"ถ้าสายตาของคุณหนูพิมพ์สามารถแผดเผาคนให้เป็นจุลได้ ผมคงกลายเป็นเถ้าธุลีไปตั้งแต่สามวินาทีแรกแล้วล่ะครับคุณธาม"
น้ำเสียงของขิมาดังขึ้นทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดในห้องรับแขก รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนริมฝีปากบางนั้นช่างเยียบเย็นและท้าทายในเวลาเดียวกัน ร่างโปร่งในชุดนอนตัวโคร่งและผ้ากันเปื้อนสีชมพูไม่ได้แสดงอาการหวาดหวั่นต่อรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างระหงของคุณหนูตระกูลดังแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ขิมายิ่งขยับตัวเข้าไปยืนชิดแผ่นหลังกว้างของธามอีกนิดอย่างจงใจ สร้างความขัดเคืองใจให้แก่พิมพ์ชนกจนมือเรียวที่กำกระเป๋าแบรนด์เนมสั่นระริก
พิมพ์ชนกสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังตีตู้roundedอยู่ในอก นัยน์ตาคู่สวยกวาดมองประเมินสภาพของเด็กหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความดูแคลนระคนริษยา ก่อนจะตวัดสายตาขึ้นมองชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของบ้านด้วยความตัดพ้อ
"ธามคะ... นี่มันหมายความว่ายังไงคะ? ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงมาอยู่ในบ้านของคุณในสภาพนี้... หรือว่าที่คุณขอถอนหมั้นกับพิมพ์ เป็นเพราะเด็กนี่..." พิมพ์ชนกกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาคลอหน่วยอย่างน่าสงสารราวกับนางเอกละครหลังข่าว แต่สำหรับธามแล้ว มุกตื้นๆ เหล่านี้ใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป
ธามปรายตามองอดีตคู่หมั้นด้วยแววตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดหรืออาลัยอาวรณ์ ประธานหนุ่มขยับตัวเล็กน้อยเพื่อผละออกจากการถูกเกาะกุม แต่กลายเป็นว่าการเคลื่อนไหวนั้นทำให้เขากลับต้องถอยหลังไปชนกับร่างของขิมาที่ยืนซ้อนอยู่พอดี
"เรื่องระหว่างเรามันจบลงไปนานแล้วพิมพ์ชนก และสถานะของขิมในบ้านหลังนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะต้องมาตั้งคำถาม" ธามตอบเสียงเรียบ เยชาและเด็ดขาดจนอีกฝ่ายหน้าชา
"แต่เราหมั้นกันนะคะธาม! ครอบครัวของเรา..."
"ถ้าเธอatคำว่าผู้ใหญ่มาอ้างอีก ผมคงต้องเชิญ รปภ. มาพาเธอออกไป" ธามตัดบทด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำลงจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนหนาวเยือก
ขิมาแอบลอบยิ้มมุมปากอย่างสะใจกับท่าทีไร้เยื่อใยของคนตัวโต แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจเจ้ากรรมก็กระตุกวูบเมื่อแผ่นหลังของเขาแนบชิดกับอกแกร่งของอีกฝ่ายอย่างไร้รอยต่อ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับน้ำหอมผู้ชายราคาแพงลอยเข้าแตะจมูกจนเผลอสูดดมเข้าไปลึกโดยไม่รู้ตัว
พิมพ์ชนกกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความแค้นเคือง เธอมองหน้าขิมาสลับกับธามด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดแล้วหมุนตัวเดินกระแทកเท้าออกจากบ้านไปอย่างหัวเสีย เสียงปิดประตูดังปังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถง
เมื่อร่างของคุณหนูตระกูลดังลับตาไป ความเงียบก็กลับมาปกคลุมอีกครั้ง แต่ทว่าบรรยากาศกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย
ธามค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ประชิดตัว ดวงตาคมกริบคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย สำรวจใบเนียนใสที่มีเหงื่อซึมบางๆ บริเวณกรอบหน้า ระยะห่างระหว่างกันในตอนนี้ใกล้เสียจนสามารถนับขนตากันได้
"ยืนเก่งนักนะ... ชอบหาเรื่องใส่ตัวรึไงหือ" ธามเอ่ยเสียงพร่า มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะแก้มนิ่มเพื่อสั่งสอน แต่ขิมากลับเบี่ยงหน้าหลบอย่างรวดเร็ว
"ผมไม่ได้หาเรื่องครับ แต่คนของคุณต่างหากที่หาเรื่องใส่ตัวผมก่อน... อีกอย่าง ช่วยถอยออกไปหน่อยครับ คุณตัวหนักจะตายอยู่แล้ว" ขิมาลอยหน้าลอยตาเถียงกลับ พร้อมกับใช้มือดันแผงอกแกร่งให้ออกห่าง
"ใครบอกว่าผมตัวหนัก... อยากลองพิสูจน์ดูหน่อยไหมล่ะครับ" ธามกระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ขิมารู้สึกหนสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูก
ก่อนที่เด็กหนุ่มจะได้ทันเอ่ยปากโต้เถียงอะไรกลับไป เรียวแขนแข็งแรงของประธานหนุ่มก็ตวัดโอบรอบเอวบางของเขาไว้แน่นด้วยความเร็วที่ไม่ทันตั้งตัว ขิมาอุทานออกมาด้วยความตกใจ ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก
"เฮ้ย! คุณธาม จะทำอะไร..."
ด้วยความที่พื้นหินอ่อนขัดมันบริเวณใกล้ประตูทางออกค่อนข้างลื่น ประกอบกับจังหวะที่ขิมาก้าวถอยหลังเพื่อหนีสัมผัส ทำให้เท้าของทั้งคู่พันกันยุ่งเหยิง แรงฉุดกระชากเพียงเล็กน้อยทำให้การทรงตัวพังทลายลงในเสี้ยววินาที
*ตุบ! พรวด!*
ร่างสูงใหญ่และร่างโปร่งล้มกลิ้งลงไปพร้อมๆ กันอย่างไร้การควบคุม ก่อนที่เสียงน้ำกระเซ็นจะดังสนั่นไปทั่วบริเวณสระว่ายน้ำส่วนตัวริมระเบียงกระจกใส ที่ซึ่งประตูเปิดเชื่อมต่อกับห้องรับแขกพอดี
ความเย็นเฉียบของน้ำในสระโอบล้อมรอบกายขิมาทันทีที่ร่างจมดิ่งลงไปชั่วขณะ ก่อนที่แรงดึงดูดจะพาให้ทั้งคู่โผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาหอบหายใจระรัว
ขิมาสำลักน้ำออกมาเล็กน้อย ใบหน้าหวานเปียกโชกไปด้วยหยดน้ำ เส้นผมสีดำลู่แนบกรอบหน้าและลำคอขาวระหง เสื้อนอนตัวโคร่งแนบติดกับเรือนร่างจนเผยให้เห็นสัดส่วนชัดเจน ดวงตากลมโตตวัดมองคนต้นเหตุด้วยความโกรธปนตื่นตระหนก
แต่ทว่า... สถานการณ์ในตอนนี้กลับล่อแหลมยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า
ธามตกอยู่ในสภาพที่คร่อมทับร่างของขิมาเอาไว้เกือบทั้งหมด แผ่นหลังของเด็กหนุ่มแนบติดกับกระเบื้องขอบสระด้านใน ขณะที่สองมือของประธานหนุ่มยันขอบสระและช่วงตัวไว้เพื่อไม่ให้ทับอีกฝ่ายจนจมน้ำ แต่ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคือนั้น... แทบจะไม่เหลือช่องว่างให้อากาศผ่าน
ลมหายใจร้อนผ่าวที่พ่นออกมาปะปนกลิ่นไอร้อนของร่างกาย ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูเหมือนจะร้อนระอุขึ้นสวนทางกับอุณหภูมิของน้ำในสระ
ดวงตาคมกริบของธามจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อที่กำลังขยับบ่นอุบอิบไม่หยุด สายตานั้นลึกล้ำและดุดันราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ นัยน์ตาสีเข้มฉายแววปรารถนาบางอย่างที่ชัดเจนจนขิมาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"คุณ... ปล่อยผมได้แล้วนะ" ขิมาเอ่ยเสียงสั่น พยายามเบือนหน้าหนีสายตาคู่นั้นที่ทำเอาหัวใจเต้นผิดจังหวะ
"หึ... เป็นคนบอกให้ผมถอยเองไม่ใช่เหรอครับ ทำไมตอนนี้ถึงไม่อยากให้ปล่อยซะแล้วล่ะ" ธามกระซิบเสียงทุ้มต่ำพร่ารنو ริมฝีปากหนาอยู่ห่างจากใบหูของอีกฝ่ายเพียงแค่คืบ
"ใครอยากให้คุณกอดกัน! โรคจิต..." ขิมาสวนกลับเสียงเบาหวิว ความมั่นใจที่เคยมีหายไปไหนหมดไม่รู้ รู้แต่เพียงว่าเสียงหัวใจของตัวเองในตอนนี้มันเต้นดังแข่งกับเสียงสายน้ำจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน
ธามไม่ตอบคำถาม ชายหนุ่มเคลื่อนสายตาต่ำลงมองริมฝีปากสีระเรื่อที่กำลังเผยอขึ้นเล็กน้อยเพื่อกอบโกยอากาศ ความรู้สึกบางอย่างพุ่งทะยานขึ้นสูงจนยากจะควบคุม สัญชาตญาณดิบสั่งให้เขาโน้มใบหน้าลงไปช้าๆ... ช้าเสียจนขิมาแทบหยุดหายใจ
ดวงตากลมโตหลับตาปี๋ลงอัตโนมัติด้วยความตื่นตระหนก หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล ระยะห่างที่ลดลงเรื่อยๆ ทำให้ขิมารู้สึกเหมือนสติกำลังจะหลุดลอย
แต่ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่เกือบจะสัมผัสกันนั้นเอง...
"คุณธามคะ! เกิดอะไรขึ้นคะเสียงดังตูมตาม..."
เสียงแหลมสูงของแม่บ้านเก่าแก่ที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพร้อมกับคนสวนดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ พร้อมๆ กับที่ขิมาลืมตาโพลงแล้วใช้มือผลักอกธามสุดแรงเกิดด้วยความตกใจสุดขีด!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่ชวนลุ้นนี้เสมอนะครับ
เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร•ตอนที่ 8
อุบัติเหตุริมสระน้ำ
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!