สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับวิศวกรสาวสายเป๊ะ•ตอนที่ 13

เสียงเพลงในออฟฟิศร้าง

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"คุณ... กำลังเล่นตลกอะไรอยู่ครับกรณ์" ความเงียบมรณะเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที ในเมื่อความลับที่ผมพยายามปกปิดมาตลอด... กำลังจะพังทลายลงต่อหน้าเธอในวินาทีนี้ แฟ้มเอกสารโครงการบลูปรินต์สีฟ้าหม่นถูกเปิดคาไว้ที่หน้าสเกตช์ลายเส้นมือ ซึ่งไม่ใช่แปลนโครงสร้างตึกระฟ้าตามมาตรฐานวิศวกรรม แต่เป็นภาพพอร์ตร่ายเงาของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนเท้าสะเอว ขมวดคิ้วยุ่งเหยิงอยู่บนหมวกนิรภัยสีขาว และใช่ครับ... ลายเส้นกวนๆ แบบนี้ มีไอ้กรณ์คนเดียวในไซ侶งานนี้ที่กล้าซורกวาดมันลงในสมุดบันทึกคำนวณโครงสร้าง มีนยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหิน ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองทั้งภาพสเกตช์และตัวผมสลับกันไปมา บรรยากาศรอบตัวอึมครึมจนผมเกือบจะได้ยินเสียงเกียร์ในสมองของเธอหมุนติ้วด้วยความเร็วสูงเพื่อประมวลผลสถานการณ์ "เอ่อ..." ผมกระแอมเบาๆ ในลำคอ พยายามงัดเอาความกวนประสาทร้อยแปดพันเก้ามากลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก "คือว่า... ถ้าผมจะบอกว่านั่นคือภาพวาดสถาปัตยกรรมแนวเซอร์реаลลิสม์ที่ได้แรงบันดาลใจจากความเครียดของวิศวกรสาว คุณมีนจะเชื่อไหมครับ?" "เซอร์реаลลิสม์เหรอคะ... อ้ะ!" มีนเผลออุทานออกมาเบาๆ เมื่อรู้ตัวว่าเกือบหลุดสำนวนคุ้นเคย แต่เธอก็รีบดึงหน้ากลับมาโหมดเคร่งขรึมทันที นิ้วเรียวสวยกดปิดแฟ้มฉับเสียงดังสนั่นจนฝุ่นเกือบตลบ "คุณกรณ์! นี่มันเวลางานนะคะ แล้วไอ้ภาพเมื่อกี้... มันหมายความว่ายังไง ทำไมคุณถึงมานั่งวาดรูปฉันเล่นในเวลางาน แถมยังซ่อนไว้ในเอกสารคำนวณคานรับน้ำหนักเนี่ยนะ!" "ก็มันคิดถึง... เอ้ย! หมายถึง มันได้อารมณ์ศิลป์ดีครับ" ผมรีบแก้ตัวแทบไม่ทัน เกือบหลุดปากคำต้องห้ามไปเสียแล้วสิ ให้ตายเถอะ รอยยิ้มมุมปากของเธอยามโกรธนี่มันมีอิทธิพลต่อหัวใจสถาปัตยกรรมของผมเสียจริง แม้ปากจะบ่นอุบอิบว่าผมไร้สาระ แต่พวงแก้มใสๆ นั่นกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดในความสลัวของห้องทำงานที่ไฟเพดานยังไม่ถูกเปิด ผมถอนหายใจยาว พลางหยิบกีตาร์โปร่งยามาฮ่าตัวเก่าที่พิงไว้กับมุมโต๊ะทำงานขึ้นมาถือไว้ มันเป็นเพื่อนคู่ใจในยามที่สมองตันและต้องการพื้นที่ส่วนตัว แต่ในสถานการณ์นี้... มันอาจจะเป็นเครื่องมือไถ่โทษที่ดีที่สุด สายตาของมีนเปลี่ยนเป็นระแวงทันทีเมื่อเห็นผมดีดนิ้วลองเสียงสายกีตาร์ "คุณจะทำอะไรอีกเนี่ยกรณ์ ดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้ ออฟฟิศร้างจะถล่มอยู่แล้ว ยังมีอารมณ์มาเล่นดนตรีอีกเหรอ?" "ฟังก่อนน่าคุณวิศวกรสายเป๊ะ..." ผมอมยิ้มบางๆ ปรับน้ำให้อบอุ่นขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย "เพลงนี้ผมแต่งให้คุณโดยเฉพาะเลยนะ... อะแฮ่ม" นิ้วเรียวของสถาปนิกหนุ่มเริ่มเกา chords เพลงช้าจังหวะกวนๆ แต่เนื้อหากลับซ่อนความจริงจังไว้เกินครึ่ง เสียงทุ้มต่ำเอื้อนเอ่ยบทเพลงที่ผมเพิ่งแต่งสดๆ ร้อนๆ เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา *(บรรเลงกีตาร์ประกอบจังหวะฟังสบาย)* ♪ *เธอคือน้ำฝนที่โปรยปรายลงบนแปลนงาน...* ♪ *ทำให้คานเหล็กแข็งๆ ของฉันมันเริ่มละลาย...* ♪ *ชอบทำเป็นดุ ชอบทำเป็นถือไม้บรรทัดมาวัดใจ...* ♪ *รู้ไหมครับว่าหัวใจคนคุมไซต์... มันสั่นไปหมดแล้วคนดี...* "ฮั่นแน่... แซยิดมีนผู้ไม่เคยยอมใคร จะยิ้มก็ยิ้มออกมาเถอะครับ หน้าตาคุณตอนนี้เหมือนพยายามกลั้นขำจนเส้นเลือดในขมับจะปูดอยู่แล้วนะ" ผมแอบหยอกล้อม2ประโยคระหว่างท่อนฮุก *ปึก!* แฟ้มเอกสารหนาปึ้กเล่มเดิมถูกปาเข้าใส่หน้าอกผมอย่างจัง ไม่ได้เจ็บหรอกครับ แต่มันจั๊กจี้หัวใจชะมัด "ใครยิ้มกันคะ! คุณนี่มัน... เหลืออดจริงๆ เลย!" มีนร้องแว้ضเสียงหลง พยายามซ่อนรอยยิ้มกว้างที่หลุดออกมาจนแก้มปริ ใบหน้าหวานงอง้ำพยายามทำเป็นดุ แต่ดวงตาระยิบระยับคู่นั้นฟ้องชัดเจนว่าเธอ "แพ้ทาง" ลูกไม้นี้เข้าอย่างจัง ผมหัวเราะร่อ วางกีตาร์ลงพิงกับโซฟา แล้วก้าวเข้าไปใกล้เธออีกนิด ระยะห่างระหว่างเราในออฟฟิศร้างที่เงียบสงบในยามวิกาลนี้ มันแคบเสียจนผมได้ยินเสียงลมหายใจของเธอ "ยอมรับมาเถอะครับว่าเพลงผมเพราะ" ผมกระซิบเสียงนุ่ม ทอดสายตามองเธออย่างตรงไปตรงมา "ถึงผมจะกวนประสาท และไม่ค่อยทำตามกฎระเบียบยิบย่อยที่คุณตั้งไว้... แต่เรื่องความจริงจังที่มีต่อคุณเนี่ย ผมไม่เคยแพ้ใครเลยนะ" มีนชะงักงัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเจอสายตาคมกริบที่ซ่อนความรู้สึกทั้งหมดไว้ไม่ไหวอีกต่อไป ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดเหมือนก่อนหน้านี้... มันเป็นความเงียบที่อบอวลไปด้วยความหมายบางอย่างที่ต่างฝ่ายต่างรู้ดี เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยปฏิเสธหรือหาเรื่องเถียงกลับตามฟอร์มเดิม ทว่า... *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านนอกดังขึ้นขัดจังหวะ ทำเอาเราทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว มีนรีบถอยหลังกรูดไปยืนห่างจากผมสามก้าวทันที ผมหันไปมองผ่านกระจกออฟฟิศ และต้องขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นเงาร่างสูงของใครบางคนยืนอยู่ด้านนอก ท่ามกลางความมืดของตึกที่กำลังรีโนเวท แสงไฟจากสมาร์ตโฟนสาดส่องใบหน้าของบุคคลผู้มาเยือนให้เห็นชัดเจน... และมันไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น "พีท" เพื่อนคู่หูสถาปนิกของผมเอง พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งเข้ามาผ่านกระจก และข้อความแชตที่เด้งขึ้นหน้าจอโทรศัพท์ของผมทันที *(ข้อความในแชตจาก พีท: "กูขัดจังหวะฟีลกู๊ดมึงป่าววะกร? พอดีกูเอาแบบแปลนชั้นสามมาส่ง แต่กูเห็นมึงกำลังร้องเพลงจีบสาวอยู่... สู้เขาเว้ยเพื่อน!")* ผมรีบกดปิดหน้าจอแทบไม่ทัน หันกลับมามองมีนที่ตอนนี้หน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอเม้มปากแน่นด้วยความเขארอายสุดขีด "เอ่อ... คือไอ้พีทมันคงมีธุระด่วนมั้งครับ" ผมหัวเราะแห้งๆ แก้เก้อ มีนไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอคว้ากระเป๋าถือของตัวเองขึ้นมาสะพายไหล่ทันที "ฉัน... ฉันกลับก่อนนะคะ ดึกมากแล้ว ส่วนเรื่องภาพสเกตช์บ้าๆ กับเพลงเมื่อกี้... ฉันจะถือว่าไม่เคยได้ยินก็แล้วกัน!" พูดจบ เธอก็หันหลังจ้ำอ้าวเดินหนีออกไปทางประตูทันทีโดยไม่รอให้ผมได้แก้ตัวแม้แต่คำเดียว ผมมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยรอยยิ้มเอ็นดู ปลดปล่อยเสียงหัวเราะเบาๆ ออกมาในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะก้มลงเก็บกีตาร์และแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ ทว่า... ในวินาทีที่ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะส่งข้อความไปบอกให้เธอกลับบ้านอย่างปลอดภัย นิ้วเจ้ากรรมดันไปกดโดนปุ่มส่งข้อความเสียงที่อัดค้างไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ! *(เสียงในข้อความเสียงที่ถูกส่งออกไป: "ถึงปากจะบอกว่าไม่ฟัง แต่ผมรู้ว่าคุณมีนแอบอมยิ้มแก้มปริอยู่ใช่มั้ยล่ะครับ... ฝันดีนะครับตัวเล็กของสถาปนิก")* *ชิบหายแล้ว!* ผมเบิกตากว้าง รีบกดค้างเพื่อจะ "ยกเลิกข้อความ" ทันที แต่ระบบกลับแสดงสถานะขึ้นมาว่า... *[อ่านแล้ว]* ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกดีๆ ด้วยกันเสมอนะครับ – สายลมแผ่วเบา –
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับวิศวกรสาวสายเป๊ะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%