เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร•ตอนที่ 18

เมื่อความสุขสั้นเกินไป

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
"นายหมายความว่ายังไง...กรณ์" น้ำเสียงของธามไม่ได้ดัง แต่มันเต็มไปด้วยแรงกดดันระดับที่ทำให้บรรยากาศในห้องชุดหรูหราอุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น ดวงตาคมกราบกวาดมองเพื่อนสนิทที่ทำหน้าเหมือนกลืนยาขมลงไปในคอ ขณะที่ขิมาซึ่งยืนอยู่ข้างกายพลันรู้สึกถึงความตึงเครียดที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ของคนรัก กรณ์กระแอมเบาๆ ยกมือขึ้นเกาจมูกแก้เก้อ ก่อนจะยอมเปิดปากสารภาพความจริงที่ถูกซ่อนไว้ "เอาน่า... อย่ามองฉันด้วยสายตาน่ากลัวแบบนั้นเลยวะธาม ฉันก็แค่... ทำตามหน้าที่ของเพื่อนที่ไม่อยากเห็นแกกับขิมต้องลำบากในอนาคตเท่านั้นเอง" "นายเอาข้อมูลโครงการของเราไปให้คนนอก... รวมถึงพ่อฉันด้วยอย่างนั้นเหรอ" ธามเค้นเสียงถาม รังสีความเย็นชาแผ่พุ่งออกมาจนขิมต้องเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งเบาๆ เป็นเชิงปราม "ไม่ใช่คนนอกสักหน่อย คุณท่านก็คือพ่อแกนะเว้ยธาม!" กรณ์เถียงเสียงอ้อมแอ้ม "อีกอย่าง... ท่านไม่ได้ต้องการทำลายบริษัทแกหรอก ท่านแค่... ต้องการให้แกกลับเข้าร่องเข้ารอย" ขิมขบกรามแน่น ความรู้สึกคุ้นเคยและน่ากลัวแล่นริ้วขึ้นมาในอก เด็กหนุ่มก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ดวงตากลมโตจ้องมองเพื่อนสนิทของธามอย่างไม่เกรงกลัว "หมายความว่าที่คุณกรณ์ทำลงไปทั้งหมด ก็เพื่อให้คุณท่านเข้ามาแทรกแซงเรื่องของเราสินะครับ" กรณ์สบตาขิมด้วยแววตาสำนึกผิดระคนจนใจ "ขิม... ฉันขอโทษจริงๆ ฉันรู้ว่าพวกแกสองคนรักกันมากแค่ไหน แต่แกก็รู้สถานะของตัวเองดีไม่ใช่เหรอวะ ขิม... โลกของธามกับโลกของนายมันมีกำแพงหนาเตอะกั้นอยู่ และคนที่ถือค้อนทลายกำแพงนั้น ไม่ใช่ฉัน... แต่คือพ่อของธามต่างหาก" ประโยคพูดคุยยังไม่ทันได้สะสาง เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน—ก๊อก ก๊อก ก๊อก! ไม่ใช่เสียงเคาะธรรมดา แต่มันคือจังหวะที่หนักแน่น เด็ดขาด และเปี่ยมด้วยอำนาจ บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที กรณ์หน้าซีดเผือดลงไปอีกส่วนธามนั้นสันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีนิลเข้มจัดที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า ประธานหนุ่มหันไปสบตากับขิมเพียงเสี้ยววินาที สื่อความหมายชัดเจนว่า *'อยู่ข้างหลังฉัน'* ก่อนที่ขายาวจะก้าวฉับๆ ไปกระชากประตูห้องให้เปิดออก ร่างสูงสง่าของชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับธาม ทว่าเปี่ยมด้วยร่องรอยแห่งอำนาจและประสบการณ์ชีวิตยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ด้านหลังคือบอดี้การ์ดสวมสูทสากลอีกสองนาย "ไง... เจ้าธาม ไม่คิดเลยนะว่าพ่อมาหาลูกชายในห้องส่วนตัว จะต้องยืนรอนานขนาดนี้" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องได้รับเชิญ ท่านภูริวัฒน์กวาดสายตาคมปลาบเข้ามาภายในห้อง ก่อนที่ดวงตาสองชั้นคู่นั้นจะไปหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของขิมาซึ่งยืนอยู่เคียงข้างบุตรชาย ธามยืนบังขิมไว้มิดครึ่งตัว น้ำเสียงที่ใช้พูดกับผู้ให้กำเนิดแข็งกร้าวและไร้เยื่อใย "ที่นี่ไม่มีต้อนรับคนนอก... โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ถูกเชิญ" "ปากคอเราะร้ายเหมือนแม่แกไม่มีผิด!" ภูริวัฒน์แค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าไม่ได้สะท้านสะเทือนกับวาจาดุดันของลูกชายเลยแม้แต่น้อย "แต่ก่อนจะไล่พ่อกลับ กรุณาดูซองเอกสารในมือฉันเสียก่อน... ว่ามันคืองานแต่งงานที่แกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ!" สิ้นคำพูดนั้น บอดี้การ์ดด้านหลังก็ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะให้ผู้เป็นนาย ก่อนที่ภูริวัฒน์จะโยนมันลงบนโต๊ะรับแขกกระจกใสเสียงดัง *'ตุบ'!* ขิมก้มมองซองเอกสารนั้น หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นมุมกระดาษสีขาวที่โผล่อออกมา มันคือภาพถ่ายของผู้หญิงคนหนึ่ง... พิมพ์ชนก คุณหนูตระกูลดังที่เพิ่งสร้างเรื่องน่าปวดหัวไปเมื่อวันก่อน พร้อมกับเอกสารกำหนดการหมั้นหมายและจดทะเบียนสมองที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเสร็จสรรพ "นี่มันหมายความว่ายังไงครับคุณพ่อ" ธามกดเสียงต่ำลอดไรฟัน มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "หมายความว่า แกจะต้องเลิกเล่นสนุกกับเด็กนี่เสียที!" ภูริวัฒน์ประกาศกร้าว น้ำเสียงเด็ดขาดไร้ความปรานี "บริษัทกำลังจะเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ และตระกูลภูริวัฒน์ต้องการสะพานเชื่อมอำนาจ ไม่ใช่ภาระห้อยโหนที่จะฉุดให้ตระกูลเราเสื่อมเสียชื่อเสียง พิมพ์ชนกคือคนที่เหมาะสมที่สุด และฉันได้ตกลงกับผู้ใหญ่ทางโน้นไว้หมดแล้ว สัปดาห์หน้า... พิธีหมั้นจะถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ" คำพูดนั้นราวกับมีดคมกริบที่กรีดลงกลางใจ ขิมรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกะทันหัน ความจริงที่โหดร้ายกระแทกใส่หน้าจนชาไปหมด มือเรียวที่เคยจับแขนธามไว้ค่อยๆ คลายออกทีละน้อย ธามหันขวับกลับมามองคนรักทันที แววตาของชายหนุ่มร้อนรนและเจ็บปวดระคนกัน "ขิม... ฟังฉันนะ อย่าไปสนใจคำพูดของ..." "ปล่อยครับ... ธาม" เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบาแทรกขึ้นมา ขิมเงยหน้าสบตาธามด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ไร้ซึ่งความสดใส ดวงตากลมโตคู่สวยเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใส แต่กลับถูกเจ้าตัวกะพริบไล่มันกลับเข้าไปอย่างแข็งกระด้าง "ขิม..." ธามใจหายวาบเมื่อเห็นแววตาคู่นั้น มันไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความเศร้า แต่มันคือ... ความว่างเปล่า "คุณท่านพูดถูกทุกอย่างนะครับธาม" ขิมสูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมเสียงไม่ให้สั่น "โลกของเรา... มันกว้างเกินกว่าจะมาเดินเคียงข้างกันได้จริงๆ" "ไม่! ขิม นายพูดบ้าอะไรออกมา!" ธามพุ่งเข้าไปคว้าข้อมือบางเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา แรงบิดที่แสดงถึงความตื่นตระหนกทำให้ขิมนิหน้าเล็กน้อย แต่เด็กหนุ่มก็ยังคงฝืนยิ้ม "ปล่อยมือเถอะครับ..." ขิมกระซิบเสียงพร่า ขณะเบือนสายตาไปสบตากับประธานใหญ่แห่งภูริวัฒน์ที่ยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน "เพราะความสุข... มันมักจะสั้นเสมอสินะครับ" ธามหันกลับไปจ้องหน้าบิดาด้วยดวงตาสแดงก่ำ รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจนน่ากลัว "ถ้าพ่อคิดว่าการบังคับให้ผมแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นจะช่วยให้บริษัทรอด... พ่อคิดผิดถนัด เพราะผมจะทำลายทุกอย่างที่พ่อสร้างมาด้วยมือคู่นี้เอง!" ภูริวัฒน์ยิ้มเย็นชา "แกจะทำลายมันก็ได้นะธาม... แต่จำไว้ว่า ทุกการกระทำของแก จะมีราคาที่เด็กคนนี้ต้องเป็นคนจ่าย!" สิ้นเสียงประโยคคำขู่ที่ไร้ความปรานีนั้น ร่างของขิมก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันที พร้อมกับเลือดกำเดาอุ่นๆ ที่ไหลทะลักออกมาจากจมูกสีระเรื่อหยดลงบนพรมราคาแพงเป็นวงกว้าง! "ขิม!!" ธามหวีดร้องสุดเสียง สติที่มีขาดผึ่งลงในวินาทีนั้น ชายหนุ่มพุ่งเข้าไปโอบอุ้มร่างที่หมดสติขึ้นมาแนบอก ดวงตาคมกริบตวัดกลับไปมองบิดาด้วยความแค้นเคืองสุดขั้วหัวใจ ก่อนที่ภาพทุกอย่างจะตัดมืดลงพร้อมกับเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาของคนในอ้อมแขน... ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและส่งกำลังใจให้กันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%