“คุณจะแกล้งตายไปจนถึงคอนโดเลยไหมครับ?”
เสียงทุ้มต่ำของกรณ์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโดยสารของรถสปอร์ตคันหรู เขาปรายตามองคนข้างกายที่แสร้งหลับตาพริ้มมาตลอดครึ่งชั่วโมง แม้ลมหายใจที่สม่ำเสมอเกินจริงจะบอกชัดว่าเจ้าตัวตื่นเต็มตา แต่เปลือกตาที่สั่นระริกนั้นปิดสนิทราวกับกลัวว่าหากลืมตาขึ้นมาเผชิญหน้ากัน ความลับที่ซ่อนอยู่ในหัวใจจะถูกกระชากออกมาประจาน
มินตราเม้มปากแน่น เธอได้ยินข้อความนั้นชัดเจน... ข้อความที่เด้งขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ของเขาเมื่อครู่ ‘พรุ่งนี้เจอกันที่ไซท์นะครับคุณกรณ์ คิดถึงนะครับ’ ใครบางคนที่ไม่ใช่เธอ และน้ำเสียงราบเรียบของกรณ์ในตอนนี้ มันต่างจากความอบอุ่นที่เขาเคยใช้กับเธออย่างสิ้นเชิง
“ถ้าคุณยังไม่ตื่น ผมคงต้องขับวนไปที่อื่นแทนคอนโดคุณแล้วล่ะ เพราะดูท่าคุณคงอยากไปที่ที่มีพระอาทิตย์ตกสวยๆ มากกว่ากลับไปนอนโง่ๆ ที่ห้อง” กรณ์พูดพลางหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าเส้นทางเลียบชายฝั่งที่แสงสีส้มทองกำลังอาบไล้ผืนน้ำจนกลายเป็นสีอำพัน
มินตราลืมตาโพลงขึ้นทันที ดวงตากลมโตฉายแวววูบไหว “นี่! จะพาไปไหน เลี้ยวกลับเดี๋ยวนี้เลยนะ ฉันเหนื่อย!”
“เหนื่อยจริงหรือแค่หนีความจริงครับ มีน?” กรณ์หันมาสบตาเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับไปจดจ่อที่ถนน มุมปากของเขาหยักยิ้มกวนประสาทตามสไตล์ แต่นัยน์ตากลับดูหม่นแสงลงอย่างประหลาด “คนเราน่ะ ถ้าไม่อยากรับรู้อะไร ก็มักจะเลือกปิดตา หรือไม่ก็แกล้งหลับไปตลอดกาลแบบที่คุณทำ”
“ฉันไม่เข้าใจที่คุณพูด” มินตราเสมองออกไปนอกหน้าต่าง พยายามคุมน้ำเสียงให้เรียบเฉยที่สุด ทั้งที่ในอกมันสั่นรัวราวกับมีคนเอาค้อนมาทุบ “และฉันก็ไม่คิดจะเข้าใจด้วย คุณมีธุระอะไรก็ไปจัดการเถอะ อย่ามาเสียเวลากับวิศวกรสายเป๊ะที่ไม่มีอะไรน่าสนใจแบบฉันเลย”
กรณ์เบรกกะทันหันจนตัวรถหยุดสนิทข้างทางที่ไร้ผู้คน แสงสุดท้ายของวันสาดส่องเข้ามาในรถ ทำให้อีกฝ่ายดูเหมือนเงาที่เลือนรางในสายตาเธอ เขาปลดเข็มขัดนิรภัยออกแล้วหันมาเผชิญหน้ากับเธอเต็มตัว กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นอายของชายหนุ่มที่เธอมักจะเผลอใจเต้นแรงใส่ตลอดเวลา ทำให้มินตราขยับหนีไปชิดขอบประตู
“ไม่มีอะไรน่าสนใจ?” กรณ์ทวนคำ เสียงของเขาทุ้มต่ำและสั่นพร่าเล็กน้อย “คุณเป็นคนเดียวที่ทำให้สถาปนิกที่ใช้ชีวิตตามอารมณ์แบบผม ต้องมานั่งเครียดเรื่องสเปกงานงี่เง่าเพียงเพราะอยากเห็นหน้าคุณนานขึ้นอีกสักนาที... คุณว่าแบบนี้มันเรียกว่าไม่มีอะไรน่าสนใจจริงๆ เหรอครับ?”
มินตราหยุดหายใจ ความโกรธเคืองที่สะสมมาจากการเห็นข้อความนั้นเริ่มสั่นคลอน “แล้วข้อความนั่นล่ะ... ‘คิดถึงนะครับ’ ของใคร?”
คำถามที่หลุดออกมาเหมือนเขื่อนแตก ทำให้กรณ์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ มันเป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูสมเพชตัวเองเหลือเกิน
“คุณเห็นมันแล้วสินะ” เขาถอนหายใจยาว “มันเป็นเรื่องของเมื่อก่อน... เรื่องที่ผมพยายามจะจบมันให้ได้ภายในคืนนี้”
“จบด้วยการแอบไปหากันน่ะเหรอคะ... อ๊ะ” มินตราพลั้งปากพูดคำที่ห้ามไว้ไม่ทัน เธอเผลอใช้คำลงท้ายที่ดูประชดประชัน
กรณ์โน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้น ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปะทะกับแก้มนวล มินตราทำอะไรไม่ถูก มือไม้สั่นเทาจนต้องกำกระโปรงไว้แน่น เธอไม่กล้าแม้แต่จะมองตาเขา เพราะกลัวว่าความเปราะบางของตัวเองจะไหลออกมาให้เขาเห็น
“ผมไม่ได้อยากไปหาใครทั้งนั้น” กรณ์กระซิบเสียงพร่า “ผมอยากอยู่กับคนที่ชอบบ่นเรื่องโครงสร้างตึก แต่สายตากลับมองมาที่ผมด้วยความห่วงใยต่างหาก... มินตรา ผมอาจจะเป็นคนกวนประสาท และคุณก็เป็นผู้หญิงที่ชอบทำตัวเป๊ะจนน่าหมั่นไส้ แต่คุณรู้อะไรไหม?”
เขาทิ้งช่วงจังหวะ ปล่อยให้เสียงคลื่นกระทบฝั่งเป็นฉากหลังของความเงียบที่กดดัน “ผมลบโปรเจกต์งานที่สำคัญที่สุดในชีวิตทิ้งได้ เพื่อที่จะกลับมาต่อปากต่อคำกับคุณที่ไซท์ก่อสร้างเดิมๆ นั่นอีกครั้ง”
มินตราเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก นี่คือคำสารภาพหรือแค่การหยอดตามสไตล์คนกวนประสาทกันแน่ เธอไม่กล้าเสี่ยง เธอไม่อยากเป็นตัวเลือกของใคร “หยุดพูดเถอะค่ะ ฉันไม่อยากฟัง...”
“ฟังผมหน่อยมีน...” กรณ์เอื้อมมือมาแตะหลังมือของเธอที่วางอยู่บนตัก สัมผัสอุ่นจากเขาทำให้มินตราสะดุ้งสุดตัว “ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณเข้าใจผิด ผมแค่อยากจะบอกว่าสิ่งที่ผมเป็น... ที่ผมพยายามทำทุกอย่างเพื่อคุณ... มันไม่ใช่แค่เกม...”
เขายังพูดไม่ทันจบ เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง มันเป็นเสียงริงโทนเฉพาะตัวที่ฟังดูแหลมสูงและบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของมินตรา กรณ์ชะงักไป สายตาเขามองไปที่หน้าจอโทรศัพท์สลับกับดวงตาที่เริ่มมีน้ำเอ่อคลอของเธอ
หน้าจอโชว์ชื่อ ‘แม่’ พร้อมข้อความสั้นๆ ที่เด้งขึ้นมาว่า ‘พรุ่งนี้งานหมั้นที่บ้านห้ามขาดเด็ดขาดนะกรณ์’
บรรยากาศในรถเปลี่ยนจากความอบอุ่นโรแมนติก กลายเป็นความหนาวเหน็บขึ้นมาในฉับพลัน กรณ์มองหน้ามินตราด้วยความตื่นตระหนก ส่วนมินตรา... เธอนิ่งไปแล้ว ราวกับรูปปั้นที่แตกสลาย
เธอค่อยๆ ดึงมือออกจากมือของเขา แล้วยิ้มออกมาบางๆ เป็นยิ้มที่ดูเจ็บปวดที่สุดเท่าที่กรณ์เคยเห็น
“งานหมั้นเหรอคะ?” มินตราเอ่ยถามเบาหวิว “งั้นที่พูดมาทั้งหมด... คงเป็นแค่มุกตลกส่งท้ายก่อนจะไปเข้าพิธีจริงๆ สินะครับ คุณกรณ์”
สิ้นคำพูดนั้น มินตราก็รีบเปิดประตูรถออกไปทันที ท่ามกลางเสียงเรียกตามหลังของกรณ์ที่ดังลั่นไปทั่วชายหาด แต่ทว่าทันใดนั้นเอง... ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเข้มที่ยืนรออยู่ไม่ไกลจากรถของกรณ์ก็ก้าวเข้ามาขวางหน้ามินตราเอาไว้
“คุณมินตราใช่ไหมครับ?” ชายแปลกหน้าคนนั้นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คุณกรณ์มีเรื่องต้องเคลียร์กับผม... ในฐานะที่ผมเป็นคู่หมั้นตัวจริงของคนที่คุณพยายามจะแย่งมา”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของตัวละครในบทนี้นะครับ หวังว่าจะยังอยู่รออ่านตอนต่อไปนะครับ
สายลมแผ่วเบา
สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับวิศวกรสาวสายเป๊ะ•ตอนที่ 17
วิวพระอาทิตย์ตกกับคำสารภาพครึ่งๆ กลางๆ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับวิศวกรสาวสายเป๊ะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!