กลิ่นกาแฟเอสเพรสโซคั่วเข้มราคาแพงระยับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องรับรองส่วนตัวของโรงแรมหรูย่านหลังสวนผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเงียบงันที่คั่นกลางระหว่างคนทั้งสองกลับหนาแน่นเสียจนแทบจะใช้มีดกรีดให้ขาดออกจากกันได้
รินรดานั่งไขว่ห้างหลังตรง สงบนิ่ง และเยือกเย็นดั่งประติมากรรมหินอ่อน ปลายนิ้วเรียวสวยภายใต้ชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มเคาะเบาๆ บนแฟ้มเอกสารหนังแท้ จังหวะการเคาะนั้นช้าและสม่ำเสมอ ทว่ากลับสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับชายวัยกลางคนฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นถึงประธานกรรมการบริหารกองทุนลงทุนข้ามชาติและเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญที่สุดของธราธร
"คุณรินรดา... ข้อเสนอที่คุณหยิบยื่นมาบนโต๊ะนี่ มันไม่ใช่แค่เรื่องของการทำธุรกิจทั่วไปนะครับ" คุณชายวิรุฬห์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาที่มองหญิงสาวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความรู้สึกดูแคลนในคราแรก กลายเป็นการตระหนักรู้ว่าตนกำลังเจรจากับผู้ล่าที่ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้อย่างมิดชิด
"ดิฉันไม่ได้มาเพื่อเจรจาธุรกิจค่ะ... เอ่อ ขออภัยค่ะ ดิฉันหมายถึง ดิฉันไม่ได้มาเพื่อเจรจาต่อรองเรื่องผลกำไร" รินรดาแก้คำพูดด้วยรอยยิ้มบางเฉียบ รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "แต่ดิฉันกำลังยื่นทางรอดเดียวที่จะทำให้คุณวิรุฬห์ไม่ต้องจมดิ่งไปพร้อมกับเรือที่กำลังจะอับปางต่างหากล่ะครับ"
รินรดาจงใจใช้น้ำเสียงสุภาพทว่าเฉียบคม เธอหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งเลื่อนไปตรงหน้าชายวัยกลางคน มันคือรายงานการตรวจสอบบัญชีลับและเส้นทางการเงินของธราธรที่พยายามปกปิดมานานแรมปี ตัวเลขสีแดงฉานที่ปรากฏอยู่บนนั้นบ่งบอกถึงภาวะล้มละลายที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมของบริษัทธราธรอย่างแนบเนียน
วิรุฬห์ก้มมองตัวเลขเหล่านั้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ มือที่ถือแก้วกาแฟถึงกับสั่นเทา "คุณ... คุณเอาเอกสารพวกนี้มาจากไหน? เรื่องนี้แม้แต่บอร์ดบริหารยังไม่รู้ด้วยซ้ำ!"
"ไม่มีความลับอะไรในโลกนี้หรอกครับ ถ้าหากเรามีความตั้งใจมากพอที่จะขุดคุ้ยมันขึ้นมา" รินรดาลดเสียงลงเล็กน้อย เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ ผิดกับอีกฝ่ายที่เหงื่อกาฬเริ่มซึมตามไรผม "ธราธรเขากำลังสร้างวิมานในอากาศ เขากำลังใช้เงินลงทุนของกองทุนคุณไปอุ้มโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ที่กำลังจะเจ๊ง เพื่อเอาหน้าตาทางสังคมของตัวเองกลับคืนมา... ถ้าคุณยังดึงดันจะร่วมทุนต่อ คุณเตรียมตัวล้มละลายไปพร้อมกับเขาได้เลยครับ"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง วิรุฬห์หายใจหอบถี่ ใบหน้าซีดเผือก เขาตระหนักดีว่าข้อมูลในมือของผู้หญิงคนนี้มีน้ำหนักมากพอที่จะทำลายอาณาจักรของธราธรให้พังทลายลงได้ในชั่วข้ามคืน และที่สำคัญที่สุดคือ มันสามารถดึงเอาชื่อเสียงของเขาลงเหวไป1ด้วย
"แล้ว... คุณต้องการอะไรจากผม?" วิรุฬห์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ยอมจำนนโดยปริยาย
"ง่ายมากครับ... ถอนทุนทั้งหมดออกจากบริษัทของธราธร ในสัปดาห์หน้า และปฏิเสธการเซ็นสัญญาโปรเจกต์ใหม่ทุกกรณี" รินรดายื่นคำขาด ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาของอีกฝ่าย "ทำแค่นี้... แล้วความลับเรื่องการฟอกเงินเล็กๆ น้อยๆ ของคุณเมื่อสามปีก่อน จะยังคงเป็นความลับต่อไป"
วิรุฬห์สะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินประโยคหลัง เขารู้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้แค่ศึกษาข้อมูลทางธุรกิจ แต่เธอรวบรวมประวัติส่วนตัวของเขามาจนหมดสิ้นแล้ว ไม่มีทางเลือกอื่นใดเหลืออีกต่อไปสำหรับเขา
"ตกลง... ผมจะถอนทุน" วิรุฬห์พยักหน้ารับอย่างจำนน
รินรดายิ้มรับอย่างผู้ชนะ เธอลุกขึ้นยืน จัดเสื้อสูทให้เข้ารูป หยิบกระเป๋าถือขึ้นมาคล้องแขน ก่อนจะก้มลงมองชายวัยกลางคนด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพชปนสมใจ "ขอบคุณสำหรับความร่วมมือนะครับคุณวิรุฬห์ หวังว่าเราจะไม่ต้องพบกันในสถานการณ์แบบนี้อีก"
ร่างระหงก้าวเดินออกมาจากห้องรับรองด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคงและสง่างาม ทุกย่างก้าวของเธอดุจดั่งเสียงฝีเท้าของยมทูตที่กำลังเดินไปเก็บกวาดเศษซากความพินาศที่เธอบรรจงสร้างขึ้นมาทีละน้อย
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวพ้นประตูทางออกหลักของโรงแรม สายตากลับเหลือบไปเห็นร่างสูงโปรดของใครบางคนคุ้นตาที่กำลังก้าวลงมาจากลิฟต์ VIP ฝั่งตรงข้าม ธราธรในชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าเคร่งเครียดและเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด เขากำลังเดินมาทางนี้พร้อมกับเลขาคนสนิท
รินรดายืนนิ่งชั่วขณะ หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความโกรธแค้น ความชิงชัง และความสะใจที่ตีรวนอยู่ในอก เธอยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเขาในตอนนี้ จึงตัดสินใจหมุนตัวหลบเข้าไปยังมุมเสาใหญ่ใกล้กับเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์
ทว่า... สายตาของธราธรกลับกวาดมาทางนั้นพอดี
ดวงตาคมกริบของอดีตสามีหยุดชะงักลง เขาสังเกตเห็นแผ่นหลังคุ้นตาที่ต่อให้หลับตาก็จำได้แม่นยำ ธราธรผุดลุกขึ้นจากภวังค์ความคิด รีบสาวเท้าก้าวตรงเข้ามาด้วยความร้อนรนราวกับคนขาดสติ
"ริน!" เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่อเธอด้วยความสั่นเครือ ร่างสูงพุ่งเข้ามาขวางทางเดิน พร้อมกับเอื้อมมือหมายจะคว้าข้อศอกของเธอไว้ "รินรดา! เดี๋ยวก่อน... คุณมาทำอะไรที่นี่?"
รินรดาหยุดเดิน เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงความเยือกเย็นกลับคืนมา ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา ชายหนุ่มผู้เคยหยิ่งทะนงและมองเห็นเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ บัดนี้สภาพของเขากลับดูราวกับสุนัขจนตรอก ขอบตาดำคล้ำและแววตาเต็มไปด้วยความเวทนาที่เธอนึกสมเพชเสียยิ่งกว่าสงสาร
เธอมองมือที่ยื่นเข้ามาคว้าแขนเธอด้วยสายตารังเกียจ ก่อนจะปัดออกอย่างไร้เยื่อใย
"กรุณาอย่าแตะต้องตัวดิฉันครับ... คุณธราธร" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ดวงตากลมโตจ้องมองเขาตรงๆ "เราหย่ากันขาดแล้ว และถ้าคุณยังมีสมองมากพอ น่าจะรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ๆ เราควรจะมาทักทายกัน"
ธราธรเจ็บแปลบในอกราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง คำพูดและท่าทีที่ห่างเหินราวกับคนแปลกหน้าของเธอสร้างความเจ็บปวดให้เขามากกว่าความล้มเหลวทางธุรกิจเสียอีก เขารู้สึกได้ถึงความสูญเสียที่แท้จริง—สูญเสียแบบไม่มีวันเรียกคืน
"ผมรู้ว่าผมทำผิด... ผมรู้ว่าผมมันโง่แค่ไหนที่ปล่อยคุณไป" ธราธรละทิ้งความเย่อหยิ่งทั้งหมดที่มี คุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าเธอท่ามกลางสายตาของผู้คนในโรงแรมหรู น้ำตาผู้ชายเอ่อคลอเบ้าอย่างน่าสมเพช "แต่ได้โปรด... ริน ให้โอกาสผมได้ไถ่บาป ได้ไหม? อะไรก็ได้ที่ทำให้คุณอภัยให้ผม..."
รินรดาก้มมองอดีตสามีที่กำลังคุกเข่าอ้อนวอนเธอด้วยความรู้สึกว่างเปล่า ไม่มีน้ำตาแห่งความเสียใจหลงเหลือให้อีกฝ่ายเห็นอีกต่อไป มีเพียงรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก รอยยิ้มที่ประกาศกร้าวว่าเกมนี้... เธอเป็นผู้กุมชัยชนะไว้ทั้งหมดแล้ว
"การไถ่บาปเหรอครับ?" รินรดาก้มตัวลงกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบ เยือกเย็นราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรก "เก็บน้ำตาของคุณไว้ใช้ในวันที่บริษัทของคุณล้มละลายไม่เหลือแม้แต่เศษอิฐเถอะครับ... เพราะนั่นคือจุดเริ่มต้นเดียวที่คุณจะได้ชดใช้ให้สาสมกับสิ่งที่ทำกับดิฉัน"
พูดจบ รินรดาก็สะบัดหน้าหนี เดินจากไปอย่างไม่เหลียวหลังปล่อยให้ธราธรคุกเข่าทรุดฮวบอยู่กับพื้นโรงแรมอย่างไร้เรี่ยวแรง ท่ามกลางความมืดมิดของปัญหาที่กำลังรุมเร้าเข้ามาพร้อมๆ กัน
แต่ในวินาทีที่รินรดาก้าวพ้นประตูกระจกบานใหญ่ ออกมาสู่ลานจอดรถด้านนอก เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเธอก็แผดเสียงดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นที่เริ่มมืดครึ้ม
เธอกดรับสายโดยไม่ได้มองชื่อผู้ติดต่อ ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำของนักสืบเอกชนที่เธอจ้างไว้จะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบลงในพริบตา
"คุณรินรดาครับ... ผมเจอเบาะแสสำคัญแล้วครับ เรื่องเด็กผู้ชายฝาแฝด... เอмера... เอ่อ ลูกอีกคนของสามีคุณ ที่ถูกซ่อนไว้ในบ้านพักตากอากาศที่หัวหินครับ"
--------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวนี้ไปด้วยกันนะครับ
เศษเสี้ยวบนรอยร้าวของกระจกเงา•ตอนที่ 8
รอยร้าวขยายวง
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวบนรอยร้าวของกระจกเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!