กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดเข้มข้นในห้องทำงานส่วนตัวไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศความตึงเครียดเจือจางลงเลยแม้แต่น้อย รินรดานั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สักทอง สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดั่งใบมีดที่ถูกลับจนคมกลา
ตรงข้ามกับเธอคือธราธร—อดีตสามีผู้เคยประกาศกร้าวว่าความสำเร็จของบริษัทคือกิจธุระสำคัญอันดับหนึ่ง ส่วนความรู้สึกของภรรยาเป็นเพียงเศษฝุ่นที่เขาปัดทิ้งได้ตามอำเภอใจ วันนี้ ชายหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งคนนั้นกลับนั่งหลังค่อม แว่นตาไร้กรอบถูกถอดวางไว้บนโต๊ะ นิ้วมือสั่นเทาขณะจับเอกสารในแฟ้มสีน้ำตาลที่เพิ่งถูกผลักข้ามมา
"คุณริน... นี่มันหมายความว่ายังไงครับ" เสียงของธราธรแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความระikaระระทมและคำถามที่ไม่อาจหาคำตอบ
"หมายความตามตัวอักษรที่ทนายความของฉันร่างขึ้นมาครับคุณธราธร" รินรดาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เยือกเย็น และไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ "สัญญายกเลิกสิทธิ์ในการถือครองหุ้นทั้งหมดที่คุณเคยแอบโอนถ่ายให้เมธินี รวมถึงการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากกรณีทุจริตภายในบริษัทที่หลักฐานมัดแน่นเสียยิ่งกว่าเชือกถัก"
ธราธรเงยหน้าขึ้นมองอดีตภรรยา หญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่รินรดาคนเดิม คนที่เคยคอยต้อนรับเขาด้วยรอยยิ้มจางๆ พร้อมกับกับข้าวร้อนๆ บนโต๊ะยามดึกดื่น เธอกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งที่งملด้วยความแค้น ความเกลียดชัง และความฉลาดเฉลียวที่เขาไม่เคยรู้ว่าซ่อนอยู่ใต้เงาของความเป็นภรรยามาตลอดหลายปี
"ผมขอโทษ..." คำพูดสามคำที่แสนไร้ค่าหลุดจากริมฝั่งปากของคนที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ "ผมรู้แล้วว่าสิ่งที่ผมทำมันเลวร้ายแค่ไหน เมธินี... เธอกำลังทำลายทุกอย่าง และผมก็เพิ่งตาสว่างว่าคนที่ผมควรปกป้องและรักษาไว้คือใคร... ขอโอกาสให้ผมได้แก้ตัวเถอะนะริน"
รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนฟัง มันไม่ใช่เสียงหัวเราะด้วยความขบขัน แต่มันคือการเยาะเย้ยโชคชะตาที่เล่นตลก
"การขอโทษของคุณมันราคาถูกเกินกว่าจะซื้อเศษกระดาษแผ่นนี้คืนหรอกครับธราธร คุณบอกว่าตาสว่างงั้นหรือ? น่าเสียดายนะที่ความสว่างนั้นมันมาถึงในวันที่บ้านของคุณมันกลายเป็นเถ้าถ่านไปหมดแล้ว"
ก่อนที่ธราธรจะได้เอ่ยคำใดแก้ตัว เสียงเคาะประตูก็ขัดจังหวะขึ้น ประตูไม้บานใหญ่เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของเลขา#####ส่วนตัวที่ใบหน้าซีดเผือด ถือโทรศัพท์มือถือเข้ามารายงานด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
"คุณรินครับ... มีแขกไม่ได้รับเชิญมารอพบข้างล่างครับ เขาบอกว่าเป็น... เป็นคนที่คุณธราธรคุ้นเคยเป็นอย่างดีในอดีต และมีเรื่องสำคัญที่ต้องสะสางร่วมกันในวันนี้"
ธราธรขมวดคิ้วแน่น "ใครกัน?"
รินรดายังคงนั่งนิ่ง รอยยิ้มมุมปากของเธอกลับปรากฏขึ้นอย่างมีความหมาย ดวงตาคู่สวยมองลอดผ่านเลนส์แว่นไปยังอดีตสามี "ลงไปดูด้วยตาตัวเองสิครับ บางครั้ง... เงาในอดีตที่พวกคุณพยายามฝังกลบ มันก็มักจะฟื้นคืนชีพกลับมาทวงหนี้ในวันที่เราไม่ทันตั้งตัวเสมอ"
บรรยากาศภายในห้องโถงรับรองชั้นล่างเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจ ธราธรก้าวเดินตามรินรดาลงมาด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างประหลาด แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนหันหลังให้ เธอกำลังสวมเสื้อโค้ทกันหนาวสีเข้ม ท่าทางคุ้นตาจนธราธรต้องหยุดชะงักฝีเท้า หัวใจของเขากระตุกวูบอย่างแรงโดยไร้สาเหตุ
เมื่อหญิงสาวคนนั้นหันกลับมาตามเสียงฝีเท้า ใบหน้าที่เคยซีดเซียวและเต็มไปด้วยคราบน้ำตาเมื่อหลายปีก่อนกลับมาปรากฏตรงหน้าอีกครั้ง... แววตาของเธอนิ่งสนิท เต็มไปด้วยร่องรอยของความเจ็บปวดที่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความเคียดแค้นเช่นเดียวกันกับรินรดา
ธราธรเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อตระหนักได้ว่าเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่เขาเคยสั่งให้คนจัดการปิดปากและผลักไสให้หายไปจากชีวิตเพื่ออนาคตทางสังคมในอดีต... บัดนี้เธอกลับมายืนอยู่ตรงนี้แล้ว พร้อมกับเอกสารฉบับหนึ่งในมือที่พร้อมจะกระชากหน้ากากความสำเร็จของเขาให้พังทลายลงในพริบตาเดียว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินลึกเข้ามาในวังวนแห่งการแก้แค้นนี้ด้วยกันนะครับ
เศษเสี้ยวบนรอยร้าวของกระจกเงา•ตอนที่ 15
รอยอดีตที่ย้อนมาทำร้าย
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวบนรอยร้าวของกระจกเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!