"เมื่อกี้ผมเล่นตามบทได้ดีพอหรือยังครับ... ที่รัก?"
ปลายนิ้วเรียวที่จงใจลากไล้ผ่านกรอบหน้าคมคาย ทิ้งร่องทุนความรัญจวนไว้บนผิวเนื้อของธามราวกับรอยประทับของปีศาจยามวิกาล ประโยคคำถามที่กลั่นออกมาจากริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อนั้น ไม่ได้ต้องการคำตอบ... มันคือการประกาศสงครามประสาทที่ธามเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำตั้งแต่เสี้ยววินาทีแรกที่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นสบประสาน
ประธานหนุ่มแห่งภูริวัฒน์กรุ๊ปขบกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะเข้ากับต้นคอระหงของขิมเมื่อครู่ บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความอึดอัดระคนหงุดหงิดที่อธิบายไม่ถูก เขาผลักร่างบางออกห่างด้วยแรงที่พอเหมาะ ไม่รุนแรงจนน่าเกลียดแต่ก็เด็ดขาดพอจะแสดงอาณาเขต
"เล่นสนุกเกินไปแล้วนะ ขิมา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบกวาดมองเด็กหนุ่มที่ยืนยันรอยยิ้มเย้าหยอกไว้มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว "อย่าลืมว่าสถานะของเราคืออะไร และคุณกำลังยืนอยู่ตรงจุดไหน"
"อ้าว? ก็นึกว่าคุณธามชอบบทละครดราม่าเคล้าน้ำตาเสียอีกครับ เห็นอินจัดจนเกือบจะคล้อยตามอยู่รำคาญ" ขิมยักไหล่บางอย่างไม่ยี่ห้อ ดวงตาคู่หวานไหวระริกด้วยประกายความท้าทายที่ทำเอาคนมองอยากจะเข้าไปจัดการให้หายพยศนัก "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวไปเคลียร์งานเอกสารกองโตที่คุณสั่งไว้เมื่อเช้าดีกว่าครับ อยู่ใกล้คุณนานๆ เดี๋ยวโรคประสาทจะกินหัวผมเอาเสียเปล่าๆ"
ร่างโปร่งหมุนตัวเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานมุมห้องอย่างไม่แยแส ทิ้งให้ธามยืนนิ่งอยู่กลางห้องทำงานกว้างขวาง สายตาคมกริบมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในอก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอภายใต้การควบคุมอย่างไร้ที่ติ กลับกระตุกวูบอย่างน่าหงุดหงิดทุกครั้งที่ได้กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของอีกฝ่ายลอยวนเวียนอยู่ในรัศมี
แต่ความถือดีและอีโก้ระดับประธานบริหารไม่ยอมให้เขายอมรับความพ่ายแพ้ง่ายๆ ธามแค่นหัวเราะในลำคอ ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพงแล้วสะบัดหน้ากลับไปสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หากแต่... ค่ำคืนนั้นเองที่สมดุลอันเปราะบางของทั้งคู่เริ่มพังทลายลง
เวลาล่วงเลยไปจนเกือบเที่ยงคืน ไฟในสำนักงานใหญ่ดับลงเกือบหมดเหลือเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟบนโต๊ะทำงานของขิม เด็กหนุ่มยังคงก้มหน้าก้มตาตรวจงบการเงินล็อตสุดท้ายด้วยความเพลียจัด ดวงตาคู่สวยเริ่มพร่ามัวจนต้องยกมือขึ้นขยี้เบาๆ
"ให้ตายส้า... งานบ้าอะไรเนี่ย เยอะเป็นภูเขาเลากา" ขิมพึมพำกับตัวเองด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะตัดสินใจเดินตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของธามเพื่อหาแฟ้มเอกสารตัวจริงที่ถูกเก็บไว้ในตู้เซฟ
ก๊อกๆ...
ไม่มีเสียงตอบรับจากด้านใน ขิมขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ปกติเวลานี้ธามไม่น่าจะกลับเร็วกว่าตีหนึ่ง เว้นเสียแต่ว่า...
มือเรียวบิดลูกบิดประตูสีเงินอย่างเบามือ แล้วผลักบานประตูไม้เนื้อดีเปิดออกช้าๆ
ความมืดสนิทภายในห้องทำให้ขิมต้องเอื้อมมือไปคลำหาสวิตช์ไฟข้างผนัง แต่ยังไม่ทันจะได้กดเปิด เสียงหอบหายใจแผ่วเบาที่ดังเล็ดลอดออกมาจากโซฟาหนังตัวยาวกลางห้อง กลับทำให้เขาต้องชะงักฝีเท้า
"คุณ... คุณธาม?"
ไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากเจ้าของชื่อ ขิมก้าวเท้าเข้าไปใกล้ด้วยความกังวลใจ ความมืดเริ่มคุ้นตาทำให้เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มนอนขดตัวอยู่บนโซฟา ลมหายใจที่พ่นออกมาดูติดขัดและหนักหน่วงผิดปกติ
ขิมรีบพุ่งเข้าไปใกล้ มือเรียวเอื้อมไปแตะที่หน้าผากกว้างโดยสัญชาตญาณ และความร้อนที่แผดเผาผ่านปลายนิ้วก็ทำเอาเขาต้องสะดุ้งสุดตัว!
"ให้ตายสิ ตัวร้อนจี๋เลยนี่หว่า!" ขิมอุทานออกมาด้วยความตกใจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าคมคายที่ปกติมักจะเรียบเฉยและเย่อหยิ่ง บัดนี้กลับมีเหงื่อกาฬผุดซึมเต็มกรอบหน้า ริมฝีปากแห้งผากขยับขมุกขมพิกคล้ายกำลังละเมอด้วยพิษไข้
ภาพความเย็นชา แข็งกระด้าง และปากร้ายที่ธามมักจะใช้เป็นเกราะกำบังตัวตน มลายหายSวบไปต่อหน้าต่อตา เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังอ่อนแอและไร้ทางสู้ในยามเจ็บป่วย
ความใจดีชั่ววูบที่ขิมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมี พุ่งพล่านขึ้นมาในอก เด็กหนุ่มกัดริมฝีปากแน่นอย่างชั่งใจ ก่อนจะตัดสินใจทิ้งมาดความพยศทั้งหมดลง แล้วหันไปคว้าผ้าขนหนูผืนเล็กกับกะละมังใบย่อมในห้องน้ำส่วนตัวของธามทันที
ตลอดทั้งคืน... ห้องทำงานสุดหรูที่เคยเป็นสนามรบทางวาจา กลับกลายเป็นสถานที่พักฟื้นเฉพาะกิจ
ขิมคอยเปลี่ยนผ้าชุบน้ำเช็ดตามใบหน้า ลำคอแกร่ง และฝ่ามือหนาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความเงียบยามวิกาลถูกแทนที่ด้วยเสียงถอนหายใจเบาๆ ของเด็กหนุ่มที่อดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำตลอดเวลาเพื่อกลบเกลื่อนความกระวนกระวายในใจ
"ตัวก็โตเป็นควาย ทำไมปล่อยให้ไข้ขึ้นสูงขนาดนี้วะ... ถ้าคุณตายคาห้องทำงานขึ้นมา ผมไม่ซวยกลายเป็นฆาตกรโดยปริยายหรอครับคุณธาม" มือเรียวบรรจงวางผ้าเย็นลงบนหน้าผากกว้างอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ แววตาที่มองร่างสูงที่นอนหลับตาพริ้มอยู่นั้น ปราศจากความเยาะเย้ยถากถางอย่างสิ้นเชิง มีเพียงความห่วงใยเจือความเอ็นดูที่เจ้าตัวก็ไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับกับตัวเอง
เวลาตีสี่กว่าๆ พิษไข้เริ่มบรรเทาลง ลมหายใจของธามกลับมาสม่ำเสมอขึ้น ขิมที่นั่งพับเพียรเฝ้าอยู่ข้างโซฟาถึงกับทิ้งตัวลงซบหน้ากับพนักพนโซฟาด้วยความอ่อนเพลีย ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาทั้งวันบวกกับการไม่ได้นอนทั้งคืน ทำให้เปลือกตาของเขาหนักอึ้ง และหลับใหลไปในที่สุดด้วยท่าทางที่น่าเอ็นดู
แสงสลัวยามใกล้รุ่งสาดส่องผ่านกระจกใสกั้นห้องเข้ามา ธามค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ อาการปวดหัวตุบๆ ทุเลาลงมากแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องแปลกใจไม่ใช่สภาพร่างกายที่ดีขึ้น หากแต่เป็นน้ำหนักอุ่นๆ ที่ทาบทับอยู่บนหลังมือของเขา
ดวงตาคมกริบกวาดมองไปด้านข้าง และภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำให้หัวใจที่ด้านชามานานเกิดอาการกระตุกวาบอย่างรุนแรง
ขิมา... เด็กหนุ่มปากเก่งพยศร้ายคนนั้น บัดนี้กำลังฟุบหลับอยู่ข้างกายเขา มือเรียวข้างหนึ่งยังคงกุมมือของเขาไว้หลวมๆ ใบหน้าหวานยามไร้ซึ่งกำแพงป้องกันดูอ่อนเยาว์และไร้เดียงสากว่ายามปกติลิบลับ เส้นผมสีดำสนิทเคลียอยู่ข้างแก้มใส ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอดังแผ่วเบา
ธามจ้องมองใบหน้านั้นนิ่งนาน ราวกับถูกมนต์สะกด ความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครกำลังไหลทะลักเข้ามาในหัวใจอย่างเงียบเชียบ สายตาที่เขามองเด็กหนุ่มเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—จากความรู้สึกหมั่นไส้และต้องการเอาชนะ กลายเป็นความลึกซึ้ง อ่อนโยน และ... หวงแหนอย่างถึงที่สุด
นิ้วแกร่งขยับอย่างระมัดระวังเพื่อเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนออกให้อย่างเบามือที่สุด ทว่า... ปลายเล็บดันไปสะดุดโดนผิวแก้มเนียน ทำให้ขิมขยับตัวเล็กน้อยและส่งเสียงงึมงำในลำคอ
"อื้ม... อย่ากวนน่า..." ขิมปรือตาขึ้นช้าๆ ด้วยความงัวเงีย ก่อนจะพบว่าใบหน้าของตัวเองอยู่ห่างจากธามเพียงแค่คืบเดียว!
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อสบเข้ากับดวงตาสีเข้มคู่คมที่กำลังจ้องมองมาด้วยประกายแสงบางอย่างที่อ่านไม่ออก... ประกายแสงที่ร้อนแรง รุกไล่ และเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งจนคนมองหายใจไม่ทั่วท้อง
"ตื่นแล้วเหรอครับ... คุณพยาบาลจำเป็น?" เสียงทุ้มแหบพร่าเอמהกระซิบแผ่วเบาข้างริมฝีปากของขิม ขณะที่มือหนาซึ่งถูกกุมไว้เมื่อครู่ กลับพลิกกลับมาจับมือเรียวของขิมแน่นขึ้น ไม่ยอมให้อีกฝ่ายถอยหนีไปไหน
ขิมหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอายและประหม่า รีบดึงมือกลับแต่ธามกลับรั้งไว้แน่น แรงปะทะระหว่างสายตาสองคู่กำลังสร้างสนามแม่เหล็กดึงดูดที่รุนแรงจนหัวใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะ
ยังไม่ทันที่ขิมจะได้เอ่ยปากด่ากลบเกลื่อนความประหม่า เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
"คุณธามคะ! นมเอาเอกสาร—อุ๊ย!"
เสียงแหลมสูงของพิมพ์ชนกที่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มงานในมือ ชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ดวงตาคู่โตรướiด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยวเมื่อเห็นว่าธามและขิมกำลังนอนใกล้ชิดกันบนโซฟาในสภาพที่ดูสนิทสนมเกินกว่าเจ้านายกับลูกน้องทั่วไป!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ละลายน้ำแข็งในใจของพี่ธามนะครับ จงเตรียมใจรับมือกับศึกความหึงระดับสิบในตอนต่อไปได้เลยครับ! — **ปราณธาตุเก้าสุริยัน**
เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร•ตอนที่ 6
แผลในใจที่เผลอเห็น
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!