เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร•ตอนที่ 7

อาหารเช้าฝีมือคุณรูมเมต

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
เสียงเคาะตะหลิวกับกระทะเทฟลอนดังกระทบกันเป็นจังหวะรัวเร็วกว่าปกติ ราวกับมันกำลังระบายความหงุดหงิดของผู้ทำ ขิมายืนขมวดคิ้วมุ่นอยู่หน้าเตาแก๊สในชุดนอนลายทางตัวโคร่ง ผ้ากันเปื้อนสีชมพูอ่อนที่หยิบติดมือมาจากครัวของห้องชุดหรูหรานี้ดูขัดกับใบหน้าบึ้งตึงของเจ้าตัวเสียเหลือเกิน ในกระทะทรงแบน ไข่ดาวสองใบกำลังส่งเสียงฉู่ฉ่า ขอบไข่ขาวกรอบเกรียมสีทองสวยตัดกับไข่แดงที่ยังคงเยิ้มฉ่ำชวนกิน ทว่าคนทำกลับยืนกอดอกมองมันด้วยสายตาคาดโทษ "ไหม้เกรียมไปนิด... แต่รับรองว่าอร่อยกว่าหน้าตาเจ้าของห้องแน่นอนครับ" ขิมาพึมพำกับตัวเองเบาๆพลางตักไข่ดาวและไส้กรอกรมควันลงจานเซรามิกสีขาวสะอาดตาอย่างทะมัดทะแมง กลิ่นหอมกรุ่นของเนยและกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วห้องครัวสไตล์โมเดิร์น ขิมาจัดแจงวางจานอาหารเช้าลงบนโต๊ะอาหารหินอ่อนตัวยาว พร้อมกับแก้วกาแฟดำที่ไอร้อนยังคงลอยกรุ่น ขยับเก้าอี้เตรียมจะเดินหนีเข้าห้องนอนเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับมนุษย์น้ำแข็งอย่างธาม ทว่าเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินเสียก่อน ธามก้าวเท้าออกมาจากห้องนอนใหญ่ในชุดสูทราคาแพงที่ยังไม่ได้ผูกเนกไท เรือนผมสีดำสนิทที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการเพิ่งตื่นนอนขับเน้นให้ใบหน้าคมคายนั้นดูดิบเถื่อนและทรงเสน่ห์ขึ้นเป็นกอง ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดตามองสภาพห้องครัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่จานอาหารบนโต๊ะ และร่างโปร่งบางของคนที่ยืนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่ข้างเก้าอี้ "กลิ่นอะไร..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้ความกระตือรือร้น ทว่าสายตาคู่นั้นกลับจับจ้องอยู่ที่จานไข่ดาวไม่วางตา "เธอคิดจะวางยาพิษฉันแต่เช้าเลยหรือไง ขิมา" ขิมาหันขวับกลับมาทันที ดวงตากลมโตวาวโรจน์ขึ้นด้วยความหมั่นไส้ ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มเยาะอย่างท้าทายตามประสาคนไม่เคยยอมใคร "ถ้าผมจะวางยาคุณจริงๆ ผมคงไม่ลงทุนยืนทอดไข่เองจนหน้ามันแผล็บหรอกครับคุณธาม ประธานบริษัทผู้เพียบพร้อมน่าจะฉลาดพอที่จะแยกแยะระหว่าง 'ความหวังดี' กับ 'ความพยายามฆ่า' ออกนะ หรือว่าสมองส่วนการวิเคราะห์ยังไม่ตื่นดีหลังจากตื่นนอน?" ธามแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะอาหารทีละก้าวอย่างกดดัน กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นอายความเยือกเย็นเฉพาะตัวโชยเข้าแตะจมูกของขิมาจนคนตัวเล็กเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "ความหวังดี?" ธามทวนคำด้วยน้ำเสียงกึ่งเยาะกึ่งค้นหา นัยน์ตาคมกริบกวาดมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าของเด็กหนุ่ม "ใส่ผ้ากันเปื้อนสีชมพูยืนทำหน้าบึ้งหน้าตาตื่นใส่ฉันแต่เช้า... นี่เธอกำลังเรียกร้องความสนใจจากรูมเมต์แบบฉันอยู่หรือไง" "หลงตัวเองขั้นวิกฤตแล้วครับคุณธาม!" ขิมาสวนกลับทันควัน ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเคืองขุ่น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือเพราะสายตาร้อน ผ่าวที่กำลังไล่สำรวจเขากันแน่ "ผมแค่ทำตามหน้าที่ผู้เช่าที่ดี... เผื่อว่าคุณกินเข้าไปแล้วสมองจะแล่นคิดเรื่องลดค่าเช่าให้ผมได้บ้างก็เท่านั้นเอง เชิญครับ! เชิญพิสูจน์ฝีมือเชฟจำเป็นคนนี้ได้เลย ถ้ากินแล้วตายโหงขึ้นมา ผมยินดีเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมให้สามคืนครับ!" พูดจบ ขิเมะก็สะบัดหน้าหนี ทำท่าจะเดินเลี่ยงไปทางห้องนั่งเล่น แต่ธามกลับไวEกว่า ร่างสูงก้าวเข้ามาขวางทางไว้ได้อย่างรวดเร็ว จนอกแกร่งเกือบชนเข้ากับไหล่บางของเด็กหนุ่ม ธามก้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตากลมโตที่กำลังไหวระริก ธามไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกมาครู่ใหญ่ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงันที่มีพลังกดดันมหาศาล ขิมากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นรัวผิดจังหวะด้วยความประหม่าที่พยายามเก็บซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีแข็งกร้าว "ปากดี..." ธามกระซิบเสียงต่ำพร่า ชิดริมหูของคนตัวเล็กจนขนลุกซู่ "ดูกซิว่าปากเก่งๆ แบบนี้ เวลาเคี้ยวอาหารฝีมือตัวเอง จะยังกล้าเถียงฉันออกไหม" พูดจบ ธามก็เดินเลี่ยงผ่านตัวขิมาไปนั่งลงที่เก้าอี้หัวโต๊ะอย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบมองจานไข่ดาวตรงหน้าครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้ส้อมและมีดหั่นไข่ดาวเข้าปากช้าๆ ขิมายืนลุ้นตัวโก่ง แอบลอบสังเกตปฏิกิริยาของคนตัวโตอย่างไม่ละสายตา แม้ปากจะบอกว่ามั่นใจ แต่ลึกๆ แล้วเขาก็แอบกังวลว่ามันอาจจะเค็มหรือดิบเกินไปตามประสาคนนานๆ เข้าครัวที ธามเคี้ยวช้าๆ สีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์จนคาดเดาความรู้สึกไม่ได้ นานเกือบนาทีที่ความเงียบเข้าปกคลุม ก่อนที่ร่างสูงจะเงยหน้าขึ้นสบตากับขิมาที่ยืนลุ้นจนตัวเกร็ง "เป็นยังไงบ้าง..." ขิมาเผลอหลุดปากถามออกไปด้วยความอยากรู้ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเจือความลังเลอยู่เล็กน้อย "เค็มไป? หรือว่าจืดไป?" ธามไม่ตอบคำถามทันที ชายหนุ่มตักชิ้นที่สองเข้าปากต่ออย่างหน้าตาเฉย ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ทำเอาคนฟังอยากจะคว้าตะหลิวมาฟาดหัวเสียให้เข็ด "ไข่ดาวไหม้เกريب... ไส้กรอกเค็มเกินไปนิด กาแฟก็ขมปี๋ไม่มีความเป็นมืออาชีพเลยสักนิด" ธามเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง นัยน์ตาคมพราวระยับขึ้นวูบหนึ่งเมื่อเห็นใบหน้าหงุดหงิดที่เริ่มงอลงของเด็กหนุ่ม "แต่... ก็พอกินแก้ขัดไปได้ ไม่ถึงกับต้องเรียกกู้ภัยมาชำระล้างกระเพาะอาหารหรอก" "ถ้ามันแย่นักก็คายออกมาเลยนะครับคุณประธาน ไม่ต้องฝืนกลืนหรอก!" ขิมาสวนกลับเสียงเขียว ทำท่าจะพุ่งเข้าไปเก็บจานอาหารคืน ทว่าธามกลับใช้มือข้างหนึ่งรวบข้อมือบางเอาไว้เบาๆ แต่แน่นหนา แรงสัมผัสที่อบอุ่นและฉับพลันทำให้ขิมาสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อถูกดึงเข้าไปใกล้โต๊ะอาหารมากขึ้น ข้อมือเรียวถูกตรึงไว้ด้วยอุ้งมือหนาที่ร้อนผ่าว "ใครบอกว่าจะคาย?" ธามเงยหน้าขึ้นสบตา รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลานั้นช่างร้ายกาจและทรงเสน่ห์จนแทบหยุดหายใจ "ของฟรีและตั้งใจทำให้อร่อยขนาดนี้ ต่อให้มันแย่กว่านี้... ฉันก็ไม่มีวันปล่อยให้เสียของหรอกนะ ขิมา" ประโยคกำกวมพร้อมแววตาร้อนแรงที่ส่งตรงมาทำเอาขิมานิ่งงิ่งไปชั่วขณะ ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นในอกอย่างเงียบเชียบ ทว่ายังไม่ทันที่ขิมาจะได้หาคำพูดไหนมาสวนกลับเพื่อรักษาฟอร์ม เสียงกริ่งหน้าห้องชุดหรูหราก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศกุ๊กกิ๊กนั้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ *ติ๊งต่อง!* ธามขมวดคิ้วมุ่นทันที ความหงุดหงิดฉายชัดขึ้นบนใบหน้าคมคายเมื่อถูกขัดจังหวะสำคัญ ในขณะที่ขิมาอาศัยจังหวะชุลมุนสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมแล้วถอยหลังก้าวหนึ่งด้วยความโล่งอก "ใครมาวะแต่เช้า..." ธามพึมพำอย่างหัวเสีย ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปรับสีหน้ากลับมาเรียบเฉยเย็นชาดังเดิมก่อนจะก้าวเท้าเดินไปที่ประตูหน้าห้อง ขิมายืนหายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อตั้งสติ ปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วเดินตามหลังร่างสูงไปห่างๆ เพื่อดูว่าแขกยามเช้าผู้ไม่ได้รับเชิญคนนี้คือใคร ธามเปิดประตูห้องออกกว้างด้วยใบหน้าบึ้งตึง ทว่าทันทีที่สายตาคมกริบมองเห็นร่างระหงที่ยืนส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มอยู่หน้าประตู พร้อมกับกระเป๋าเดินทางแบรนด์ดังใบโต ร่างสูงก็ชะงักกึกไปชั่วขณะ "สวัสดีค่ะพี่ธาม... พิมพ์คิดถึงพี่ธามที่สุดเลยค่ะ" เสียงหวานใสของ **พิมพ์ชนก** คู่หมั้นสาวผู้ไม่เคยยอมรับการถอนหมั้น ดังลอดผ่านประตูเข้ามาในห้องโถง พร้อมกับก้าวเท้าล้ำเข้ามาด้านในอย่างถือวิสาสะ โดยที่ธามยังไม่ทันได้เอמהปฏิเสธสักคำเดียว! ดวงตาของพิมพ์ชนกกราดมองเข้ามาในห้องรับแขกอย่างรวดเร็ว ก่อนที่สายตาคู่สวยจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของขิมาที่ยืนอยู่ด้านหลังธามในชุดนอนตัวโคร่งและผ้ากันเปื้อนสีชมพู รอยยิ้มหวานบนใบหน้าของคุณหนูตระกูลดังแข็งค้างไปทันที นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความตกใจและริษยาที่พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ************************************************** (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ปราณธาตุเก้าสุริยัน" เสมอมานะครับ)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%