เสียงก้าวเท้าหนักแน่นที่ดังสลับกับเสียงเคาะส้นรองเท้าส้นสูงดังสะท้อนก้องโถงทางเดินเข้ามาในห้องรับรองพิเศษ ทำเอาบรรยากาศที่ตึงเครียดอยู่แล้วถึงกับดิ่งลงเหวในชั่วพริบตา
พิมพ์ชนกปรากฏกายขึ้นในชุดสูทเข้ารูปสีขาวสะอาดตา ใบหน้าเชิดขึ้นด้วยความถือดี แววตาคมกริบกวาดมองผู้คนที่อยู่ภายในห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของธามและขิมาที่ยืนเคียงกันอยู่ ทนายความวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มสามคนเดินตามหลังมาติดๆ พร้อมกับกระเป๋าเอกสารหนังแท้ในมือ บรรยากาศรอบตัวของพวกเขากดดันเสียจนกรณ์เผลอกลืนน้ำลายลงคอเสียงดังเอือก
"คิดว่าจะหลบหน้ากันพ้นเหรอคะ ธาม" พิมพ์ชนกเปิดฉากทันที น้ำเสียงของเธอเจือรอยเยาะหยันที่พยายามควบคุมไว้ไม่ให้หลุดอาการน่าเกลียดออกมา "เล่นตลกอะไรกันอยู่ ถึงได้พาเด็กนี่มาเปิดตัวทำเป็นยิ่งใหญ่ในงานการกุศล... อย่าลืมนะคะว่ากระดาษแผ่นเดียวน่ะ ฉีกทิ้งได้ง่ายๆ แต่ศักดิ์ศรีตระกูลภูริวัฒน์ของคุณ... จะเอาไปไว้ที่ไหน"
ขิมาขยับตัวเล็กน้อยเตรียมจะสวนกลับตามนิสัยเดิมที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่ทว่า... ไวกว่าความคิด ปลายคางมนถูกปลายนิ้วแข็งแกร่งของธามแตะรั้งไว้เบาๆ ให้หันกลับมามอง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะขยับก้าวมาบังร่างของเขาไว้ครึ่งหนึ่งอย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ สายตาคมกริบที่มักจะใช้มองคู่แข่งทางธุรกิจถูกส่งตรงไปหาอดีตคู่หมั้นด้วยความเย็นชาจนน่ากลัว
"เรื่องของตระกูลผม คงไม่จำเป็นต้องรบกวนให้คุณพิมพ์ชนกมาช่วยคิดแทนหรอกนะครับ" ธามเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่ทรงพลังจนคู่สนันทนาชะงัก "อีกอย่าง... การที่ผมจะยืนกับใคร หรือปกป้องใคร มันก็เป็นสิทธิ์ขาดของผมแต่เพียงผู้เดียว ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องเอาทนายความสามคนมาเดินขบวนโชว์พาวในพื้นที่ส่วนตัวของผมแบบนี้"
"ธาม!" พิมพ์ชนกกรีดเสียงด้วยความไม่พอใจ ใบหน้าสวยเฉี่ยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธที่ถูกหักหน้าต่อหน้าธารกำนัล "คุณกล้าพูดแบบนี้กับฉันเพื่อเด็กเส้นคนนี้เนี่ยนะ เด็กนี่มันมีดีอะไรนักหนา ถึงทำให้คุณหลงหัวปักหัวปำขนาดนี้!"
"มีดีตรงที่... ต่อให้ผมไม่ต้องทำอะไร เขาซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองมากกว่าคนที่คอยแต่จะวิ่งตามตื๊อผมไปวันๆ ก็แล้วกันครับ"
ธามสวนกลับด้วยประโยคที่ทำเอาขิมาถึงกับเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนขึ้นมาในอก ไม่คิดว่าคนปากร้ายอย่างธามจะกล้าเอ่ยคำพูดคลั่งรักแบบนี้ต่อหน้าคนนอก แถมยังพูดด้วยสีหน้าจริงจังไร้ซึ่งความลังเลแม้แต่น้อย
"คุณธาม..." ขิมาพึมพำเบาๆ ดวงตาคู่สวยมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังลมฝนให้อย่างซับซ้อน ความรู้สึกต่อต้านในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความอุ่นวาบที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจอย่างช้าๆ
"เงียบไปเลยครับ ขิม" ธามหันมาเอ็ดเบาๆ แต่แววตาที่มองลงมานั้นกลับอ่อนแสงลงจนแทบจะเป็นประกายระยิบระยับ ต่างจากตอนที่หันไปเผชิญหน้ากับกลุ่มทนายความลิบลับ "เดี๋ยวจัดการตรงนี้เสร็จ ผมจะพาไปกินของอร่อย... เลิกทำหน้ามึนใส่ผมได้แล้ว"
กรณ์ที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่มุมห้องถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองจนต้องยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะ พลางหันไปกระซิifกับเพื่อนสนิทอีกคนที่ยืนข้างกัน "ดูคุณประธานน้ำแข็งของเราสิเว้ย... จากเสือร้ายกลายเป็นแมวเปอร์เซียคลั่งรักไปซะแล้ว แบบนี้ขิมมันจะรอดเงื้อมมือได้ยังไงวะเนี่ย"
ทนายความคนสนิทของพิมพ์ชนกขยับแว่นเล็กน้อย ก่อนจะก้าวออกมารับหน้าแทนคุณหนูที่กำลังสติแตก "คุณธามครับ ทางเราเกรงว่าการกระทำลักษณะนี้อาจเข้าข่ายการละเมิดข้อตกลงเบื้องต้นระหว่างตระกูล..."
"ข้อตกลงอะไรเหรอครับ?" เสียงทุ้มทรงอำนาจอีกเสียงดังแทรกขึ้นมาจากทางประตูทางเข้าห้องรับรอง ขัดจังหวะการเจรจาที่กำลังคุกกรุ่น
ร่างสูงสง่าของประธานอาวุโสแห่งตระกูลภูริวัฒน์—คุณปู่ธนาทร ก้าวเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดส่วนตัว สีหน้าของท่านเรียบเฉยแต่แววตาดุดันผ่านแว่นสายตานั้นทรงพลังพอที่จะทำให้ทนายความทั้งสามคนหุบปากฉับในทันที
พิมพ์ชนกหน้าซีดเผือดลงทันตาเห็นเมื่อเห็นผู้มีอำนาจสูงสุดของตระกูลปรากฏตัวขึ้น "คุณปู่..."
"หนูพิมพ์..." ปปปู่ธนาทรเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทแต่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก "หลานฉันตัดสินใจยังไง ฉันในฐานะผู้นำตระกูลย่อมให้เกียรติและการตัดสินใจนั้น... การที่เธอพาคนนอกบุกรุกเข้ามาสร้างความวุ่นวายในพื้นที่ของบริษัทฉันแบบนี้ ดูจะไม่ใช่การกระทำของผู้ดีตระกูลดังเท่าไหร่หรอกนะ"
ธามไม่ได้แสดงอาการตกใจเลยแม้แต่น้อย เขายกยมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ก่อนจะหันมาคว้าข้อมือเรียวของขิมามากุมไว้หลวมๆ แต่อบอุ่น สายตาคมกริบกวาดมองทุกคนในห้องด้วยความมั่น
"ปู่ครับ..." ธามเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน "ผมว่าเราเคลียร์ธุระส่วนตัวตรงนี้ให้จบกันดีกว่านะครับ พอดีผมมีนัดสำคัญ... ต้องพาแฟนไปดินเนอร์ต่อ"
คำว่า "แฟน" ที่หลุดออกมาจากปากของประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจและเยชา ทำเอาทุกคนในห้องนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ขิมเองก็รู้สึกร้อนผ่าวที่ใบจนต้องก้มหน้าหลบสายตาด้วยความเขินอายอย่างปิดไม่มิด
พิมพ์ชนกกรีดร้องในลำคอด้วยความแค้นที่สุมอก แต่วินาทีนั้นเอง... โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของธามก็สั่นครืนขึ้นมา หน้าจอแสดงเบอร์สายเรียกเข้าจากเลขาคนสนิทที่รับหน้าที่คอยดูแลโปรเจกต์ลับ
ธามขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกดรับสาย "มีอะไร"
เสียงปลายสายหอบสะท้านด้วยความตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "คุณธามครับ! แย่แล้วครับ! เอกสารลับโครงการประมูลที่เก็บไว้ในเซฟห้องทำงานใหญ่... ตอนนี้ระบบแจ้งเตือนว่าถูกเปิดและข้อมูลทั้งหมดกำลังถูกอัปโหลดส่งออกไปยังภายนอกแล้วครับ!"
ธามชะงักกึก รอยยิ้มเยาะเมื่อครู่หายวับไปกับตา แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเย็นยะเยือกดั่งน้ำแข็งขั้วโลกในเสี้ยววินาที ขณะที่ขิมาซึ่งยืนอยู่ใกล้ที่สุดสัมผัสได้ถึงแรงบีบที่ข้อมือที่กระชับแน่นขึ้นจนเจ็บ
"ใครเป็นคนเข้าห้องทำงานผม..." ธามเค้นเสียงถามลอดไรฟันทีละคำ
"เอ่อ... คือว่า... คนที่ถือคีย์การ์ดสำรองชั่วคราวและเพิ่งเดินออกจากหน้าห้องทำงานของคุณไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว..." ปลายสายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "...คือคุณกรณ์ครับ!"
ธามหันขวับไปมองหน้าเพื่อนสนิทที่ยืนยิ้มแห้งๆ อยู่มุมห้องทันที!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "ปราณธาตุเก้าสุริยัน" นะครับ
เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร•ตอนที่ 17
โมเมนต์คลั่งรักฉบับคนซึน
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!