เศษเสี้ยวบนรอยร้าวของกระจกเงา•ตอนที่ 23

การเผชิญหน้าในที่สาธารณะ

ผลงานโดย บันทึกคนจร
เสียงปรบมือระลอกใหญ่ในห้องจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางเมืองดังขึ้นกลบเกลื่อนความตึงเครียดที่แผ่ซ่านอยู่เหนือโต๊ะวีไอพี งานการกุศลประจำปีของมูลนิธิเพื่อเด็กยากไร้ควรจะเป็นเวทีแห่งการสร้างภาพลักษณ์อันงดงามของบรรดาเซเลบและนักธุรกิจแถวหน้า ทว่าสำหรับรินรดาแล้ว ที่นี่คือสมรภูมิรบที่เธอเลือกจะสวมเกราะแห่งความเยือกเย็นก้าวเข้ามาด้วยสองขาของตัวเอง ในชุดราตรีเข้ารูปสีนิลตัดกับผิวขาวผ่องดั่งกระเบื้องเคลือบ รินรดายืนถือแก้วแชมเปญด้วยท่าทีสง่างาม รอยยิ้มบนเรียวปากของเธอบางเบาและไร้ซึ่งความรู้สึก ราวกับรูปปั้นสลักที่ปราศจากวิญญาณ ทว่ากลับทรงพลังพอที่จะดึงดูดสายตาของผู้คนรอบข้างให้เหลียวมอง "ไม่คิดเลยว่าคุณรินรดาจะมาร่วมงานในฐานะ... แขกคนสำคัญของท่านประธานมูลนิธิ" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเงาสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมา ธราธรยืนอยู่ตรงนั้น ร่างในสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีตขับให้เขาดูภูมิฐานและทรงอำนาจไม่เปลี่ยน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือแววตาคู่คมที่ฉายประกายความระaทมและความโหยหาอย่างปิดไม่มิดยามจ้องมองอดีตภรรยา รินรดาไม่แม้แต่จะหันไปมองในทันที เธอยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบน้อยๆ อย่างใจเย็น ก่อนจะหันกลับมาสบตาเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าจนน่ากลัว "โลกนี้มันแคบกว่าที่เราคิดนะครับ คุณธราธร หรือบางที... อาจจะเป็นเพราะคุณไม่เคยสังเกตสิ่งรอบตัวเลยต่างหาก ตอนที่เรายังอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน" คำพูดเรียบเรื่อยแต่มีดคมกรีดลึกถึงกระดูกดำ ทำให้กรามของชายหนุ่มขบเข้าหากันจนนูนเด่น ธราธรสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกนิด กลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกที่เขาเคยรังเกียจและละเลยในอดีต บัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นหอมที่เขากระหายอยากจะไขว่คว้ากลับคืนมามากที่สุด "ผมตามหาคุณมาตลอด ริน..." เสียงของเขาพร่าเลือนลงเล็กน้อย ยามที่กวาดสายตามองสำรวจใบหน้าเนียนละเอียดที่เคยเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว "คุณเปลี่ยนไปมาก... สวยขึ้น และก็... เย็นชากับผมยิ่งกว่าคนแปลกหน้าเสียอีก" "คนแปลกหน้ายังมีความเกรงใจต่อกันมากกว่าที่คุณทำกับฉันนะคะ... อ้อ ขอโทษที ฉันติดนิสัยพูดความจริงกับคนที่เคยคุ้น" รินรดาแย้มยิ้มหยัน ดวงตาสีนิลวับวาวด้วยความสะใจลึกๆ ที่ได้เห็นความพินาศทางจิตใจของอดีสามีผู้เคยเย่อหยิ่ง "คุณกำลังสูญเสียสมาธิในการบริหารบริษัทหรือเปล่าคะ ถึงได้มาเดินวนเวียนอยู่ใกล้ฉัน แทนที่จะไปดูแลคุณเมธินีที่กำลังยืนหน้าเสียอยู่ตรงมุมห้องโน้น" ธราธรชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินชื่อนั้น เขากวาดสายตาไปยังทิศทางที่อดีตภรรยาพยักเพยิด เมธินีในชุดราตรีสีแดงเพลิงกำลังยืนกำแก้วแน่น ใบหน้าที่เคยเชิดชูด้วยความมั่นใจบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความริษยาและหวาดระแวงยามที่มองมายังพวกเขา "เรื่องระหว่างผมกับเมธินีมันจบลงนานแล้ว ริน" ธราธรหันกลับมาหาเธอ น้ำเสียงจริงจังขึ้นจนเกือบจะเป็นการเว้าวอน "ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันเลวร้ายแค่ไหน ผมขอโทษ... ผมยอมรับผลกรรมทุกอย่าง แต่ได้โปรด ให้โอกาสผมได้ไถ่บาป ได้ไหมครับ?" รินรดาหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขโดยสิ้นเชิง มันคือเสียงสะท้อนของความเจ็บปวดนับร้อยนับพันวันที่ถูกเหยียบย่ำ เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาจนระยะห่างแทบไม่เหลือ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ทว่าหัวใจของทั้งคู่กลับมีอุณหภูมิต่างกันราวฟ้ากับเหว "การไถ่บาปเหรอคะ? ธราธร... คนอย่างคุณรู้จักคำนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน" รินรดากระซิบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและเฉียบคมดั่งใบมีดโกน "วันที่ฉันอุ้มท้องลูกของเราแล้วร้องขอความสนใจจากคุณ คุณอยู่ที่ไหน? วันที่ฉันแท้งลูกเพราะความเครียดและความเย็นชาของคุณ คุณจำได้ไหมว่าคุณพูดว่าอะไร?" คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางอกของธราธร ร่างสูงเซถอยหลังไปครึ่งก้าว ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดลงทันที ความผิดบาปที่เขาพยายามฝังกลบไว้ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าต่อตาในวินาทีที่เปราะบางที่สุด "ริน... ผม..." เขาพยายามจะเอ่ยแก้ตัว มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้ามือเรียวมาสัมผัสเพื่อขอความเห็นใจ "อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" รินรดาปัดมือเขาออกอย่างไม่ไยดี นัยน์ตาคู่สวยลุกโชนด้วยเพลิงแค้นที่ถูกจุดขึ้นมาใหม่อย่างสาสม "จำไว้เถอะค่ะ ธราธร... สิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ มันเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของความนรกอเวจีที่คุณเคยโยนฉันลงไปต่างหาก เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น อย่าเพิ่งรีบหมดแรงเสียก่อนล่ะ" ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างทั้งคู่กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเบาๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะใสราวกระดิ่งเงินก็ดังแทรกเข้ามาใกล้ "คุณแม่ครับ! คุณแม่ขา ดูนี่สิครับ น้องสิงห์วาดรูปตึกสูงให้คุณแม่ด้วยนะ!" เสียงเด็กชายวัยราวสี่ขวบดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กๆ ในชุดสูทเด็กตัวจิ๋วที่วิ่งเข้ามาซุกเข้าที่ชายกระโปรงของรินรดาอย่างคุ้นเคย เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มสดใส ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นถอดแบบพิมพ์มาจากใครบางคนราวกับแกะ ธราธรที่ก้มลงมองเด็กชายโดยสัญชาตญาณถึงกับหยุดหายใจ โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน ร่างกายของเขาแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อภาพของเด็กชายตรงหน้าซ้อนทับกับวัยเด็กของตนเองในกระจกเงาอย่างไม่ผิดเพี้ยน รินรดาย่อตัวลงลูบศีรษะเด็กชายด้วยความอ่อนโยน รอยยิ้มที่เธอมอบให้ลูกชายช่างอบอุ่นและงดงามเสียจนธราธรเจ็บปวดร้าวรานไปทั้งทรวงอก ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสามีที่กำลังยืนตัวสั่นเทาด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อสายตา "รู้จักเด็กคนนี้ไหมคะ... ธราธร" รินรดากล่าวด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน "ลูกชายคนเล็กของฉัน... เด็กที่คุณไม่มีวันได้มีโอกาสเรียกเขาว่าพ่อ" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ (บันทึกคนจร)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวบนรอยร้าวของกระจกเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%