เศษเสี้ยวบนรอยร้าวของกระจกเงา•ตอนที่ 13

ความลับในที่ทำงาน

ผลงานโดย บันทึกคนจร
เสียงกระดาษ A4 เคลือบสันเกลียวที่ถูกพลิกผ่านปลายนิ้วสวมถุงมือยางสีขาวดัง *สวาท... สวาท* แผ่วเบา ทว่าในห้องประชุมชั้นสิบห้าของอาคารสำนักงานตรวจสอบบัญชีอิสระแห่งนี้ มันกลับมีอานุภาพดั่งเสียงฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน รินรดานั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะกระจกเงาบานใหญ่ แว่นกรอบบางสะท้อนแสงไฟนีออนสีขาวนวลจนดวงตาคู่นั้นดูราวกับไร้ก้นบึ้ง เธอไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมาเลยแม้แต่คำเดียวในเวลานี้ เพราะหลักฐานที่วางอยู่ตรงหน้า—เอกสารการโอนเงินออกนอกประเทศผ่านบริษัทบังหน้า (Shell Company) สัญชาติหมู่เกาะเคย์แมน ยอดเงินรวมกว่าแปดหลัก และลายเซ็นกำกับอันคุ้นตาของธราธร—ได้ทำหน้าที่พิพากษาทุกอย่างแทนเธอไปหมดแล้ว "คุณรินรดาครับ... ทางเราตรวจสอบเส้นทางการเงินย้อนหลังสามปีตามที่คุณระบุไว้พบความผิดปกติที่เข้าข่ายการฟอกเงิน และการตกแต่งบัญชีเลี่ยงภาษีอย่างชัดเจนครับ" เจ้าหน้าที่อาวุโสจากสำนักงานตรวจสอบกล่าวด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง เขากวาดสายตามองหญิงสาวผู้มีใบหน้าเรียบนิ่งดึงดูดสายตาอย่างทึ่งระคนหวาดหวั่น "เอกสารชุดนี้... จะถูกส่งถึงมือพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ภายในบ่ายวันนี้แน่นอนครับ" มุมปากของรินรดาขยับขึ้นน้อยมาก น้อยเสียจนแทบไม่เรียกว่ารอยยิ้ม มันเป็นเพียงการคลายกล้ามเนื้อที่อัดแน่นด้วยความแค้นมานานนับปี ความเจ็บปวดจากการถูกเหยียบย่ำ ถูกมองว่าเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในบ้านหลังใหญ่ ถูกขับไสไล่ส่งในวันที่เธอไร้ค่า บัดนี้มันถูกชำระสะงลด้วยหมึกพิมพ์สีดำบนกระดาษแผ่นเหล่านี้แล้ว "รบกวนด้วยนะคะ... อ้อ ขอโทษทีครับ ผมติดปาก" รินรดาชะงักไปนิดเมื่อเกือบเผลอใช้น้ำเสียงคุ้นชิน ก่อนจะเปลี่ยนกลับมาเป็นสุภาพสตรีผู้เยือกเย็นดังเดิม "รบกวนดำเนินการให้เด็ดขาดที่สุดด้วยครับ ผมต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างไม่มีข้อยกเว้น" "รับรองว่าทางเราจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ครับ" เจ้าหน้าที่พยักหน้ารับอย่างเคร่งขรึม ในเวลาเดียวกัน ห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตร ณ อาคารสำนักงานใหญ่ของธราธร กรุ๊ป บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวกลับตึงเครียดเสียยิ่งกว่าเส้นลวดที่ถูกดึงจนถึงขีดสุด ธราธรนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง ดวงตาคมกริบจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงกราฟยอดขายร่วงดิ่งลงเหวอย่างไม่เป็นทรง สภาพของเขาในยามนี้ดูโรยราลงไปถนัดตา ริ้วรอยรอบดวงตาและไรหนวดที่ไม่ได้โกนมาสองวันบ่งบอกถึงความเครียดสะสม หัวใจที่เคยเย่อหยิ่งและมั่นอกมั่นใจในอำนาจเงิน บัดนี้กลับถูกกัดกินด้วยความหวาดกลัวลึกๆ ที่เขาเองก็อธิบายไม่ถูก มันเป็นความรู้สึกเหมือนคนกำลังยืนอยู่บนแผ่นน้ำแข็งบางๆ กลางฤดูหนาว... ที่พร้อมจะแตกละเอียดได้ทุกเมื่อ "คุณธรคะ..." เสียงเคาะประตูเบาๆ พร้อมกับการก้าวเข้ามาของเมธินี ในชุดสูทเข้ารูปสีเบจที่เคยดูแพงและทรงอำนาจ บัดนี้เธอกลับดูหน้าซีดเผือด มือเรียวที่ถือแฟ้มเอกสารสั่นระริกจนกระดาษกระทบกันดังกรุ๊ปๆ "เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ... ฝ่ายบัญชีโทรมาแจ้งว่า บัญชีสำรองของบริษัทถูกอายัดโดยคำสั่งศาล และ... และมีเจ้าหน้าที่จาก DSI กำลังเดินทางมาที่นี่ค่ะ" ธราธรเงยหน้าขึ้นขวับ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ "เธอว่ายังไงนะ? อายัดบัญชีเหรอ? เป็นไปได้ยังไง! ฉันให้คนเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้วนี่!" "ฉันไม่รู้... ฉันไม่รู้จริงๆ ค่ะคุณธร" เมธินีน้ำตาคลอเบ้าด้วยความตื่นตระหนก ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น "พวกเขามีเอกสารเส้นทางการเงินทั้งหมด... มันเป็นข้อมูลภายในที่ลึกมาก คนนอกไม่มีทางเข้าถึงได้เลยนะคะ นอกจาก... นอกจาก..." เมธินีชะงักคำพูดไว้แค่นั้น แต่วิญญาณในร่างของธราธรแทบจะหลุดลอยเมื่อคำตอบนั้นพุ่งตรงเข้ามาในหัว *รินรดา!* มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าถึงห้องทำงานส่วนตัวของเขาในยخدกาลก่อน มีเพียงผู้หญิงคนนั้นที่เคยช่วยเขาตรวจทานเอกสารลับในยามดึกดื่น มีเพียงภรรยาผู้เงียบงันที่เขาเคยคิดว่าโง่เขลาเบาปัญญาคนนั้น ที่เก็บงำหลักฐานทุกลมหายใจของเขาเอาไว้เพื่อรอวันเอาคืน! "นังตัวดี..." ธราธรกัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันนูน ความโกรธแค้นพวยพุ่งขึ้นมาจนหน้าดำหน้าแดง เขาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนเก้าอี้กระแทกผนังดังสนั่น "เธอคิดจะทำลายฉันให้พังคามือจริงๆ สินะรินรดา!" ธราธรคว้าโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะขึ้นมากดเบอร์โทรหาอดีตภรรยาด้วยความรวดเร็ว เสียงสัญญาณรอสายดังขึ้นในใจกลางความเงียบงันที่บีบคั้น *ตู๊ด... ตู๊ด...* ยาวนานราวกับชั่วกัลปสาน ไม่มีทีท่าว่าปลายทางจะกดรับ แต่แล้ว... ในจังหวะที่เขาเตรียมจะกดโทรซ้ำด้วยความเดือดดาล เสียงผลักประตูกระจกห้องทำงานของเขาก็ถูกเปิดออกอย่างไร้มารยาท ธราธรหันขวับไปมองด้วยความโกรธ พร้อมจะระเบิดอารมณ์ใส่ใครก็ตามที่กล้าบุกรุกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต ทว่าคำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อร่างระหงของรินรดาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องทำงานหรูหราที่เขาภาคภูมิใจนักหนาด้วยแววตาสมเพชเวทนา ราวกับกำลังมองดูซากปรักหักพังของกองขยะ "ไม่ต้องพยายามโทรหาผมหรอครับ คุณธราธร..." รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เยือกเย็น และบาดลึกถึงกระดูกดำ เธอค่อยๆ ถอดถุงมือยางสีขาวออกทีละข้าง วางมันลงบนโต๊ะทำงานของเขาอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสามีด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ธราธรต้องผถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว "เพราะตอนนี้... เกมของคุณ... ได้จบลงอย่างเป็นทางการแล้วครับ" และในวินาทีที่ธราธรกำลังจะพุ่งเข้าไปกระชากแขนหญิงสาวด้วยความคลุ้มคลั่ง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการก้าวเข้ามาของชายหนุ่มในชุดสูทสีกรมท่าและบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่รัฐที่ชูขึ้นต่อหน้าเขา "คุณธราธรใช่ไหมครับ? ผมร้อยตำรวจเอกกรณ์... เชิญคุณไปให้ปากคำที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจเดี๋ยวนี้ครับ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวและหยาดน้ำตามาด้วยกันจนถึงบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวบนรอยร้าวของกระจกเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%