เสียงแฟลชวับวาบที่สาดกระหน่ำเข้ามาทางกระจกใสบานใหญ่ของร้านกาแฟกึ่งออฟฟิศใจกลางเมือง ไม่ได้ทำให้ขิมาสะดุ้งตกใจเท่ากับหัวข้อข่าวพาดหัวบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของกรณ์ที่ยื่นเข้ามาประชิดหน้า
*“ทายาทตระกูลดังควงคู่หมั้นเก่าคืนดีเงียบ? ภาพหลุดดินเนอร์สุดสวีตตอกย้ำข่าวลือรักรีเทิร์น”*
พร้อมกับภาพถ่ายมุมสูงที่ถูกเบลอหน้าบางส่วน แต่ต่อให้เอาผ้าดิบมาคลุม คนทั่วทั้งกรุงเทพฯ ที่ติดตามข่าวสังคมก็ยังดูออกว่าผู้ชายในชุดสูทสีเข้มที่กำลังโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของผู้หญิงในชุดเดรสหรูสีแดงเพลิงคนนั้นคือใคร... ธาม ภูริวัฒน์
เด็กหนุ่มหน้าหวานกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อปลายนิ้วขาวซีด ดวงตากลมโตที่มักจะฉายแววท้าทายและทันคนอยู่เสมอ ในยามนี้กลับไหววับด้วยระลอกคลื่นแห่งความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย มันไม่ใช่ความหึงหวงอย่างไร้เหตุผล แต่เป็นความรู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางสี่แยกด้วยแผนการตื้นเขินที่อีกฝ่ายจงใจโยนเข้ามาในเกม
"ใจเย็นก่อนนะคุณขิม หายใจเข้าลึกๆ ครับ อย่าเพิ่งไปหลงกลยัยคุณหนูตกกระป๋องนั่น" กรณ์รีบวางแก้วกาแฟลงส่งเสียงปราบ พร้อมกับกวาดสายตาสำรวจรอบร้านที่เริ่มมีสายตาหลายคู่หันมามองกระซิบกระซาบ
"ผมดูเหมือนคนควบคุมสติไม่ได้เหรอครับพี่กรณ์" ขิมาสวนกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่ารอยยิ้มที่มุมปากกลับเหยียดยันขึ้นอย่างน่ากลัว "แค่ข่าวโคมลอยกับภาพตัดต่อมุมกล้องทุเรศๆ ทำไมผมจะต้องสติแตกใส่ผู้หญิงคนนั้นด้วยล่ะครับ"
"แต่นักข่าวเริ่มมารออยู่ที่ล็อบบี้บริษัทคุณธามแล้วนะสิครับ แถมตอนนี้โทรศัพท์นายธามก็ติดต่อไม่ได้ด้วย ไม่รู้ว่าพ่อคุณท่านหลุดเข้าไปติดกับดักอะไรของพิมพ์ชนกหรือเปล่า" กรณ์ถอนหายใจยาว พลางเลื่อนดูคอมเมนต์ในโซเชียลมีเดียที่เริ่มลามปามไปกันใหญ่
ขิมาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองภาพบนหน้าจอซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขารู้ดีว่าธามไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้ตัวเองตกเป็นเครื่องมือของใครง่ายๆ แต่ปัญหาคือ *พิมพ์ชนก* ไม่ได้เล่นเกมตามกติกา หล่อนใช้ความไฮโซและเครือข่ายสังคมไฮo-class มาบีบให้ธามต้องรักษามารยาททางสังคม จนบางครั้งความนิ่งเฉยของประธานหนุ่มก็กลายเป็นดาบย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวเขาเอง
"ติดต่องดไม่ได้... ก็แค่ไปหาที่บริษัทครับ" ขิมาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สะพายกระเป๋าเอกสารพาดบ่าด้วยท่าทีองอาจ ไม่มีความหวาดหวั่นฉายชัดบนใบหน้าหวานแม้แต่น้อย "ในเมื่อคุณหนูพิมพ์ชนกอยากเล่นเกมเปิดหน้าชนนัก ผมก็จะไปช่วยต้อนรับเธอให้สมเกียรติเองครับ"
รถยนต์คันเล็กของขิมาแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าตึกสำนักงานใหญ่ของภูริวัฒน์โฮลดิ้งส์ บรรยากาศรอบตึกในยามบ่ายนี้อึมครึมกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด เหล่าบรรดานักข่าวจากหลายสำนักต่างปักหลักถือไมค์รอสัมภาษณ์กันอย่างเนืองแน่น ทันทันทีที่ประตูรถเปิดออกและขิมาก้าวขาลงมา แฟลชสารพัดตัวก็สาดส่องเข้ามาประดุจงานพรมแดง
"น้องขิมครับ! ช่วยชี้แจงข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์กับคุณธามหน่อยครับ!"
"จริงไหมครับที่บอกว่าคุณเป็นแค่มือที่สามระหว่างคุณธามกับคุณพิมพ์ชนก?"
"มีกระแสข่าวว่าคุณถูกเขี่ยตกกระบะจริงหรือเปล่าครับ!"
คำถามนับสิบพรั่งพรูเข้ามาพร้อมกับแรงผลักดันจากความอยากรู้อยากเห็นของฝูงชน ขิมาหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าบันไดทางเข้า มือเรียวยกขึ้นจัดปกเสื้อสูทของตัวเองให้เรียบร้อยอย่างไม่เร่งรีบ ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสุกสกาวกวาดมองเหล่ากระจกเงาแห่งสื่อด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา
"ขอบคุณสำหรับคำถามนะครับ..." ขิมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวาน นุ่มนวล แต่เฉียบคมจนคนฟังต้องชะงัก "เรื่องภาพข่าวที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าทุกคนน่าจะมีวิจารณญาณมากพอนะครับว่าภาพไหนคือความจริง ภาพไหนคือการจัดฉากเรียกเรตติ้งของคนที่ ‘หมดราคา’ ไปแล้ว ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างผมกับคุณธาม... ถ้าใครสงสัยนัก ก็คงต้องไปถามเจ้าตัวเอาเองนะครับว่า คืนนี้เขาอยากกลับบ้านไปทานข้าวฝีมือใคร"
สิ้นคำพูดเฉือดเฉือนที่มาพร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์ ขิมาก็ก้าวผ่านฝูงนักข่าวเข้าไปด้านในด้วยความเร็วที่ไร้รอยต่อ ทิ้งให้บรรดาเหยี่ยวข่าวฮือฮากับประโยคทิ้งท้ายที่สะเทือนวงการไฮโซไม่น้อย
ภายในลิฟต์ส่วนตัวที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ชั้นบนสุด ขิมาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสมาธิ แม้ภายนอกจะดูแข็งกร้าวและไร้ความกลัว แต่ลึกๆ ในอกด้านซ้ายกลับเต้นถี่รัวด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวไม่อยากยอมรับ... เขาห่วงผู้ชายคนนั้น กลัวว่าความเย่อหยิ่งถือดีจะทำให้ธามตกหลุมพรางที่พิมพ์ชนกขุดดักรอไว้
*ติ๊ง*
ประตูลิฟต์เปิดออก เผยให้เห็นโถงทางเดินหรูหราที่เงียบสงบผิดปกติ ทว่าหน้าห้องทำงานของประธานบริหาร กลับมีร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิงยืนกอดอกรออยู่ก่อนแล้ว รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของพิมพ์ชนกทันทีที่เห็นว่าใครก้าวออกมา
"แหม นึกว่าใคร ที่แท้ก็เด็กสร้างที่วิ่งโร่มาตามหานายธามนี่เอง" พิมพ์ชนกเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงจิกกัด ทอดสายตามองขิมาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความดูแคลน
ขิมาหยุดเดิน หรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้าอย่างพิจารณา ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยตอบกลับด้วยความนิ่งสงบที่ทำให้อีกฝ่ายหน้าชา
"ดีใจนะครับที่คุณพิมพ์ยังจำผมได้ นึกว่าสมองส่วนความจำจะเสื่อมไปพร้อมกับตอนที่ถูกคุณธามประกาศถอนหมั้นเสียอีกนะครับ"
"แก!" พิมพ์ชนกหน้าเปลี่ยนสี แววตาฉายความโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที "ปากเก่งนักนะ! คิดว่าเข้ามาหาธามตอนนี้แล้วจะได้เจอเขาหรือไง เขาอยู่ในห้องกับฉัน... เราเพิ่งคุยกันเรื่องวันคืนเก่าๆ และฉันมั่นใจว่าธามเขาไม่มีทางเลือกคนไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างแกไปตลอดชีวิตหรอก!"
ขิมาไม่สะทกสะทราน เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวพิมพ์ชนกด้วยระยะห่างที่บีบคั้นหัวใจ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระเหยปะปนกับบรรยากาศที่ตึงเครียด ดวงตาคู่หวานจ้องลึกเข้าไปในดวงตานั้นอย่างท้าทาย
"ถ้าคุณมั่นใจขนาดนั้น ทำไมต้องตื่นตระหนกวิ่งเต้นปล่อยข่าวสร้างกระแสให้เหนื่อยด้วยล่ะครับ?" ขิมาย่อตัวลงกระซิบเสียงเบาแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คนที่มั่นใจในชัยชนะจริงๆ เขาไม่ดิ้นรนประกาศความเป็นเจ้าของผ่านหน้าหนังสือพิมพ์หรอกครับ... มีแต่พวกขี้แพ้ที่กลัวจะสูญเสียทุกอย่างต่างหาก ถึงได้ทำตัวน่าสมเพชแบบนี้"
"แกไม่มีสิทธิ์มาพูดกับฉันแบบนี้นะ!" พิมพ์ชนกเงื้อมมือหมายจะตบลงบนใบหน้าหวานด้วยความบันดาลโทสะ
หมับ!
ขิมาคว้าข้อมือเรียวไว้ได้ทันอย่างแม่นยำ แรงบีบไม่ได้มากแต่เด็ดขาดพอที่จะตรึงอีกฝ่ายให้อยู่กับที่ นัยน์ตาสกลประกายความเยียบเย็นที่พิมพ์ชนกไม่เคยเห็นมาก่อน
"อย่าหาว่าผมไม่เตือนนะครับ... พื้นที่ตรงนี้มันแคบเกินกว่าจะให้คนมาร้องแรกแหกกระเชอ"
"ปล่อยฉันนะ!" พิมพ์ชนกสะบัดข้อมือออกด้วยความโกรธจัด พร้อมกับกระแทกเสียงใส่ "คิดว่าธามจะรักแกจริงเหรอ? เขาแค่แก้เบื่อ! ตื่นจากฝันสักทีเถอะขิมา!"
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังพุ่งถึงขีดสุด ประตูห้องทำงานบานใหญ่ด้านหลังพิมพ์ชนกก็ถูกเปิดออกอย่างไร้สุ้มเสียง ร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มแห่งภูริวัฒน์ก้าวออกมาในชุดสูทที่ดูเนี้ยบกริบ ทว่านัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นกลับเย็นชาและดุดันยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก
ธามกวาดสายตามองคนทั้งคู่ด้วยท่าทีนิ่งงัน รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบทันที
"เสียงดังอะไรกันหน้าห้องผม?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังจนพิมพ์ชนกสะดุ้งสุดตัว หล่อนรีบปรับสีหน้าให้กลับมาอ่อนหวานแล้วพุ่งเข้าไปหาธามทันที
"ธามคะ... ชรูกำลังคุยกับเด็กคนนี้อยู่ค่ะ อยู่ๆ เขาก็—”
"ผมถามว่า... เสียงดังอะไรกัน" ธามย้ำคำเดิมด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำลงกว่าเดิม นัยน์ตาดุจเหยี่ยวคู่นั้นไม่ได้มองพิมพ์ชนกเลยแม้แต่น้อย แต่กลับพุ่งตรงมาที่ขิมาที่ยืนกอดอกมองเขาด้วยแววตานิ่งเฉย
ขิมาเชิดหน้าขึ้น ไม่หลบสายตาคมคลาวนั้นแม้แต่น้อย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศในโถงทางเดินหยุดชะงักลงในพริบตา
"พอดีผมผ่านมาแถวนี้ เลยแวะมาทวงสิทธิ์... ว่าตกลงแล้ว คืนนี้คุณจะกลับไปทานข้าวกับผม หรือจะเลือกอยู่เคลียร์กับ ‘อดีตคู่หมั้น’ ที่ยังตัดใจไม่ขาดคนนี้กันแน่ครับ คุณธาม?"
ธามชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อปะทะกับสายตาท้าทายที่ซ่อนความหึงหวงเอาไว้อย่างมิดชิด ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะกระตุกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์อันเชือดเฉือนนี้ครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร•ตอนที่ 15
กับดักของพิมพ์ชนก
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!