สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับวิศวกรสาวสายเป๊ะ•ตอนที่ 11

เช้าวันใหม่กับงานแก้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
กล่องกระดาษลูกฟูกสี่เหลี่ยมใบใหญ่สามใบถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะทำงานกลางไซต์งานจนเกิดเสียงทึบ “ปุ” ตามด้วยเสียงถอนหายใจยาวเหยียดที่ดังพอจะทำให้คนรัศมีสามเมตรหันมามองเป็นตาเดียวกัน มีนยืนกอดอก ใบหน้าเรียวสวยบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเลขแปด ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังยืนพิงกรอบหน้าต่าง แกะซองลูกอมกลิ่นมิントเข้าปากเคี้ยวกรุบๆ อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว “คุณกรณ์... ช่วยอธิบายให้วิศวกรตาดำๆ คนนี้ฟังหน่อยได้ไหมครับ ว่าทำไมเหล็กโครงสร้างล็อตนำเข้าจากอิตาลีที่เพิ่งมาถึงเมื่อเช้า ถึงกลายเป็นเหล็กเส้นรีดร้อนเกรดพาณิชย์ธรรมดาๆ ที่หาซื้อได้ตามร้านขายวัสดุก่อสร้างปากซอยแบบนี้” เสียงหวานติดจะห้วนเล็กน้อยตวัดขึ้นด้วยความหงุดหงิด เธอสไลด์แท็บเล็ตในมือส่งหน้าจอแคตตาล็อกสเปกวัสดุที่ระบุไว้ในสัญญาไปตรงหน้าเขา กรณ์เคี้ยวลูกอมต่ออีกสองสามทอด ก่อนจะยื่นมือเรียวยาวไปรับแท็บเล็ตมาพลิกดูผ่านๆ ทั้งที่สายตายังคงมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสที่สะท้อนภาพโครงสร้างอาคารซึ่งกำลังเร่งมือกันอยู่ “อ๋อ... นี่เหรอครับ” กรณ์ลากเสียงกวนประสาท ยักคิ้วข้างหนึ่งขึ้นสูง “ก็ผู้ผลิตเขาคงอยากให้พวกเราประหยัดงบนำเข้ามั้งครับ มีนจะได้เอาเงินส่วนต่างไปซื้อกาแฟพรีเมียมกินได้อีกสักสามปี” “นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นมุกนะครับกรณ์!” มีนแทบจะเดินไปกระชากคอเสื้อสถาปนิกหนุ่มมาเขย่าแรงๆ ให้สาสมกับความกวนประสาทที่สะสมมาตั้งแต่เมื่อคืน เรื่องคำพูดกำกวมในแชตที่เธอยังหาทางจัดการความรู้สึกตัวเองไม่ได้ยังไม่ทันเคลียร์ วันนี้ดันมาเจอแจ็กพ็อตวัสดุก่อสร้างไม่ตรงสเปกที่ต้องส่งมอบงานภายในสัปดาห์หน้าอีก “ถ้าเราใช้เหล็กนี่ หน้างานไม่ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยแน่นอน แล้วถ้าตึกถล่มลงมาเพราะเหล็กไม่ได้มาตรฐาน คุณจะรับผิดชอบไหวเหรอ” กรณ์หุบยิ้มกวนๆ ลงทันที เขาวางแท็บเล็ตกลลงบนโต๊ะ เสียงถอนหายใจเบาๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากหยัก ดวงตาคู่คมที่มักจะพราวระยับด้วยความขี้เล่น เปลี่ยนเป็นประกายจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่งจนมีนเผลอชะงัก “ผมไม่ยอมให้ตึกที่ผมตั้งใจออกแบบพังลงมาหรอกครับ... และยิ่งไม่มีทางยอมให้วิศวกรคนเก่งแถวนี้ต้องมานั่งร้องไห้เพราะงานมีปัญหาด้วยเหมือนกัน” น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เจือความจริงจังและอบอุ่นอย่างกะทันหัน ทำให้ห้องทำงานชั่วคราวเงียบลงไปถนัดตา มีนรู้สึกเหมือนหัวใจเจ้ากรรมมันกระตุกวูบแปลกๆ เธอกะพริบตาปริบๆ พยายามดึงสติกลับมาแล้วเชิดหน้าขึ้นกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมา “ใครจะร้องไห้กัน... พูดจาเพ้อเจ้อ” มีนเสียงแข็งใส่ แต่ไม่กล้าสบตาตรงๆ “แล้วเราจะเอายังไงดีครับคุณสถาปนิก ล็อตใหม่จากต่างประเทศใช้เวลาขนส่งอย่างน้อยสามสัปดาห์ ซึ่งเราไม่มีเวลาขนาดนั้น” “ก็คงต้องลุยเองสครับ” กรณ์ยักไหล่ เดินไปหยิบเสื้อแจ็กเก็ตยีนส์ตัวโปรดมาสวมทับเสื้อยืดสีพื้น “เดี๋ยวผมจะโทรเคลียร์กับทางซัพพลายเออร์เจ้าใหญ่ที่รู้จักให้ส่งคนเอาเหล็กเกรดพรีเมียมสำรองสต็อกมาเปลี่ยนให้ทันภายในคืนนี้ ส่วนมีน... เตรียมตัวอยู่เคลียร์หน้างานกับผมยาวๆ จนถึงเช้าได้เลยครับ” “ห๊ะ? หามรุ่งหามค่ำเหรอ?” มีนเบิกตากว้าง “นี่มันโปรเจกต์ใหญ่พ่วงด้วยความรับผิดชอบมหาศาลนะ จะให้ทำแบบลวกๆ ข้ามคืนไม่ได้” “ใครบอกว่าลวกๆ ล่ะครับ” กรณ์ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนมีนต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงาน แววตาสีเข้มก้มลงมองเธอในระยะประชิด “ผมจะอยู่ควบคุมการรื้อถอนและติดตั้งใหม่ทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง... อยู่เป็นเพื่อนคุณจนกว่าเหล็กเส้นสุดท้ายจะเข้าที่นั่นแหละครับ” ความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งตัวทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นแดดอ่อนๆ ลอยเข้าจมูก มีนรู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ เธอดันอกเสื้อเขาเบาๆ เพื่อเว้นระยะห่าง “ถะ... ถอยไปเลยนะ ใครเขาอยากให้คุณอยู่เป็นเพื่อนกัน” “ปากแข็งจังนะครับ...” กรณ์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันไปคว้าวิทยุสื่อสารบนโต๊ะ “พีท! เอากาแฟดำเข้มๆ มาสองแก้วที่ไซต์งานด่วน งานนี้ยาวจนสว่างแน่” เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงดึก แสงไฟนีออนสว่างจ้าจากดวงโคมชั่วคราวสาดส่องลงบนโครงสร้างคอนกรีตและเหล็กเส้นที่กำลังถูกเปลี่ยนใหม่อย่างเร่งรีบ ฝุ่นปูนและกลิ่นอายของงานก่อสร้างคละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศยามวิกาล มีนสวมหมวกนิรภัยสีขาว ก้มหน้าก้มตาตรวจเช็กแบบแปลนในมือสลับกับมองการเชื่อมโครงสร้างเหล็กตรงหน้าอย่างเคร่งเครียด “พักสักหน่อยเถอะครับมีน หน้าซีดเป็นไก่ต้มหมดแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับกระป๋องกาแฟเย็นที่ถูกยื่นมาแนบแก้มเนียน มีนสะดุ้งเล็กน้อย หันไปค้อนใส่คนที่ถือวิสาสะเดินเข้ามาใกล้โดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง กรณ์ในชุดเสื้อผ้าเลอะฝุ่นเล็กน้อยยังคงส่งยิ้มกวนๆ มาให้อย่างไม่รู้จักรอด “ฉันยังไหวค่ะ... เอ้ย! ไหวครับ” มีนเผลอหลุดปากใช้คำพูดติดปากตัวเอง แต่พอเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของกรณ์ที่เลิกคิ้วขึ้นอย่างล้อเลียน เธอก็รีบแก้ตัวเสียงดัง “หมายถึงฉันไหวค่ะ! อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะ” กรณ์หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างเอ็นดู เขายื่นกระป๋องกาแฟให้เธอดีๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งยองๆ บนลังไม้ข้างๆ แล้วแหงนหน้ามองโครงสร้างเหล็กด้านบน “เหนื่อยไหมครับ?” คำถามสั้นๆ ที่ไม่มีความกวนประสาทเจือปน ทำให้มีนชะงักไป เธอหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ฉายแววอ่อนล้า แต่ดวงตากลับยังคงมุ่งมั่นและฉายความห่วงใยออกมาอย่างชัดเจน ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหามรุ่งหามค่ำตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมาคล้ายจะมลายหายไปในพริบตา “ถามแปลกๆ...” มีนเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว เธอถอนหายใจยาว “ใครจะไปไม่เหนื่อยล้ากันล่ะ งานแก้ปัญหานี่มันปวดหัวเป็นบ้าเลย” “แต่มีรู้ไหมครับ...” กรณ์หันกลับมาสบตาเธอนิ่ง น้ำเสียงทุ้มนุ่มจริงจังขึ้นจนบรรยากาศรอบตัวเหมือนจะเงียบสงบลง “การได้มานั่งแก้ปัญหาหน้างานหามรุ่งหามค่ำแบบนี้... มันทำให้ผมรู้สึกว่าการทำงานหนักมันมีความหมายขึ้นมาเยอะเลย” มีนใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะกับสายตาคู่คมคู่นั้น เธอกำกระป๋องกาแฟในมือแน่น กำลังจะอ้าปากเอ่ยแซะเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมเสียงเรียกกระหืดกระหอบของพีทก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางบันไดหนีไฟ “ไอ้กร! มีน! แย่แล้ววะ!” พีทวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในโซนก่อสร้าง ใบหน้าซีดเผือด “ผู้รับเหมาช่วงฝั่งซัพพลายเออร์โทรมาแจ้งด่วนเมื่อกี้... เหล็กเกรดพรีเมียมที่กำลังขนมาเปลี่ยนให้ล็อตนี้ เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพลิกคว่ำบนทางหลวงระหว่างเดินทางมาหน้างาน!” คำพูดของพีตเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางแปลง มีนหน้าถอดสี แท็บเล็ตในมือเกือบหลุดร่วงลงพื้น ขณะที่กรณ์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าที่เคยผ่อนคลายและขี้เล่นเมื่อครู่บูดบึ้งสนิท แววตาฉายความเครียดจัดจนน่ากลัว “พลิกคว่ำเหรอ? แล้วคนขับเป็นยังไงบ้าง?” กรณ์ถามเสียงเข้ม “คนขับปลอดภัยดี แต่ตัวเหล็กเสียหายทั้งหมด ใช้การไม่ได้เลยสักเส้นเดียว! แล้วพรุ่งนี้เช้ากรรมการบริษัทใหญ่จะเข้ามาตรวจรับมอบงานงวดแรกแล้วด้วย!” พีทละล่ำละลักบอกด้วยความร้อนรน มีนทรุดตัวลงนั่งบนลังไม้ สมองตื้อตันไปหมด ความพยายามทั้งคืนที่อดตาหลับขับนอนแก้ปัญหามาพังทลายลงในพริบตาเดียว ความกดดันมหาศาลกดทับลงบนบ่าจนเธอรู้สึกหายใจไม่ออก น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับ กรณ์หันมามองมีนที่กำลังนั่งกุมขมับด้วยความเครียดจัด เขากัดกรามแน่น มือหนากำหมัดเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ก่อนที่เขาจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดโทรหาใครบางคนด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว ทว่าในจังหวะนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือของมีนที่วางอยู่บนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับการแจ้งเตือนข้อความแชตกลุ่มของทีมงาน มีนก้มลงมองหน้าจอตามสัญชาตญาณ และข้อความล่าสุดที่ปรากฏขึ้นเด่นชัดจากเบอร์แปลกปริศนา พร้อมภาพถ่ายเอกสารลับบางอย่าง กลับทำให้หัวใจของเธอหยุดเต้นไปชั่วขณะ *ภาพถ่ายเอกสารสัญญาซื้อขายวัสดุ พร้อมข้อความกำกับ:* **"ระวังตัวไว้ให้ดี... งานนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องวัสดุไม่ตรงสเปก แต่มีคนจงใจ ‘ sabotage ’ โปรเจกต์นี้ตั้งแต่แรกแล้ว"** *สายลมแผ่วเบา*
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมาดกวนกับวิศวกรสาวสายเป๊ะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%