เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร•ตอนที่ 16

ประธานหนุ่มประกาศจุดยืน

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
แฟลชจากกล้องนับสิบตัวสาดวาบเข้ามาราวกับพายุฝนกลางฤดูร้อน เสียงชัตเตอร์รัวเป็นชุดดั่งเสียงกรรเชียงเรือที่กำลังเร่งฝีเท้าแข่งกับกระแสน้ำเชี่ยวกราก ทว่าร่างสูงโปรดของธาม ภูริวัฒน์ กลับยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้าไมโครโฟนแถวเหยียดตรง เขาไม่ได้สวมสูทรarmaniสีเข้มเนี้ยบกริบเช่นทุกวันที่ผ่านมา วันนี้ประธานหนุ่มเลือกเพียงเสื้อเชิร์ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ปลดกระดุมเม็ดบนออกสองเม็ดเผยให้เห็นลำคอแกร่งและร่องรอยความเคร่งเครียดที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ ข้างกายเขาห่างออกไปไม่ถึงก้าวคือขิมา เด็กหนุ่มหน้าหวานที่กำลังยืนกำมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกและไม่เข้าใจอย่างปิดไม่มิด ทว่าแผ่นหลังบางนั้นยังคงตั้งตรงเชิดสู้กับสายตาผู้คนรอบห้องประชุมใหญ่ของโรงแรมหรูได้อย่างสง่างามไม่ยอมแพ้ เหตุการณ์เมื่อวินาทีที่แล้วยังคงติดตรึงอยู่ในความรู้สึก—ธามไม่ได้ตอบคำถามยั่วประสาทของพิมพ์ชนกที่จงใจเข้ามาป่วนเปรี้ยเรื่องสถานะคู่หมั้นหน้างาน เขากลับเลือกวิธีที่เด็ดขาดและรุนแรงยิ่งกว่าการโต้เถียงด้วยคำพูด... เขากระชากข้อมือบางของขิมให้ก้าวตามมายังห้องแถลงข่าวที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างกะทันหันภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง "สวัสดีครับทุกท่าน..." เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยผ่านไมโครโฟน ความเงียบสงัดเข้าครอบงำห้องประชุมขนาดใหญ่ทันที ราวกับมีใครกดปุ่มปิดสวิตช์โลกใบนี้ "ที่ผมเรียกสื่อมวลชนทุกท่านมาในวันนี้ ไม่ได้มีวาระเรื่องการควบรวมกิจการหรือตัวเลขผลประกอบการประจำไตรมาส..." ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวหันไปมองร่างบางที่ยืนอยู่ข้างกายช้าๆ แววตาที่เคยเย็นชาไร้หัวใจ บัดนี้กลับอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและร้อนแรงจนคนมองแทบหายใจไม่ออก "...แต่ผมมาเพื่อเคลียร์พื้นที่ส่วนตัวของผม ที่มีคนบางกลุ่มพยายามเข้ามาล้ำเส้น" ธามเว้นจังหวะ ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดที่ยังหลงเหลือ "ข่าวลือเรื่องการหมั้นหมายที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาใหม่เมื่อวานนี้... ผมขอประกาศให้ชัดเจนตรงนี้เลยนะครับ ว่ามันเป็นเพียงกระดาษแผ่นเดียวที่ผู้ใหญ่ในอดีตขีดเขียนขึ้นมาฝ่ายเดียวโดยที่ผมไม่เคยให้สัตย์ปฏิญาณใดๆ ทั้งสิ้น" เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทันทีราวกับรังแตกรังแตน ไมโครโฟนหลายตัวยื่นล้ำเข้ามาข้างหน้า ขิมาสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระกระเด็นออกมานอกอก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความคาดไม่ถึง—ธามบ้าไปแล้วหรือไร เขาถึงกล้าประกาศตัดขาดกับตระกูลใหญ่กลางวงสื่อมวลชนระดับประเทศเช่นนี้! "แล้วคนที่คุณธามกำลังคบหาอยู่ตอนนี้คือใครครับ? ใช่คุณพิมพ์ชนกตามที่เป็นข่าวหรือไม่!" นักข่าวสายบันเทิงสำนักหนึ่งตะโกนแทรกขึ้นมาเสียงดัง ธามไม่แม้แต่จะชายตาแลชื่อที่ถูกกล่าวถึง รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก ก่อนที่เขาจะหันมาเผชิญหน้ากับขิมาอย่างเต็มตัว มือหนาเอื้อมไปคว้ามือเรียวที่กำลังสั่นเทาขึ้นมาจับไว้ หลวมๆ แต่แน่นหนาพอที่จะถ่ายทอดความมั่น "ไม่ใช่ครับ..." ธามตอบเสียงดังฟังชัด กังวานก้องไปทั่วห้องประชุม "คนเดียวที่ผมกำลังขายขนมจีบอยู่... คนเดียวที่ผมทั้งหวง ทั้งห่วง และไม่มีวันยอมปล่อยให้ใครหน้าไหนมาแตะต้อง..." ประธานหนุ่มหยุดหายใจไปชั่วอึดใจ ปล่อยให้ความเงียบเข้าบีบคั้นหัวใจคนฟัง ก่อนจะเอ่ยชื่อออกมาทีละพยางค์ด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อยจากความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่เต็มอก "...คือคนนี้ครับ ขิมา" เพล้ง! เสียงในหัวของขิมคล้ายมีแก้วแตกกระจายละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าจนร้อนผ่าว ร้อนจนรู้สึกชาไปหมดทุกส่วน สมองตื้อตันขาวโพลน คำว่า 'กำลังจีบอยู่' และสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความจริงจังขั้นสุดยอดของคนตัวโตข้างกาย กำลังทำให้เด็กหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครงอหายไปในพริบตา *ไอ้คนบ้า... ใครอนุญาตให้ประกาศกลางประเทศแบบนี้เล่า!* ขิมอยากจะกรีดร้องใส่หน้าประธานหนุ่มจอมเผด็จการให้สาสมกับความเขินจนแทบแทรกแผ่นดินหนีนี้เสียจริง ทว่าริมฝีปากบางกลับเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรงเพื่อสะกดกลั้นรอยยิ้มที่พยายามจะฉีกกว้างออกไปอย่างไม่รักดี "คุณธามหมายความว่าคุณขิมคือตัวจริงสินะครับ!" "แล้วอย่างนี้ทางตระกูลของคุณธามจะว่าอย่างไร..." คำถามรัวเป็นชุดพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย แสงแฟลชวับวามยิ่งกว่าเดิมจนขิมต้องกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัส ทว่าก่อนที่สถานการณ์จะหลุดลอยไปมากกว่านี้ มือหนาของธามก็กระชับมือเขาแน่นขึ้น พร้อมกับดึงร่างบางให้ก้าวถอยหลังลงจากเวทีแถลงข่าวท่ามกลางเสียงเรียกและคำถามที่ดังเซ็งแซ่ "พอแค่นี้ครับ!" ธามเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดไร้ซึ่งความเกรงใจใดๆ อีกต่อไป ก่อนจะพาขิมเดินฝ่าวงล้อมสื่อมวลชนตรงไปยังประตูด้านหลังที่เชื่อมต่อกับลานจอดรถส่วนตัวทันที ประตูห้องวีไอพีปิดลงด้วยเสียงทึบหนักหนา ตัดขาดจากเสียงเอะอะโها่ภายนอกอย่างสิ้นเชิง ทันทีที่แผ่นหลังบางชนเข้ากับบานประตูห้องพักผ่อน ขิมายังไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ของธามก็ก้าวตามเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว กักขังเขาไว้ระหว่างอ้อมแขนแกร่งและบานประตู ปลายจมูกโด่งคมเฉียบอยู่ห่างจากพวงแก้มใสไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือความเหนื่อยอ่อนเล็กน้อยเป่ารดลาดไหล่ "ทำบ้าอะไรของคุณ..." ขิมเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตค้อนขวับใส่คนตัวโตอย่างไม่เกรงกลัว "คุณประกาศแบบนั้น... รู้ตัวไหมว่าสื่อพวกนั้นจะเอาไปเขียนข่าวพาดหัวว่ายังไงบ้าง! แล้วคุณพิมพ์ชนกกับทางผู้ใหญ่อีก..." "ช่างหัวพวกเขาปะไร" ธามสวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่น่าฟัง ไร้ซึ่งความลังเลใจแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบก้มมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว "ผมประกาศชัดเจนขนาดนั้นแล้ว ขิมยังไม่เข้าใจอีกเหรอครับว่าผมหมายความว่ายังไง" "ใครจะไปรู้ว่าคนเผด็จการอย่างคุณคิดบ้าอะไรอยู่!" ขิมเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาวาววับด้วยความดื้อรั้น แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวเป็นกลองเพลจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "จู่ๆ ก็ลากมาแถลงข่าว จู่ๆ ก็บอกว่าจีบ... ถามผมสักคำหรือยังว่าผมอยากถูกคุณจีบไหม!" ธามหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าในอกอย่างน่าฟัง มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ขิมเห็นแล้วอยากจะยกเท้าขึ้นไปประทับรอยรองเท้าผ้าใบไว้บนหน้าผากหล่อๆ นั่นเสียจริง "จำเป็นต้องถามด้วยเหรอครับ..." ธามโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนหน้าผากของทั้งคู่แทบจะชิดติดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันจนแยกไม่ออกว่าของใครเป็นของใคร "ในเมื่อแววตาตอนที่ขิมมองผมเมื่อกี้... มันฟ้องชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดเสียอีกว่า ขิมก็กลัวว่าผมจะหลุดมือไปเหมือนกัน" "ใครกลัว! หลงตัวเองที่สุด!" ขิมรีบปฏิเสธเสียงแข็ง ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ พยายามเบือนหน้าหนีสายตาร้อนแรงที่มองทะลุทะลวงเข้ามาถึงก้นบึ้งของหัวใจ "ปากแข็ง..." ธามพึมพำเบาๆ มือหนาข้างหนึ่งละจากขอบประตู เลื่อนขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมนออกให้อย่างอ่อนโยน สัมผัสที่นุ่มนวลและแตกต่างจากบุคลิกเย็นชาโดยสิ้นเชิงนี้ ทำให้ขิมถึงกับชะงัก ลืมคำพูดที่จะเถียงกลับไปเสียสนิท บรรยากาศภายในห้องพักผ่อนเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่สอดประสานกัน ทว่าความเงียบนั้นไม่ได้น่าอึดอัด... มันกลับเต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกบางอย่างที่พยายามดึงดูดเข้าหากันราวกับแม่เหล็กต่างขั้ว ธามลดสายตาลงมองเรียวปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างประหม่า ปลายนิ้วโป้งไล้เบาๆ ที่มุมปากขิมอย่างเผลอไผล ดวงตาคมเข้มฉายแววปรารถนาที่ไม่อาจปิดบังได้มิดอีกต่อไป "ถ้าขิมยังปากแข็งอยู่แบบนี้..." ธามกระซิบแผ่วเบาชิดริมฝีปากบาง น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย "สงสัยผมคงต้องพิสูจน์ให้ดูซ้ำอีกรอบ... ว่าผมจริงจังกับคำว่า 'จีบ' ขนาดไหน" ขิมสะท้านเฮือก หัวใจกระตุกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สมองสั่งให้ผลักไสแต่มือกลับไร้เรี่ยวแรงจะยกขึ้นต้านทาน ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้ทาบทับลงมาปิดกั้นคำเถียงทั้งหมด *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดที่ดังคลิกอย่างรวดเร็วกว่าที่ใครจะทันตั้งตัว! ธามชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดระคนเย็นชาในเสี้ยววินาที ขณะที่ขิมรีบออกแรงผลักอกแกร่งให้ออกห่างอย่างแรงด้วยความตกใจ ประตูห้องวีไอพีถูกผลักเปิดออกกว้าง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นเคยที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกจนซีดเผือด กรณ์ หายใจหอบสะท้านราวกับเพิ่งวิ่งหนีตายมาไกลนับกิโล ดวงตาเบิกโพลงมองหน้าธามสลับกับขิมด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด "ธาม! ขิม! พวกนายยังมัวมาสวีทกันอยู่ได้เหรอวะ!" กรณ์โพล่งขึ้นเสียงดังลั่นห้องโดยไม่รอให้ใครได้ตั้งตัว "ฉิบหายแล้ว! ข้างนอกนั่น... พิมพ์ชนกพาพ่อเขาบุกมาที่นี่พร้อมทนายอีกสามคนแล้วโว้ย!" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ - ปราณธาตุเก้าสุริยัน -
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%