เศษเสี้ยวบนรอยร้าวของกระจกเงา•ตอนที่ 10

จุดเปลี่ยนผ่าน

ผลงานโดย บันทึกคนจร
แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะกระจกใสสะท้อนเงาของธราธรในสภาพที่ยับเยินกว่าครั้งไหนๆ ความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูหราใจกลางย่านธุรกิจช่างน่าอึดอัด ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น สัญชาตญาณนักธุรกิจที่เคยนำพาเขาผ่านพ้นวิกฤตมานักต่อนัก บัดนี้กลับใช้งานไม่ได้เลยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับตัวเลขและชื่อบริษัทปริศนาที่เพิ่งกว้านซื้อหุ้นของเขาไปทีละน้อยอย่างเลือดเย็น "คุณธราธรครับ ทางผู้ถือหุ้นรายใหม่ส่งจดหมายเชิญประชุมด่วน..." เลขานุการหนุ่มเอ่ยเสียงสั่นด้วยความเกรงกลัวต่อบรรยากาศรอบตัวเจ้านาย ธราธรโบกมือไล่อย่างไม่ไยดี สายตาคมกริบยังคงจดจ้องอยู่กับเอกสารการโอนหุ้นที่ระบุชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่—ชื่อที่เขาคุ้นเคยจนน่าสะพรึงกลัว รินรดา อดีตภรรยาผู้เคยเงียบงันและยอมให้เขากลืนกินตัวตนไปทีละนิดตลอดหลายปีที่ผ่านมา บัดนี้เธอกลับกลายเป็นเงาดำทะมึนที่แผ่ขยายครอบ งำอาณาจักรที่เขาเพียรสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อ มันไม่ใช่ความบังเอิญ... และแน่นอนว่ามันไม่ใช่โชคช่วย ภาพของรินรดาในวันวานซ้อนทับขึ้นมาในหัว ผู้หญิงที่เคยนั่งพับเพียบรอลึกลงไปในความมืดมิดของบ้านหลังใหญ่ ผู้หญิงที่ยอมแม้กระทั่งกลืนน้ำตาตัวเองลงคอเมื่อเขาเอ่ยปากไล่ให้ไปหย่าอย่างไร้เยื่อใย ธราธรเคยคิดมาตลอดว่าเธอเป็นเพียงดอกไม้ริมทางที่ไร้พิษภัย เป็นแค่ส่วนเกินที่เขาจะเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ตามอำเภอใจ ทว่า ในวินาทีนี้ เขากลับตระหนักได้อย่างชัดเจนแล้วว่า เขานั่นแหละคือคนโง่เง่าที่เตะเพชรทิ้งแล้วคว้าก้อนกรวดเข้าบ้าน เมธินี หญิงสาวผู้ทะเยอทะยานและร้อนแรงที่เขาเลือกเข้ามาแทนที่ รินรดา บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงภาระและตัวถ่วงที่คอยแต่จะสูบกินทรัพยากรบริษัท ขณะที่รินรดาผู้ถูกเขี่ยทิ้งกำลังใช้มันสมองอันเฉียบคมและทุนรอนที่คาดไม่ถึง ค่อยๆ บีบคอเขาให้ขาดอากาศหายใจทีละน้อยจากเงามืด ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกโดยไม่รอรับอนุญาต เมธินีเดินเข้ามาด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด ส้นสูงราคาแพงกระทบพื้นหินอ่อนเสียงดังสนั่น ใบหน้าที่เคยสวยคมบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว มือเรียวบางโยนแท็บเล็ตเครื่องหรูลงบนโต๊ะทำงานของธราธรจนหน้าจอแทบแตก "คุณธราธรดูนี่สิคะ! ข่าวลือเรื่องบริษัทเรากำลังจะถูกเทคโอเวอร์มันว่อนไปหมดแล้ว พวกมันเป็นใครกัน ถึงกล้าดีมาฮุบหุ้นบริษัทเรา!" เมธินีโหล่ยโท่ยแผดเสียงโวยวาย โดยไม่สังเกตเห็นแววตาที่ว่างเปล่าและลึกล้ำของชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย "เงียบก่อน เมธินี" ธราธรเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า สายตายังคงไม่ละไปจากเอกสารในมือ "ทำไมฉันต้องเงียบ! คุณเป็นประธานนะ ทำไมถึงนั่งทำหน้าตาย like a loser แบบนี้ล่ะคะ จัดการพวกมันสิ ฟ้องมัน หรือทำอะไรสักอย่าง..." "เธอนั่นแหละที่ต้องหุบปาก!" ธราธรกระแทកเสียงลั่นจนเมธินีสะดุ้งถอยหลัง แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มจนบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือก เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จ้องมองผู้หญิงที่เคยทำให้เขายอมหักหลังภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา "เธอรู้ไหมว่าใครอยู่เบื้องหลังการเทคโอเวอร์ครั้งนี้?" เมธินีขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ "ใครคะ? คู่แข่งทางธุรกิจคนไหนอีก..." "รินรดา" ชื่อนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากของธราธรราวกับคำสาป ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง เมธินีอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อหู ก่อนที่เสียงหัวเราะเยาะจะหลุดออกมาจากลำคอของเธอ "รินรดาเนี่ยนะ? คุณบ้าไปแล้วเหรอธราธร ผู้หญิงเฉิ่มๆ คนนั้นเนี่ยนะจะมาเทคโอเวอร์บริษัทเรา? แค่เงินค่าขนมตอนหย่าฉันยังต้องเป็นคนอนุมัติให้เธอเลย เธอจะเอาปัญญาที่ไหนมาซื้อหุ้นมหาศาลขนาดนี้!" "นั่นแหละที่ฉันประมาทเธอ..." ธราธรกัดกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ เขาเพิ่งนึกย้อนไปถึงอดีต ช่วงเวลาที่รินรดามักจะนั่งอยู่มุมห้องพร้อมกับกองหนังสือเศรษฐกิจและการลงทุน ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่ากำลังอ่านฆ่าเวลา แท้จริงแล้วเธอกำลังศึกษาและมองเห็นภาพรวมของโลกธุรกิจที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าตัวเขาเสียอีก เธอยอมซ่อนเขี้ยวเล็บและคมมีดเอาไว้ใต้รอยยิ้มที่อ่อนโยน เพียงเพราะเธอเลือกที่จะให้เกียรติสามีผู้โง่เขลา แต่วันนี้ เมื่อความเคารพและเยื่อใยถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี รินรดาคนเดิมได้ตายไปแล้ว เหลือเพียงแต่นักล่าเลือดเย็นที่กลับมาทวงคืนทุกอย่างที่ควรจะเป็นของเธอ โทรศัพท์บนโต๊ะทำงานส่งเสียงแผดลั่นทำลายความเงียบ ธราธรเอื้อมมือไปกดรับด้วยความลังเล "สวัสดีครับ..." "จำเสียงฉันได้ไหมคะ คุณธราธร" น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเยือกเย็นและทรงพลังดังลอดออกมาจากปลายสาย ทำเอาธราธรถึงกับชะงัก ลมหายใจของเขาติดขัด ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้กับที่ เสียงนี้... เสียงที่เขาไม่ได้ยินมานานนับปี เสียงที่เขาเคยเมินเฉยและเหยียบย่ำให้จมดิน "ริน..." เขาหลุดปากเรียกชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา "ไม่ต้องตกใจไปหรอค่ะ ฉันแค่โทรมาทักทายในฐานะ 'ผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่' ของบริษัทคุณก็เท่านั้นเอง" ปลายสายหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่เต็มไปด้วยอำนาจการควบคุมที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด "หวังว่าเอกสารบนโต๊ะจะทำให้คุณนอนหลับฝันดีนะฃคะ... สามีเก่า" ติ๊ด! สายถูกตัด قطع ไปทันที ทิ้งให้ธราธรยืนนิ่งค้างอยู่กับความจริงอันโหดร้าย เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อีกครั้ง ความรู้สึกพ่ายแพ้ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่อก มือหนายกขึ้นกุมขมับเมื่อตระหนักได้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขากำลังเล่นเกมที่ไม่มีวันชนะกับปีศาจที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาเองกับมือ และทว่า... ในความหวาดกลัวและสำนึกผิดที่กำลังกัดกินวิญญาณนั้น ลึกๆ แล้วเขากลับรู้สึกถึงแรงดึงดูดประหลาดที่ดึงให้เขายิ่งอยากเข้าหาผู้หญิงคนเดิมคนนั้น—ผู้หญิงที่ทรงพลังและงดงามยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ทว่า ก่อนที่ธราธรจะได้ตั้งสติจากพิษสงของอดีตภรรยา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง ร่างของเลขานุการคนเดิมก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลอีกซองหนึ่งวางลงบนโต๊ะ "มี... มีคนฝากพัสดุนี้มาถึงคุณธราธรโดยตรงครับ ระบุว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด" ธราธรขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด เขาดึงเอกสารข้างในออกมาด้วยความรำคาญใจ แต่ทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับภาพถ่ายและข้อความบนกระดาษแผ่นแรก ลมหายใจของเขาก็แทบจะหยุดลงทันที ร่างกายชาวาบตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม ภาพถ่ายของเด็กชายวัยราวๆ สี่ขวบผู้มีดวงตากลมโตและเค้าโครงใบหน้าที่ถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับพิมพ์เดียวกัน กำลังยืนยิ้มร่าเริงอยู่เคียงข้างรินรดา และที่มุมขวาล่างของเอกสาร มีสำเนาผลตรวจ DNA ที่ระบุความเป็นพ่อลูกอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง พร้อมกับโน้ตสั้นๆ ด้วยลายมือที่คุ้นเคย *[ยินดีต้อนรับสู่เกมแก้แค้นอย่างเป็นทางการค่ะ คุณพ่อ...]* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวบนรอยร้าวของกระจกเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%