"ไง... เจ้าลูกชายตัวดี แกคิดจะหนีฉันไปถึงไหน?"
เสียงทุ้มต่ำที่ทรงอำนาจและแฝงความกดดันจนน่าอึดอัดดังขึ้นที่มุมหนึ่งของไซต์งานก่อสร้างชั่วคราว ร่างสูงโปร่งของกรณ์ชะงักกึก ปากกาเคมีในมือเกือบหล่นลงพื้น รอยยิ้มกวนประสาทที่มักจะประดับอยู่บนใบหน้าเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงกรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน
มีนซึ่งกำลังถือม้วนแบบแปลนสถาปัตยกรรมเดินเข้ามาใกล้เพื่อจะท้วงเรื่องระยะร่นของเสาเข็มพอดี เธอนิ่งงันไปเมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างของกรณ์เกร็งเครียด ชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี๊ยบกริบยืนกอดอกอยู่ตรงนั้น สายตาคมกริบมองมาที่ลูกชายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ นั่นคือคุณกรวีร์ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังผู้ทรงอิทธิพล และเป็นเจ้าของบริษัทที่กรณ์พยายามหนีห่างมาตลอดชีวิต
บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดฮวบลงทันที ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านโครงสร้างเหล็กดิบๆ ของอาคารชุมชน
"ผมไม่ได้หนีครับ คุณพ่อ" กรณ์หันกลับไปเผชิญหน้า น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งและเย็นชาอย่างที่วิศวกรสาวไม่เคยเห็นมาก่อน "ผมแค่มาทำในสิ่งที่พ่อบอกว่ามันไร้สาระ... งานออกแบบที่ไม่ได้ทำเงินมหาศาล แต่มันทำให้คนแถวนี้มีหัวนอนปลายเท้า"
"แกมันก็ยังดื้อด้านเหมือนเดิม!" คุณกรวีร์ก้าวเข้ามาประชิด สายตาตวัดมองแบบแปลนบนโต๊ะทำงานชั่วคราวด้วยความดูแคลน "เอาเวลาเอาความรู้ที่เรียนจบสถาปัตย์เกียรตินิยมจากเมืองนอกมานั่งหลังขดหลังแข็งกับชาวบ้านตาสีตาสาเนี่ยนะ? กลับกรุงเทพฯ กับฉันซะ กรณิศ บริษัทกำลังรอให้ผู้บริหารใหม่อย่างแกไปเซ็นชื่อ ไม่ใช่มานั่งกางเต็นท์ตากแดดตากลมอยู่ชายทะเลบ้านนอกแบบนี้"
มีนยืนถือแบบแปลนแน่น หัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ เธอเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของกรณ์ที่ตอนนี้ไร้ซึ่งความกวนประสาท มีเพียงความอึดอัดและความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่เบื้องลึก เธอนึกถึงคำพูดถากถางที่เขาเคยยิงใส่เธอเรื่องภาระทางบ้าน ถึงตาเธอจริงๆ ถึงได้รู้ว่าผู้ชายปากร้ายคนนี้แบกรับอะไรไว้บนบ่าบ้าง
"ผมขอเวลาตรงนี้ให้เสร็จก่อนครับ" กรณ์ตอบเสียงกร้าวแต่ยังคงความสุภาพตามสัญชาตญาณ "โครงการนี้ชาวบ้านเขาฝากความหวังไว้ ผมทิ้งกลางคันไม่ได้หรอกครับ"
"ถ้าแกไม่กลับไปพร้อมฉันวันนี้..." คุณกรวีร์เว้นจังหวะ สายตาคมกวาดมองไปรอบไซต์งานด้วยความเยียบเย็น "เงินสนับสนุนโครงการทั้งหมด รวมถึงงบจัดซื้อวัสดุของชาวบ้านกลุ่มนี้... ฉันจะสั่งระงับทั้งหมดภายในห้านาที"
คำพูดนั้นราวกับค้อนยักษ์ที่ทุบลงกลางใจคนฟัง มีนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นี่มันรังแกกันเกินไปแล้ว! เงินก้อนนั้นหมายถึงความฝันและหยาดเหงื่อของชาวบ้านทั้งหมู่บ้านนะ
ก่อนที่เธอจะได้ก้าวออกไปโต้เถียงแทนกรณ์ ร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มก็ขยับตัวเสียก่อน กรณ์สูดหายใจเข้าลึก หลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่าง เมื่อเขาลืมตาขึ้น รอยยิ้มมุมปากที่ดูฝืนเต็มทีถูกปั้นขึ้นมาอีกครั้ง แต่มันช่างดูน่าเวทนาในสายตาของมีน
"พ่อใจเย็นก่อนสครับ..." กรณ์ผ่อนลมหายใจ "งบของพ่อ... ผมคืนให้หมดเลยก็ได้ แต่ขอเวลาผมแค่สามวัน สามวันเท่านั้น ให้ผมเคลียร์แบบตรงนี้ให้มันสมบูรณ์ที่สุด แล้วผมจะยอมแบกหน้ากลับกรุงเทพฯ ไปนั่งเซ็นเอกสารในห้องแอร์ตามที่พ่อต้องการ แลกกับเงื่อนไขนี้... พ่อปล่อยชาวบ้านเขาไปเถอะครับ"
คุณกรวีร์จ้องหน้าลูกชายนิ่งนานหลายวินาที ก่อนจะแค่น “หึ” ออกมาสั้นๆ "แกมีเวลาถึงมะรืนนี้ตอนเที่ยง ถ้ายังไม่เห็นหัวแกที่บริษัท เตรียมตัวรับผลที่ตามมาได้เลย"
พูดจบ นักธุรกิจใหญ่ก็สะบัดหน้าเดินขึ้นรถหรูที่จอดรออยู่ 0ออกไปทันที ทิ้งไว้เพียงฝุ่นตลบและบรรยากาศที่หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก
มีนยืนนิ่งค้าง เธออยากจะเอ่ยปากปลอบใจ แต่คำพูดร้อยแปดก็จุกอยู่ที่ลำคอ เธอไม่เคยเห็นกรณ์ในมุมนี้ มุมที่ไร้ทางสู้ มุมที่ต้องก้มหัวให้ผู้มีอำนาจเพื่อปกป้องคนอื่น
กรณ์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติก มือหนายกขึ้นเสยผมลวกๆ ก่อนจะใช้สองมือปิดหน้า ท่าทางของเขาดูเหนื่อยล้าจนน่าใจหาย ไหล่กว้างที่เคยผึ่งผายลู่ลงเล็กน้อย ความเงียบงันระหว่างเขากับเธอดำเนินไปเนิ่นนาน จนกระทั่งมีนตัดสินใจวางม้วนแบบแปลนลงบนโต๊ะเบาๆ
"นี่..." มีนส่งเสียงทักเบาๆ เป็นครั้งแรกที่น้ำเสียงของเธอไม่มีร่องรอยของการประชดประชันหรือการจับผิด "นาย... ไหวไหมวะ?"
กรณ์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมคู่นั้นแดงก่ำเล็กน้อย แต่เขาก็ยังฝืนยُمมุมปาก ส่งสายตากวนๆ กลับมาให้ตามนิสัยเดิม "เป็นห่วงผมเหรอครับคุณวิศวกร? โอ้โห... น้ำตาจะไหล นึกว่าจะสะใจซะอีกที่เห็นผมโดนพ่อด่า"
"ใครเป็นห่วงนายยะ!" มีนรีบเสียงสูงกลบเกลื่อนความรู้สึกวูบวาบในอก "ฉันแค่กลัวว่างานฉันจะพังเพราะสถาปนิกจิตตกต่างหากเล่า! ไหนบอกว่าเก่งนักไม่ใช่เหรอ ทำไมยอมให้พ่อกดดันอยู่เรื่อย"
กรณ์ถอนหายใจยาว ดวงตาทอดมองออกไปยังผืนทะเลไกลโพ้น แววตาคู่นั้นไม่ได้กวนประสาทอีกต่อไป มันเต็มไปด้วยความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ลึกซึ้ง "บางครั้ง... การเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลใหญ่ มันไม่ได้เลือกเกิดได้หรอกนะมีน นายคิดว่าผมอยากเป็นสถาปนิกไส้แห้งที่ต้องมานั่งเถียงกับผู้รับเหมาปากจัดอย่างนายเหรอ? ผมแค่อยากออกแบบบ้านที่คนธรรมดาอยู่แล้วมีความสุขก็แค่นั้นเอง"
ประโยคนั้นของกรณ์ทำเอาวิศวกรสาวถึงกับพูดไม่ออก หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำผิดจังหวะ เธอมองลึกลงไปในแววตาของเขา และพบความจริงใจที่ร1อวันได้รับการเข้าใจ
"แล้ว..." มีนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ไอ้แบบบ้านชุมชนที่นายแก้เมื่อวาน... นายทำมันเพราะอะไร?"
กรณ์หันมามองเธอ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีไว้แจกใคร... รอยยิ้มที่จริงใจและอบอุ่นที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นจากผู้ชายคนนี้
"ผมทำเพราะอยากให้ยายชูใจ แกมีทางลาดรถเข็นที่ปลอดภัยเวลาหลานแกพาไปโรงพยาบาล" กรณ์ตอบเสียงนุ่ม "และอยากให้บ้านทุกหลังในโครงการนี้ มันทนทานพอที่จะไม่พังลงมาเวลาลมมรสุมเข้า... แบบที่พ่อผมไม่เคยสนใจ เพราะในหัวเขามีแต่ตัวเลขกำไร"
มีนรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างมาจุกอยู่ที่คอ ความรู้สึกอคติที่เคยมีต่อสถาปนิกมาดกวนคนนี้พังทลายลงในพริบตา ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ทำตัวไร้สาระไปวันๆ เขาแค่กำลังต่อสู้เพื่อความฝันเล็กๆ ในแบบของเขาเอง
"งั้น..." มีนสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ตั้งสติปัดเป่าความอ่อนไหวออกไป แล้วเชิดหน้าขึ้นตามฟอร์มวิศวกรสายเป๊ะ "ในเมื่อนายเหลือเวลาแค่สองวัน เรามาลุยเรื่องแบบแปลนและโครงสร้างให้มันจบวันนี้เลยดีกว่า ฉันไม่อนุญาตให้นายยอมแพ้เด็ดขาด... ไอ้คุณสถาปนิก"
กรณ์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวเราะเบาๆ จะหลุดออกมาจากลำคอ แววตาของเขากลับมามีประกายระยิบระยับอีกครั้ง "พูดแบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย... ว่าแต่คืนนี้เราต้องโต้รุ่งกันยาวๆ นะครับ คุณวิศวกร จะไหวเหรอ?"
"ไหวสิยะ! นายนั่นแหละเตรียมตัวโดนฉันจิกหัวใช้ให้คุ้มค่าจ้างได้เลย"
ทั้งสองคนเริ่มก้มหน้าก้มตาทำงานร่วมกันอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความขัดแย้ง ความกดดัน และความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในใจของคนทั้งคู่ ทำให้ค่ำคืนนี้มีความหมายมากกว่าการทำงานทั่วๆ ไป
ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังงละเลงหมึกแก้แบบแปลนแผ่นสุดท้ายอย่างตั้งใจ เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือของมีนก็ดังขึ้นเบาๆ บนโต๊ะ
*Rrrr*
มีนเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ แสงไฟสว่างวาบขึ้นเผยให้เห็นชื่อของผู้ส่งที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ...
**[ แจ้งเตือน: สายด่วนจากสำนักงานใหญ่ - คุณกรวีร์ ]**
*"มินตรา... ฉันรู้ว่าเธอกำลังช่วยลูกชายฉันอยู่ ถ้ารู้รักตัวกลัวตาย พรุ่งนี้เช้าเอาเอกสารสละสิทธิ์ของกรณ์มาให้ฉันที่โรงแรม..."*
มีนหน้าซีดเผือด เธอยังไม่ทันได้กดอ่านข้อความเต็มๆ กรณ์ก็เอื้อมมือมาคว้ามือถือของเธอไว้เสียก่อน ดวงตาคมกริบมองข้อความนั้นนิ่งสนิท บรรยากาศรอบตัวกลับมาคุกรุ่นและตึงเครียดขึ้นอีกครั้งในเสี้ยววินาที
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ เติบโตของคนทั้งคู่นะครับ
สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับวิศวกรสาวสายเป๊ะ•ตอนที่ 6
รอยยิ้มที่ไม่ได้มีไว้แจกใคร
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับวิศวกรสาวสายเป๊ะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!