สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับวิศวกรสาวสายเป๊ะ•ตอนที่ 16

ห้องพักที่มีเตียงเดียว (เกือบไปแล้ว)

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"คุณจะบอกผมว่า โรงแรมระดับสี่ดาวที่จองผ่านแอปพลิเคชันชื่อดังยอดฮิต เกิดระบบล่มจนห้อง Deluxe King Bed ที่เราจ่ายเงินไปแล้ว... เหลือห้องสุดท้ายประเภท Standard ที่มีเตียงเดี่ยวขนาดห้าฟุตแคบๆ เพียงห้องเดียว อย่างนั้นเหรอครับพนักงาน?" เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังเล็ดลอดริมฝีปากของกรณ์ สถาปนิกหนุ่มมาดกวนที่ตอนนี้กำลังยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์โรงแรมในต่างจังหวัดด้วยท่าทางกวนประสาทเป็นเอกลักษณ์ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตา,เลิกคิ้วมองพนักงานต้อนรับหนุ่มที่กำลังเหงื่อตกซิกด้วยความเห็นอกเห็นใจแต่ช่วยอะไรไม่ได้ ด้านหลังของเขา... มินตรา วิศวกรสาวสายเป๊ะผู้ยึดมั่นในระเบียบแบบแผนและความถูกต้องทุกตารางนิ้ว กำลังยืนกุมขมับ หน้าตาบึ้งตึงจนแทบจะเอาไม้บรรทัดมาวัดองศาความโกรธได้อยู่แล้ว "กรณิศ! คุณเป็นคนอาสาจัดการเรื่องที่พักเองนะ ทำไมถึงปล่อยให้เกิดความผิดพลาดระดับหายนะแบบนี้ขึ้นได้ล่ะคะ... เอ้ย, ได้เล่า!" มีนเผลอเสียงดังใส่ด้วยความหัวเสียจนเกือบหลุดคำไม่เป็นทางการออกมา แต่ก็ยังดึงสติกลับมาทันในประโยคหลัง "เดี๋ยวนะครับคุณวิศวกรคนเก่ง" กรณ์หันกลับมามองพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทเสียจนน่าหยิก "ระบบแอปเขาล่มทั่วประเทศ เป็นเหตุสุดวิสัยที่อยู่นอกเหนือ 'สเปก' การควบคุมของผมนะครับ อย่าเพิ่งโยก ญ.โยกความผิดให้ผมสิครับ" "แต่นี่มันหน้างานจริงนะคุณกร! เราต้องตรวจไซต์งานก่อสร้างรีสอร์ตแต่เช้าตรู่พรุ่งนี้ แล้วดูสภาพสิ... ห้องเตียงเดี่ยวห้องเดียวเนี่ยนะ ให้วิศวกรกับสถาปนิกมานอนเบียดกัน มันใช่เรื่องเหรอ!" มีนโวยวายเบาๆ แต่หน้าตาแดงก่ำด้วยความกระอักกระอ่วนใจ เมื่อกวาดสายตาไปมองเตียงขนาดห้าฟุตในภาพจำลองบนหน้าจอแท็บเล็ตของโรงแรม พนักงานต้อนรับรีบแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ต้องกราบขออภัยจริงๆ ครับคุณลูกค้า พอดีช่วงนี้เป็นเทศกาลงานประเพณีประจำจังหวัด โรงแรมรอบรัศมีสิบกิโลเมตรเต็มหมดทุกแห่งแล้วครับ ทางเรายินดีคืนเงินส่วนต่างให้... แต่เรื่องห้องพัก เสริมเตียงไม่ได้จริงๆ ครับเนื่องจากพื้นที่ห้องจำกัด" เงียบ... บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกกดปุ่มหยุดชั่วขณะ กรณ์หันไปมองหน้ามีนที่กำลังกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ อย่างใช้ความคิด สายตาของหญิงสาวฉายแววลังเลและหวาดระแวงอย่างเห็นได้ชัด ความใกล้ชิดระหว่างเขากับเธอมักจะมีประกายไฟแปลกๆ จุดติดขึ้นมาเสมอ ยิ่งเวลาอยู่ลำพังสองต่อสอง ยิ่งอันตรายต่อหัวใจที่พยายามสร้างกำแพงเหล็กกล้าของเธอไว้ "เอาล่ะครับ" กรณ์เป็นฝ่ายยอมถอยหนึ่งก้าว น้ำเสียงของเขานุ่มนวลขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ไม่เหลือคราบความกวนประสาทเมื่อครู่ "ถ้าคุณมีนไม่สบายใจ เดี๋ยวผมลงมานอนโซฟาที่ล็อบบี้ก็ได้ครับ หรือไม่ก็หาเก้าอี้พับแถวนี้..." "ไม่ต้องค่ะ!" มีนโพล่งขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องคิด ดวงตากลมโตตวัดมองเขาด้วยความหงุดหงิดปนหมั่นไส้ "คุณคิดว่าโซฟาแข็งๆ บรรยากาศล็อบบี้เปลี่ยวๆ แบบนี้ จะทำให้คุณตื่นมาหน้าตาหล่อเหลาพร้อมคุมงานก่อสร้างหรือไงคะ? เดี๋ยวตื่นมาหน้าตาเหี่ยวเฉา ลูกค้าก็มาโทษว่าวิศวกรกับสถาปนิกทีมเราไม่มีความเป็นมืออาชีพอีก" "อ้าว... เป็นห่วงผมเหรอครับเนี่ย" กรณ์ยิ้มกริ่ม แววตาพราวระยับจนมีนต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่เกือบหลุดออกมา "ใครเป็นห่วงคุณ อย่าหลงตัวเองน่า! แค่ไม่อยากให้งานเสียต่างหากล่ะคะ" เธอสะบัดหน้าหนี "ตกลงตามนี้... แยกเตียง... เอ้ย! แชร์ห้อง แต่ห้ามล้ำเส้นเด็ดขาดนะ!" ... บรรยากาศภายในห้องพัก Standard โทนสีอบอุ่นขนาดกะทัดรัด ยิ่งทำให้ห้องดูแคบลงไปถนัดตาเมื่อมีคนตัวสูงสองคนเข้ามาอยู่ร่วมกัน กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำAromatherapy ช่วยให้ผ่อนคลาย แต่หัวใจของทั้งคู่กลับเต้นไม่เป็นจังหวะเอาเสียเลย มีนเดินตรงดิ่งเข้าไปในห้องน้ำ จัดการอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดนอนผ้าฝ้ายเรียบร้อยมิดชิด เธอใช้เวลาอยู่ในนั้นนานเป็นพิเศษราวกับต้องการหลบเลี่ยงสถานการณ์ชวนอึดอัดข้างนอก แต่สุดท้ายก็ต้องเดินออกมาเผชิญความจริง กรณ์ในชุดเสื้อยืดสีเทาอ่อนกับกางเกงขายาวสบายๆ กำลังยืนเช็ดผมหมาดๆ อยู่ปลายเตียง ร่างสูงโปร่งตามแบบฉบับสถาปนิกที่ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ทำให้ภาพตรงหน้าดูมีเสน่ห์อย่างร้ายกาจโดยไม่ต้องพยายาม "ผมยกฝั่งซ้ายให้คุณมีนนะครับ ส่วนผมจะนอนชิดริมหน้าต่างฝั่งโน้น" กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย พางวางผ้าขนหนูลดลงบนพนักเก้าอี้ มีนพยักหน้ารับเบาๆ "ค่ะ... ขอบคุณค่ะ" เธอปีนขึ้นไปนอนบนเตียงฝั่งซ้ายอย่างระมัดระวัง ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงอก จัดแจงวางหมอนกั้นตรงกลางระหว่างเขากับเธอราวกับกำลังสร้างแนวพรมแดนกั้นเขตแดนประเทศ กรณ์เหลือบมองแนวหมอนกั้นแล้วหัวเราะในลำคอเบาๆ "ถึงกับต้องกั้นเขตแดนเลยเหรอครับคุณมีน กลัวผมข้ามฝั่งไปปล้นความรู้เรื่องคำนวณโครงสร้างหรือยังไง" "กลัวคุณละเมอมาแย่งผ้าห่มต่างหากล่ะคะ นอนไปเลยนะ ปิดไฟด้วยค่ะ ง่วงแล้ว!" มีนรีบหลับตาปี๋ พยายามข่มใจให้สงบ แต่ประสาทสัมผัสกลับตื่นตัวยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินเสียงสவிッチไฟถูกกดลง ความมืดโรยตัวปกคลุมทั่วห้อง มีเพียงแสงไฟสลัวจากด้านนอกที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา เสียงขยับตัวเบาๆ บนเตียงฟูกยวบลงตามน้ำหนักตัวของชายหนุ่ม... ความเงียบเข้าปกคลุม แต่เป็นความเงียบที่ดังระเบิดระเบิดในอก กลิ่นสบู่หอมอ่อนๆ จากตัวของกรณ์ลอยมาแตะจมูกทุกครั้งที่เขาสูดลมหายใจเข้า มีนลืมตาขึ้นในความมืด หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนข้างๆ จะได้ยิน "คุณมีน..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาท่ามกลางความมืด ฟังดูใกล้จนน่าใจหาย "อะไรคะ..." เธอกลั้นใจตอบ เสียงสั่นนิดๆ "เปล่าครับ..." กรณ์นิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนแปลกหู "แค่คิดว่า... ถ้าคืนนี้เกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาจริงๆ แนวหมอนกั้นของคุณคงช่วยอะไรไม่ได้หรอกนะ" "คนบ้า!" มีนค้อนขวิดใส่ความมืด พร้อมกับหัวใจที่เต้นรัวแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่ระอุอุ่นอยู่ข้างกาย ทำให้รู้ซึ้งทันทีว่า... คืนนี้คงเป็นคืนที่ยาวนานที่สุดในชีวิตของเธอเสียแล้ว และในจังหวะที่ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มสอดประสานเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางความเงียบงันและบรรยากาศที่ชวนให้เผลอไผล... *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนข้อความจากสมาร์ทโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงดังขึ้นทำลายความเงียบ กรณ์เอื้อมมือไปหยิบด้วยความรำคาญใจเล็กน้อย แต่พอหน้าจอเรืองแสงขึ้นและปรากฏชื่อผู้ส่ง... ร่างสูงก็ชะงักกึกทันที ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ข้อความบนหน้าจอจากใครบางคนในอดีตที่เขาพยายามลืม... พิมพ์เข้ามาสั้นๆ แต่ทำลายความสงบทั้งหมดลงในพริบตา *[กรณ์... พี่กลับมาเมืองไทยแล้วนะ เรา... กลับมาเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม]* มีนที่นอนตะแคงหันมามองเห็นพาดหัวข้อความนั้นเต็มสองตา ลมหายใจของเธอสะดุดกึกในลำคอทันที ความอบอุ่นเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเย็นเฉียบที่เกาะกุมหัวใจ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาจนถึงตอนนี้ด้วยความอบอุ่นหัวใจเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับวิศวกรสาวสายเป๊ะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%