เศษเสี้ยวบนรอยร้าวของกระจกเงา•ตอนที่ 7

ความหวังที่ริบหรี่

ผลงานโดย บันทึกคนจร
กาแฟแก้วโปรดของรินรดาในยามบ่ายนี้ไม่ได้กรุ่นกลิ่นอายของความอบอุ่นเช่นในวันวาน หากแต่มันถูกวางทิ้งไว้จนไอความร้อนมลายหายไป เหลือเพียงผิวน้ำสีเข้มที่สะท้อนเงาของชายผู้ยืนค้ำ桌ทำงานของเธออยู่ ณ เบื้องหน้า ธราธรในยามนี้ไม่มีคราบของนักบริหารผู้เย่อหยิ่งและเยือกเย็นที่เธอเคยรู้จักอีกต่อไป ชายหนุ่มผู้ซึ่งเคยใช้ความเงียบงันเป็นอาวุธในการบดขยี้จิตใจของภรรยา กลับกำลังยืนประสานมืออย่างเก้ๆ กังๆ อยู่ข้างกองเอกสารแปลภาษาที่เธอกำลังตรวจทาน บนโต๊ะไม้เนื้อดีมีกล่องเบเกอรี่ร้านดังที่ต้องต่อคิวยาวเหยียดข้ามวันวางอยู่เคียงข้าง พร้อมด้วยช่อดอกไม้สีขาวสะอาดตาที่ถูกจัดแต่งอย่างประณีต—สิ่งเหล่านี้คือความพยายามในแบบที่ธราธรไม่เคยคิดแม้แต่จะชายตามองในยามที่เธอยังใช้สถานะ "ภรรยา" ร่วมบ้าน "ผมสั่งบราวนี่ร้านที่คุณรินชอบมาให้... และก็ดอกไม้พุดซ้อนพวกนี้ ผมจำได้ว่าคุณเคยบอกว่ามันหอมที่สุดตอนที่บานรับน้ำค้าง" เสียงทุ้มที่เอ่ยออกมานั้นเจือความระมัดระวังอย่างยิ่งยวด ราวกับเขากำลังก้าวเดินอยู่บนแผ่นกระจกที่ร้าวรานและพร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ ธราธรพยายามส่งยิ้มที่เขาคิดว่าอบอุ่นที่สุดส่งไปให้ แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับรินรดาแล้ว รอยยิ้มนั้นช่างดูน่าสมเพชและสายเกินไปเสียเหลือเกิน รินรดายังคงก้มหน้าลงอ่านตัวอักษรบนกระดาษ ปลายปากกาหมึกซึมในมือของเธอยังคงขีดเส้นใต้คำศัพท์ที่ต้องแก้ไขอย่างใจเย็น ความเงียบงันที่เธอทิ้งไว้ระหว่างพวกเขายาวนานพอที่จะทำให้ลมหายใจของธราธรสะดุดลงได้ เธอมิได้เงยหน้าขึ้นมองของขวัญราคาแพงเหล่านั้นแม้แต่น้อย ราวกับสิ่งของตรงหน้าไม่มีตัวตนตั้งแต่แรก "คุณธราธรจำผิดคนแล้วกระมังครับ" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แวบหนึ่งเธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่สวยคมกริบราวกับใบมีดที่อาบด้วยความเย็นชา "ฉันเกลียดดอกพุดซ้อน... มันทั้งหอมฉุนและทำให้ฉันเวียนหัวมาตั้งแต่เด็ก และบราวนี่กล่องนั้น คนที่ชอบกินมันจริงๆ คือเมธินีต่างหาก... คุณคงจำสลับกับคู่ควงของคุณเสียมากกว่า" คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าปักกลางอกของธราธรราวกับลูกศรอาบยาพิษ ชายหนุ่มหน้าถอดสีลงถนัดตา ความตั้งใจทั้งหมดที่เขาประคบประหมางมาตลอดทางพังทลายลงในพริบตา มือหนาที่วางอยู่ข้างลำตัวกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "ริน... ผมรู้ว่าผมเคยทำผิดพลาดมหันต์ ผมรู้ว่าคำขอโทษเป็นสิ่งที่ไร้ค่าที่สุดในตอนนี้ แต่ผม... ผมแค่อยากทำอะไรให้คุณบ้างในฐานะที่..." "ในฐานะอะไรหรือครับ?" รินรดาหัวسเราะในลำคอ เสียงหัวسเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน ร้าวรานแต่เฉียบคม "อดีตสามีผู้ใจร้าย? หรือเจ้านายจอมปลอมที่เพิ่งตาสว่างเมื่อสายเกินไป? เก็บความหวusดีอันจอมปลอมพวกนี้กลับไปเถอะครับธราธร มันรกหูรกตา และที่สำคัญ... มันน่ารังเกียจเกินกว่าที่ฉันจะชายตามอง" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้เธอจะมีร่างระหงที่ดูบอบบางเมื่อเทียบกับชายหนุ่มตรงหน้า แต่รัศมีแห่งความเด็ดเดี่ยวและศักดิ์ศรีที่เธอแผ่ออกมากลับทำให้ธราธรต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ไม่เท่ากับความจริงที่ว่าเขาสูญเสียผู้หญิงคนนี้ไปตลอดกาลด้วยมือของตัวเอง ในอดีต ธราธรเคยคิดว่ารินรดาเป็นเพียงเงาจางๆ ในบ้าน เป็นผู้หญิงที่ไม่มีวันไปไหนได้พ้นไม่ว่าเขาจะปฏิบัติด้วยความเย็นชาเพียงใด เธอคือน้ำใสๆ ในแก้วที่เขาไม่เคยใส่ใจจะดื่ม จนกระทั่งวันที่แก้วใบนั้นแตกละเอียดและบาดลึกเข้าไปในมือของเขาเอง เขาถึงได้รู้ว่าน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตได้ระเหยหายไปจนหมดสิ้นแล้ว "ผมแค่อยากไถ่บาป... รินรดา ผมไม่อาจย้อนเวลากลับไปแก้ไขเรื่องโง่เง่าพวกนั้นได้ แต่ขอโอกาสให้ผมได้ดูแลคุณกับ..." ธราธรชะงักคำพูดไว้ทันที เกือบเผลอหลุดปากเรื่องลูกที่เขาเพิ่งค้นพบเบาะแสจากสมุดบันทึกเก่าๆ ของเธอ "กับใครหรือครับ?" รินรดาดักคอทันที ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ไหวระริกของเขา "ไม่มีใครทั้งนั้นครับธราธร มีแค่รินรดาคนเดิม เพิ่มเติมคือความเกลียดชังที่คุณเป็นคนปลูกฝังมันขึ้นมาเองกับมือ" เธอยกมือขึ้นปัดกล่องเบเกอรี่และช่อดอกไม้นั้นให้พ้นทางราวกับมันเป็นขยะชิ้นหนึ่ง ก่อนจะเดินเลี่ยงผ่านเขาไปอย่างไม่ลังเล ทิ้งให้ธราธรยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายความเย็นชาที่เธอทิ้งไว้เบื้องหลัง ความพยายามทั้งหมดของเขาราวกับการพยายามกอบทรายที่ไหลร่วงผ่านปลายนิ้ว ไม่มีทางที่จะกลับคืนมาเป็นรูปเป็นร่างได้อีก ธราธรทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานตัวที่เธอเพิ่งลุกขึ้น สายตาคมกวาดมองไปทั่วโต๊ะทำงานอย่างเลื่อนลอย ก่อนที่สายตาของเขาจะสะดุดเข้ากับสมุดปกหนังสีน้ำตาลเข้มเล่มหนึ่งที่ถูกสอดไว้ใต้กองหนังสือพิมพ์ สมุดบันทึกที่เขากล้าพนันด้วยชีวิตว่า มันซ่อนความลับที่เขาโหยหาและหวาดกลัวที่สุดเอาไว้ด้วยกัน มือหนาสั่นเทาเอื้อมไปหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมา ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้เปิดหน้าแรกออกอ่าน เสียงฝีเท้าก้าวฉับๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง "คุณรินรดาคะ... มีพัสดุด่วนส่งตรงถึงคุณค่ะ... เอ๊ะ!" เสียงของเลขาหน้าห้องขาดหายไป พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเล็กในชุดนักอนุบาลที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้องทำงานอย่างถือวิสาสะเพราะคิดว่าเป็นห้องมารดา "คุณแม่ขา! น้องนะโมหิวน้ำจังเลยค่ะ... ทำไมวันนี้คุณแม่รอนานจัง..." เด็กหญิงตัวน้อยวัยราวสามขวบหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบมาจากใครบางคนอย่างแม่นยำหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะ เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นสบตากับชายแปลกหน้าที่กำลังนั่งอึ้งค้างอยู่บนเก้าอี้ของมารดา ธราธรชะงักงัน ลลมหายใจของเขากระชากวูบ สมุดบันทึกในมือร่วงหล่นลงสู่พื้นพรม เสียงหัวใจของเขาเต้นดังสนั่นหวั่นไหวราวกับกลองศึกเมื่อได้สบเข้ากับดวงตาคู่นั้น—ดวงตาที่สะท้อนเงาของเขาเองอย่างไม่ผิดเพี้ยน ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวบนรอยร้าวของกระจกเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%