สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับวิศวกรสาวสายเป๊ะ•ตอนที่ 7

แผนกู้ภัยหน้างานจำเป็น

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"ถ้าท่อเส้นนี้ยังรั่วซึมอีกหยดเดียว ผมจะถือวิสาสะเอาแบบแปลนของคุณไปพับเป็นเรือกระดาษลอยลงคลองหลังไซต์งานแล้วนะคุณวิศวกร" น้ำเสียงกวนประสาทของกรณิศดังแทรกเสียงน้ำพุ่งพรวดพราดท่ามกลางความชุลมุนของชั้นใต้ดินอาคารพาณิชย์ ท่ามกลางความตึงเครียดของหน้างานที่กำหนดส่งมอบในอีกไม่กี่วันข้างหน้า สถานการณ์เฉพาะหน้ากลับกลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อม เมื่อท่อประปาหลักเกิดแตกทะลักพ่นน้ำสีขุ่นคลั่กออกมารดพื้นคอนกรีตจนเจิ่งนอง มินตราในชุดเซฟตี้สีส้มสะท้อนแสงกำลังยืนกุมขมับด้วยความหัวเสีย มือเรียวถือกระดาษแบบแปลนที่ตอนนี้เปียกชุ่มจนแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียวกับเยื่อกระดาษ "คุณกรณ์! นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นมุกนะคะ หน้างานกำลังวิกฤต วาล์วตัวหลักมันปิดไม่ได้สนิท ยางอ้อมันเสื่อมสภาพตั้งแต่ล็อตที่คุณเลือกใช้ลดสเปกแล้ว!" มินตราหันมาแหวใส่ เสียงหวานตวาดลั่นแข่งกับเสียงน้ำที่ยังคงไหลทะลักไม่หยุด ใบหน้าเรียวสวยเปื้อนหยดเหงื่อและคราบฝุ่นก่อสร้างจนดูมอมแมม แต่แววตากลับฉายความเอาจริงเอาจังชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร กรณ์ยักไหล่ภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ เขากวาดสายตาปราดเดียวด้วยสัญชาตญาณของสถาปนิกผู้ผ่านสมรภูมิหน้างานมาโชกโชน ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียด "โอเคๆ ยอมรับก็ได้ว่าผมตาถ่อเลือกของผิดล็อต แต่ตอนนี้ถ้าเราไม่ช่วยกันอุดรอยรั่วนี้ อาคารนี้ได้กลายเป็นสระว่ายน้ำในร่มสมใจคุณแน่ครับคุณมีน" พูดจบ สถาปนิกหนุ่มมาดกวนก็ไม่รอให้วิศวกรสาวได้ต่อว่าต่อขาน เขาถอดนาฬิกาข้อมือราคาแพงออกโยนไว้บนลังไม้ข้างๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออกสองเม็ด แล้วพุ่งตัวเข้าไปประชิดจุดที่ท่อแตกทันที น้ำเย็นจัดพุ่งเข้าใส่ลำตัวและใบหน้าของเขาเต็มแรงจนเสื้อผ้าเปียกโชก แนบไปกับสัดส่วนแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อสมชายชาตรีอย่างเลี่ยงไม่ได้ "เฮ้ย คุณกรณ์ จะทำอะไรน่ะ!" มินตราบีบมือเข้าหากันด้วยความตกใจ เผลออุทานเสียงดังลั่นเพราะไม่คิดว่าเขาจะทุ่มทุนลุยน้ำเสียขนาดนี้ "ถอดใจสิครับ ถามได้!" กรณ์หันมาส่งยิ้มทะเล้นทั้งที่น้ำยังหยดติ๋งจากปลายผมหยักศกที่ตอนนี้ลู่แนบหน้าผาก "ส่งประแจเลื่อนกับเทปพันเกลียวมารingสิครับคนสวย มัวแต่ยืนเป็นนางงามมิตรภาพเดี๋ยวได้ว่ายน้ำกลับบ้านกันพอดี" มินตระพึงได้สติ รีบก้มหยิบเครื่องมือส่งให้เขาด้วยความรวดเร็ว แม้ปากจะยังบ่นอุบอิบแต่สายตากลับแอบมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ภายใต้ท่าทางกวนประสาทและไม่เอาถ่านในสายตาเธอมาตลอด กรณ์ในยามที่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากลับมีความเด็ดขาด คล่องแคล่ว และพึ่งพาได้อย่างน่าประหลาด แผ่นหลังกว้างที่กำลังเกร็งตัวสู้แรงดันน้ำสะท้อนความรับผิดชอบที่ซ่อนอยู่ลึกๆ "แน่นะ?" มินตราถามเสียงเบาโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นเขานั่งคุกเข่าลงไปจมอยู่ในน้ำที่นองพื้นจนกางเกงยีนส์เปียกชุ่มไปหมด "ระดับผมแล้ว ไม่มีคำว่าไม่รอดครับ" กรณ์หันมาขยิบตาให้ทีหนึ่ง ก่อนจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายขันเกลียวท่อแน่นสนิท เสียงน้ำที่เคยพุ่งพล่านค่อยๆ ลดระดับลงจนกลายเป็นเสียงหยดติ๋งเบาๆ ในที่สุด ภารกิจกู้ภัยหน้างานเฉพาะกิจลุล่วง ท่ามกลางความโล่งอกของคนงานที่ยืนล้อมรอบปรบมือเฮลั่น แต่สภาพของกรณ์ในตอนนี้เรียกได้ว่าเละเทะไม่ต่างจากลูกหมาตกน้ำ ใบหน้าคมคายมีคราบโคลนเปื้อนเป็นปื้น เสื้อเชิ้ตสีอ่อนชุ่มโชกแนบเนื้อจนเห็นรatรูปร่างชัดเจน เขาลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล ก่อนจะเสยผมที่เปียกปอนไปด้านหลังแล้วหันมามองมีนที่ยืนอึ้งอยู่ "แฮ่ม... สภาพดูไม่ได้เลยนะสถาปนิก" มินตราพยายามกลั้นยิ้มสุดชีวิต แต่สุดท้ายก็หลุดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น ยามเห็นใบหน้าเลอะเทอะของคนตรงข้าม "หัวเราะอะไรครับคุณวิศวกร นี่คือศิลปะแนว 'Modern Mud' ต่างหาก ดีไซน์ใหม่ล่าสุดที่เพิ่งคิดค้นเมื่อกี้เลยนะ" กรณ์ทำหน้าทะเล้นใส่ เดินเข้าไปใกล้มีนทีละก้าวโดยไม่ทันระวังว่าพื้นตรงนั้นยังลื่นอยู่ "อุ๊ย!" เพราะความรีบและพื้นคอนกรีตที่เปียกชื้น ทำให้มีนเสียหลักก้าวถอยหลังสะดุดเข้ากับเศษอิฐบล็อก ร่างบางหงายหลังลงไปโดยอัตโนมัติ กรณ์ที่ไวกว่าพุ่งเข้ามาคว้าเอวบางเอาไว้ตามสัญชาตญาณ แรงเหวี่ยงทำให้ทั้งคู่เสียหลักล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นน้ำที่เจิ่งนองด้วยกันทั้งคู่ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนงานที่ค่อยๆ เงียบลงเมื่อเห็นเจ้านายทั้งสองคนล้มลงไปคลุกฝุ่นด้วยกัน มีนเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อพบว่าใบหน้าของเธออยู่ห่างจากกรณ์เพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดรินอยู่บริเวณข้างแก้ม กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นเหงื่อและฝุ่นจางๆ ให้ความรู้สึกแปลกประหลาดที่หัวใจ กรณ์เองก็ชะงักไปเช่นกัน ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่ตอนนี้มีคราบเลอะเปื้อนไม่ต่างจากเขา ริมฝีปากบางเฉียบที่ปกติชอบเอ่ยคำกวนประสาท ตอนนี้กลับเผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างคนทำอะไรไม่ถูก หัวใจในอกเต้นรัวผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยจากการซ่อมท่อ แต่มันเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ดวงตากลมโตคู่นั้นมองสบตาเขาพอดิบพอดี "เอ่อ..." มินตรากระซิบเสียงแผ่ว ใบหน้าขาวเนียนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหู "ลุก... ลุกได้แล้วมั้งคุณกรณ์ ตัวคุณหนักเป็นช้างเลยนะ" "อ่า... ครับ ขอโทษที" กรณ์กระแอมเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า เขาใช้มือค้ำยันพื้นเพื่อจะพยุงตัวลุกขึ้น แต่สายตากลับไม่ยอมละไปจากใบหน้าของหญิงสาวเลยแม้แต่วินาทีเดียว ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มกวนๆ เริ่มก่อตัวชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนควบคุมยาก ครั้นเมื่อทั้งคู่แยกย้ายกันไปล้างเนื้อล้างตัวและเปลี่ยนชุดเพื่อกลับมาเคลียร์งานที่ห้องประชุมชั่วคราว ความเงียบสงบในยามเย็นก็เข้ามาแทนที่ความวุ่นวาย มีนก้มหน้าก้มตาตรวจเอกสารในแท็บเล็ต พยายามทำเป็นไม่สนใจร่างสูงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แม้ในใจจะยังมีภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ฉายซ้ำไปซ้ำมาเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันสนทนากลุ่มดังขึ้นเบาๆ มีนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ปรากฏว่าเป็นข้อความจากกรณ์ที่ส่งเข้ามาส่วนตัว *[กรณ์]: "เสื้อผ้าเปียกหมดแบบนี้... คุณต้องรับผิดชอบพาผมไปเลี้ยงข้าวต้มร้อนๆ สักมื้อแล้วล่ะครับวิศวกรสายเป๊ะ"* มินตราเม้มปากกลั้นยิ้ม เธอพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความหมั่นไส้ *[มีน]: "ฝันไปเถอะค่ะ คุณทำตัวเองแท้ๆ จัดการตัวเองไปเลยนะคุณสถาปนิก"* ผ่านไปสามวินาที... สถานะในแชต์เปลี่ยนเป็น 'กำลังพิมพ์...' ก่อนที่ข้อความยาวเหยียดจะเด้งขึ้นมาบนหน้าจอของมีน ทำให้วิศวกรสาวถึงกับชะงักค้าง มือเรียวที่ถือโทรศัพท์สั่นน้อยๆ เมื่ออ่านประโยคที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า—ข้อความที่ทำให้เธอรู้ทันทีว่า... หัวใจของเธอกำลังจะพังทลายลงในไม่กี่วินาทีนี้ *[กรณ์]: "ความจริง... ที่ผมยอมลุยน้ำขนาดนั้น ไม่ใช่เพราะกลัวแบบแปลนคุณพังหรอกนะมีน แต่เพราะผมทนเห็นคนปากแข็งแถวนี้ร้องไห้ไม่ออกต่างหาก... และอีกอย่าง... ผมจีบคุณอยู่นะครับ ไม่รู้ตัวเลยหรือไง?"* —-------------------------------------------------- ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและอมยิ้มไปกับความอลวนนี้เสมอนะครับ - สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับวิศวกรสาวสายเป๊ะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%