สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับวิศวกรสาวสายเป๊ะ•ตอนที่ 15

ทริปตรวจโรงงานผลิตวัสดุ

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
เสียงเปิดประตูรถกระบะยกสูงดังขึ้น พร้อมกับร่างบางของวิศวกรสาวในชุดเซฟตี้กางเกงยีนส์ขายาวและเสื้อเชيرแขนยาวพับ The sleeves ที่ก้าวลงมากระแทកฝ่าเท้าลงกับพื้นดินลูกรังด้วยแรงอารมณ์ที่ยังค้างคาจากกรุงเทพฯ "คุณกรณ์คะ! บอกฉันหน่อยเถอะว่านี่คือแผนการแก้เผ็ดอะไรของคุณอีก รถกระบะบริษัทมีตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องเอาคันที่แอร์มีปัญหามาขับออกต่างจังหวัดสองร้อยกว่ากิโลเมตรด้วย!" มีนสะบัดหน้าหันมาเอาเรื่อง สองมือเท้าสะเอวแน่น ดวงตากลมโตภายใต้หมวกนิรภัยสีขาวมองค้อนสถาปนิกหนุ่มมาดกวนที่กำลังยืดเส้นยืดสายอยู่ข้างตัวรถอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน กรณ์ป้องปากหาวหวอดหนึ่งที ก่อนจะหยิบแว่นกันแดดทรงวินเทจขึ้นมาสวมทับใบหน้าคมคาย รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นตามความเคยชินที่มักจะทำให้หัวใจของคนมองกระตุกวูบโดยไม่รู้ตัว "ผมไม่ได้ตั้งใจจะแกล้งคุณสักหน่อยครับคุณมินตรา... รถคันนี้คือตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางมาดูไลน์ผลิตกระเบื้องเซรามิกและโครงสร้างเหล็กในโซนอุตสาหกรรมเก่าแก่ต่างจังหวัด เพราะช่วงล่างมันลุยได้ทุกหลุมบ่อ... ส่วนเรื่องแอร์น่ะ ผมมองว่ามันเป็นการฝึกความอดทนทางจิตวิทยาให้กับวิศวกรควบคุมงานนะ จะได้รู้ว่าเวลาหน้างานเจอสถานการณ์เดือดๆ เราจะรับมือยังไง" "หน้างานเดือดๆ ฉันเจอมาหมดแล้วค่ะ แต่ที่กำลังจะเดือดตอนนี้คือหัวฉันนี่แหละ!" มีนเดินเข้ามาประชิดตัวเขาด้วยความหงุดหงิด ปลายจواกโด่งรั้นเชิดขึ้นอย่างเอาเรื่อง "แล้วไหนล่ะครับ ประโยคที่ว่า *'เพราะนั่นไม่ใช่ผม... และไม่ใช่พีทอย่างแน่นอนครับ!'* จากข้อความเมื่อคืนที่คุณพิมพ์ส่งมาแล้วกดลบไปน่ะ หมายความว่ายังไง กรณิศ?" บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ เสียงลมพัดผ่านทุ่งหญ้ารกข้างทางพาเอาความเงียบเข้ามาแทรกกลางระหว่างคนทั้งคู่ กรณ์ที่เมื่อครู่ยังทำท่าทางกวนประสาท ชะงักกึก รอยยิ้มมุมปากเลือนหายไปชั่วพริบตา แววตาคมคายใต้เลนส์แว่นกันแดดไหววับอย่างปิดไม่มิด เขาถอดแว่นกันแดดออกช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาคู่จริงที่มักจะซ่อนความรู้สึกไว้หลังบทสนทนาดึงเกมเสมอ "คุณนี่นะ... ตาไวเป็นสัปเหร่อเลยนะครับ" กรณ์หัวเราะในลำคอเบาๆ พยายามกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมา "เรื่องแค่นี้ก็จำเอามาทวง" "ก็มันคาใจนี่คะ!" มีนเสียงแข็งขึ้นแต่จังหวะหัวใจกลับเต้นผิดเพี้ยนไปเสียดื้อๆ เมื่อเขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นไอแดดและฝุ่นละอองบางเบา ลอยเข้ามาแตะจมูก "คุณกำลังจะบอกอะไรฉันกันแน่ หรือว่าจริงๆ แล้ว... รูปถ่ายในกลุ่มไลน์ตอนตีสองคืนก่อน ที่มีคนเห็นผู้ชายยืนอยู่หน้าไซต์งานของฉัน... คือคุณจริงๆ" กรณ์เงียบไป เขามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววคาดคั้นแต่ก็แฝงความหวั่นไหวไว้อย่างชัดเจน ปมในใจเรื่องครอบครัวที่อยากให้เขาสืบทอดบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ กับอิสระในฐานะสถาปนิกฟรีแลนซ์ที่เขาโหยหา ทำให้เขาไม่เคยกล้าชัดเจนกับความรู้สึกที่มีต่อวิศวกรสาวคนนี้สักที มีนคือความถูกต้อง คือมาตรฐานที่เขามักจะแซวเพื่อหลบซ่อนความรู้สึกที่แท้จริง แต่ในคืนนั้น... เขาแค่อยากไปดูเธอให้แน่ใจว่าเธอกลับบ้านปลอดภัยหรือยัง หลังจากที่เธอนั่งเคลียร์แบบโครงสร้างดึกดื่นคนเดียว "ถ้าใช่... แล้วมันจะทำไมล่ะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา ไร้ซึ่งความกวนประสาทเช่นเคย มีความจริงจังบางอย่างซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึมนั้น "ถ้าคืนนั้นคนๆ นั้นคือผม ที่ยืนมองคุณทำงานอยู่ห่างๆ เพราะเป็นห่วงว่าคุณจะหักโหมเกินไป... คุณจะว่ายังไงล่ะครับ" มีนชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก สมองที่เคยประมวลผลเรื่องโครงสร้างเหล็กและค่ารับน้ำหนักได้อย่างแม่นยำ กลับรวนเรจนคิดคำพูดโต้ตอบไม่ออก ใบงาสวยเห่อร้อนขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธอเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคมคายที่มองมาอย่างลึกซึ้งเกินกว่าจะรับไหว "คุณ... คุณพูดจาแปลกๆ อีกแล้วนะ กรณ์" เธอพยายามทำเสียงให้แข็งเข้าไว้ แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อฟ้องชัดเจนว่าเธอแพ้ทางเขาเข้าให้อีกแล้ว "ผมไม่ได้แปลกครับ ผมแค่พูดความจริง" กรณ์ยิ้มบางๆ ออกมาอีกครั้ง ความอบอุ่นแผ่ซ่านออกมาจากแววตาคู่นั้นจนน่ากลัว "เอาล่ะครับ เลิกคุยเรื่องไร้สาระแล้วไปทำงานกันดีกว่า โรงงานผลิตวัสดุรอเราอยู่... ป่ะครับคุณวิศวกรสายเป๊ะ เดี๋ยวถ้าไปสาย เดี๋ยวเขาจะหาว่าสถาปนิกพาแวะเที่ยวซะก่อน" การเดินทางภายในโรงงานผลิตวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่เป็นไปอย่างราบรื่น ท่ามกลางกลิ่นอายของดินเผา ความร้อนระอุจากเตาเผากระเบื้องเซรามิก และเสียงเครื่องจักรกลหนักที่ทำงานประสานกันอย่างเป็นระบบ มีนสวมบทบาทเป็นวิศวกรสาวผู้เคร่งครัดในระเบียบ เธอเดินตรวจเช็กค่า Water Absorption ของกระเบื้องแต่ละแบทช์อย่างละเอียดถี่ถ้วน นิ้วเรียวเคาะลงบนแผ่นกระเบื้องเพื่อเช็กเสียงสะท้อนว่ามีความหนาแน่นพอตามมาตรฐานหรือไม่ ขณะที่กรณ์ยืนกอดอกพิงเสาเหล็กโครงสร้างโรงงาน สายตาไม่ได้มองไปที่กระเบื้องเซรามิกตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย เขากลับมองท่าทางการทำงานที่จริงจังและทุ่มเทของคนข้างกาย รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าอย่างไม่รู้ตัว—ผู้หญิงอะไร เวลาดุเวลาบ่นก็น่ารำคาญดีอยู่หรอก แต่พอเวลาตั้งใจทำงานแบบนี้... ทำไมถึงมีเสน่ห์จนละสายตาไม่ได้เลยนะ "คุณกรณ์คะ! นี่ค่ะ ดูนี่หน่อยสิ" มีนหันมาเรียกพร้อมกับยื่นแผ่นตัวอย่างกระเบื้องเคลือบสีพิเศษให้เขาดู "ล็อตนี้มีปัญหาเรื่องการกระจายตัวของสีเคลือบผิวหน้า เกรงว่าจะไม่ผ่านมาตรฐานทนการขีดข่วนที่คุณบรีฟไว้กับลูกค้า ถ้าเอาไปปูพื้นโซน Outdoor มีหวังลอกเป็นแผ่นแน่ๆ... คุณคิดว่าไงคะ?" กรณ์ก้าวเข้าไปใกล้จนไหล่แทบจะชิดกัน เขาก้มลงมองแผ่นกระเบื้องในมือเธอ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเจ้าของคำถาม ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้เสียจนมีนต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ผมว่า..." กรณ์กระซิบเสียงแผ่วเบา ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ "กระเบื้องล็อตนี้จะมีปัญหาหรือเปล่าผมไม่รู้... แต่ที่รู้ๆ ตอนนี้ หัวใจของสถาปนิกคนนี้กำลังมีปัญหาใหญ่เลยล่ะครับ" "ห๊ะ? คุณพูดเรื่องอะไรเนี่ย!" มีนผงะถอยหลังด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีจนต้องแกล้งทำเป็นก้มหน้ามองกระเบื้องในมือแก้เก้อ "อย่ามาหยอดมุกเลี่ยนๆ แถวนี้นะคะ งานคือานค่ะคุณกรณิศ!" "ไม่ได้หยอดสักหน่อยครับ ผมพูดความจริงจากใจจริงเลยต่างหาก" กรณ์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแผ่นกระเบื้องออกจากมือเธอ แล้ววางมันลงบนโต๊ะทำงานตัวเดิม "เสร็จธุระตรงนี้แล้วใช่ไหมครับ งั้นเราไปหาอะไรทานกันดีกว่า แถวนี้มีร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อยที่คุณน่าจะชอบ... ถือเป็นการไถ่โทษเรื่องแอร์รถพังด้วย ดีไหมครับ?" มีนเม้มปากแน่น พยายามซ่อนรอยยิ้มที่กำลังจะระเบิดออกมาจากมุมปาก เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยตามฟอร์ม แล้วเดินนำหน้าเขาไปยังลานจอดรถ "ก็ได้ค่ะ! แต่บอกไว้ก่อนนะว่าถ้าขากลับรถเกิดเสียกลางทางอีก ฉันจะให้คุณเดินกลับกรุงเทพฯ คนเดียวแน่ๆ!" "ครับๆ ยอมจำนนแต่โดยดีเลยครับคุณมินตรา" กรณ์เดินตามหลังเธอไปพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นที่ทิ้งค้างไว้ในบรรยากาศยามบ่าย ทว่า... ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวขึ้นรถกระบะเพื่อเดินทางไปยังร้านอาหาร เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของกรณ์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน กรณ์ขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูหน้าจอ ปลายสายคือ "พีท" เพื่อนสนิทและสถาปนิกคู่หูที่รับหน้าที่ดูแลไซต์งานที่กรุงเทพฯ ในวันนี้ "ว่าไงวะพีท โทรมามีอะไร หรือว่าแบบแปลนมีปัญหาอะไรอีก" กรณ์กรอกเสียงลงไปอย่างไม่รีบร้อน (กรณ์! มึงรีบเปิดดูหน้าเพจสถาปัตยกรรมและกลุ่มข่าววงในด่วนเลยตอนนี้!) เสียงของพีทที่ลอดผ่านมาทางโทรศัพท์ปลายสายไม่ได้มีความสบายใจเลยแม้แต่น้อย น้ำเสียงร้อนรนจนกรณ์ต้องชะงัก (มีคนปล่อยภาพหลุดมึงกับคุณมีนยืนอยู่หน้าไซต์งานเมื่อคืนตอนตีสองลงในกลุ่มสาธารณะ พร้อมกับหัวข้อข่าวเม้าท์มอยว่า... *'สถาปนิกหนุ่มมาดกวนแอบย่องหาศัตรูหัวใจกลางดึก หวังเคลมวิศวกรสาวสายเป๊ะคาไซต์งาน'*... ตอนนี้แชร์กันไปสามร้อยกว่าแชร์แล้วโว้ย!) กรณ์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา แววตาคมคายฉายแววเคร่งเครียดขึ้นมาทันที มีนที่ยืนอยู่ข้างๆ สังเกตเห็นความผิดปกติ สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกทันที "เกิดอะไรขึ้นเหรอคะกรณ์ ทำไมหน้าคุณเครียดแบบนั้น?" กรณ์ไม่ได้ตอบคำถามทันที เขาวางสายจากเพื่อนสนิท ช้าๆ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับวิศวกรสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนและคาดเดาไม่ได้ ...ปมปัญหาที่เคยคิดว่าซ่อนไว้พ้นสายตา กลับถูกกระชากออกมากลางแสงแดดในเวลาที่ไม่คาดคิดที่สุด --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่เดินทางเคียงข้างความรู้สึกอุ่นๆ นี้มาด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับวิศวกรสาวสายเป๊ะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%