสะท้อนถึง 'ความสมเพช' ที่มีต่อความไร้เดียงสาของอีกฝ่าย
"คุณเป็นนักสืบที่เก่งนะริน แต่คุณพลาดจุดสำคัญที่สุดไป... คุณคิดว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นคือการกำจัดพยานเหรอคะ? ผิดถนัด" มินตราก้าวเข้ามาประชิดตัวจนรินสัมผัสได้ถึงไอความเย็นจากร่างกายเธอ "นั่นคือการ 'ช่วยเหลือ' ต่างหาก น้องสาวคุณเห็นสิ่งที่เธอไม่ควรเห็นในห้องวีไอพีชั้นใต้ดินของฉัน ถ้าคืนนั้นฉันไม่ให้คนไปจัดการ เธอคงไม่ได้นอนเป็นผักแบบนั้นหรอกค่ะ แต่เธอคงหายไปจากโลกนี้แบบไม่มีวันหวนกลับ"
โลกของรินดูเหมือนจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ ความจริงที่เธอเฝ้าตามหาตลอดหลายปีกลับกลายเป็นหนามยอกอกที่ทิ่มแทงหัวใจให้แหลกละเอียดมากกว่าเดิม เธอไม่ได้สูญเสียน้องสาวเพราะอุบัติเหตุ แต่เธอกำลังสงสัยว่าสิ่งที่เธอควรจะแค้นเคืองนั้น คือ 'คน' หรือ 'ระบบ' ที่มินตราเป็นเพียงตุ๊กตาตัวหนึ่ง
"คุณบอกว่าช่วยเหลือ... แต่คุณทำลายชีวิตคนทั้งคน!" รินตะคอก เสียงของเธอสั่นเครือแต่ยังคงความเด็ดเดี่ยว
"โลกนี้มันโสมมกว่าที่นักสืบตาดำๆ อย่างคุณจะเข้าใจ" มินตราเลื่อนมือมาเชยคางรินขึ้น แววตาของเธอสั่นไหววูบหนึ่งอย่างที่รินไม่เคยเห็นมาก่อน มันคือความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากนางพญา "ถ้าคุณอยากรู้ความจริงทั้งหมดต่อจากนี้ ริน... คุณต้องเลือกว่าจะเดินออกจากห้องนี้ไปพร้อมกับความแค้นที่ไม่มีวันได้รับคำตอบ หรือจะก้าวลงลึกไปกว่านี้... ในที่ที่ฉันเองก็ไม่มั่นใจว่าจะพาคุณกลับออกมาได้ไหม"
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นไปทั่วทั้งอาคาร แสงไฟนีออนที่กะพริบถี่ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ความเงียบสงบของห้องลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนที่ไม่ได้รับเชิญที่กำลังพังประตูเข้ามา
มินตราหันไปมองประตูที่เริ่มมีรอยร้าวจากการถูกกระแทก ก่อนจะหันมามองรินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันคือความตระหนกที่จริงใจที่สุดเท่าที่เธอเคยแสดงออกมา
"คนของพ่อฉันรู้แล้วว่าคุณเจออะไร" มินตรากระซิบอย่างร้อนรน พลางคว้าข้อมือรินแน่น "ถ้าไม่อยากตายที่นี่ตอนนี้ ก็หุบปากแล้ววิ่งไปกับฉัน... แต่จำไว้ว่า ถ้าเราก้าวออกจากห้องนี้ไป ความสัมพันธ์ของเราจะไม่มีทางเหมือนเดิมอีกต่อไป"
รินเหลือบไปเห็นเงาของชายฉกรรจ์สี่คนที่ยืนรออยู่หลังบานประตูที่กำลังจะพังลงมา ในมือของพวกเขาไม่ใช่แค่ปืนธรรมดา แต่คืออาวุธที่ใช้สำหรับเก็บกวาดปัญหาแบบถาวร รินไม่ได้มีความลังเลอีกต่อไป เธอคว้าด้ามปืนที่ซ่อนอยู่ที่เอว ก่อนจะตัดสินใจคว้ามือของมินตรากลับแน่นเช่นกัน—ความแค้นในใจยังคงอยู่ แต่ในวินาทีนี้ ทั้งสองต้องกลายเป็น 'คู่หู' จำยอมเพื่อเอาชีวิตรอด
ขณะที่บานประตูพังทลายลง รินกระชากตัวมินตราให้หลบหลังตู้เหล็กขนาดใหญ่ เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ทว่าท่ามกลางวิถีกระสุนที่เฉียดผ่านไป รินกลับสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่หน้าอกของมินตรา... มันคือสร้อยคอเส้นเดียวกับที่เธอเคยเห็นในสมุดบันทึกของน้องสาวก่อนเกิดอุบัติเหตุ มันไม่ใช่สร้อยคอธรรมดา แต่เป็นกุญแจดอกสำคัญที่ซ่อนรหัสลับของปาร์ตี้รูมแห่งนี้ไว้
มินตราหันมาสบตาเธอ สัญญาณแห่งการทรยศหรือความร่วมมือยังคงไม่ชัดเจน ทว่าในเสี้ยววินาทีก่อนที่กระสุนนัดถัดไปจะพุ่งเข้ามา มินตรากลับโน้มตัวเข้ามาใกล้ริมฝีปากของรินจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่สั่นสะท้าน
"ถ้านี่คือจุมพิตสุดท้ายของเรา... ฉันจะบอกความจริงที่เหลือให้ฟังค่ะ ว่าคนวางแผนอุบัติเหตุในคืนนั้น ไม่ใช่ฉัน... แต่เป็น 'เขา' คนที่คุณนับถือเหมือนพ่อมาตลอดชีวิต"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดกับโรสแมรี่พิษนะคะ
กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน•ตอนที่ 17
ความทรงจำสีเลือด
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักกุหลาบเลือด: ความลับใต้แสงนีออน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!