เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร•ตอนที่ 9

ความหึงหวงระดับสิบ

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
แรงปะทะเมื่อครู่ยังไม่ทันจางหายจากฝ่ามือเรียวที่ประทับลงบนแผงอกแกร่ง เสียงตื่นตระหนกของแม่บ้านที่หน้าประตูห้องรับแขกก็ทำลายบรรยากาศจนย่อยยับ ขิมาสะดุ้งสุดตัว สติที่กระเจิดกระเจิงกลับเข้าร่างพร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ร่างบางรีบดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ถอยกรูดไปจนสะโพกชนเข้ากับพนักโซฟาอย่างคนเสียศูนย์ "คุณธามคะ! คือว่า... คุณพิมพ์ชนกเธอบุกเข้ามาทางสวนข้างล่างแล้วค่ะ บอกว่ามีเรื่องด่วนจะคุยกับคุณธามให้ได้..." เสียงของป้าอิ่มขาดห้วยลงเมื่อกวาดสายตามาเห็นสภาพอันชวนคิดลึกของคนทั้งคู่ ขิมาที่กำลังยืนหอบหายใจกระชั้นชิด กับธามที่นั่งหน้าถมึงทึง ปรับสีหน้ากลับมาเรียบสนิทด้วยความรวดเร็ว ทว่าแววตากลับลุกโชนด้วยเพลิงโทสะที่ถูกขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ ธามขบกรามแน่นจนสันนูนชัดเจน ดวงตาคมกริบกวาดมองแม่บ้านและคนสวนด้วยความหงุดหงิดระคนเย็นชา "ใครใช้ให้พวกคุณปล่อยเธอเข้ามา... ไปบอกให้เธอกลับไปซะ บอกว่าผมไม่ว่าง!" "เอ่อ... แต่คุณพิมพ์เธออ้างว่าถือหุ้นใหญ่ในโครงการ... เธอไม่ยอมฟังเลยค่ะคุณธาม กำลังเดินตรงมาที่ลิฟต์ส่วนตัวแล้วค่ะ!" ป้าอิ่มละล่ำละลักตอบด้วยความหวาดกลัว ขิมาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ พยายามจัดเสื้อผ้าที่ยับย่นของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง แม้หัวใจจะเต้นโครมครามด้วยความตกใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่สถานการณ์ตรงหน้ากลับดึงให้เขากลับมาสู่โลกความเป็นจริงที่แสนน่ารำคาญ พิมพ์ชนก... คู่หมั้นตัวแสบที่ชอบทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของไม่เคยเปลี่ยน "ถ้าแขกของคุณกำลังจะมา ผมว่าผมควรกลับห้องตัวเองได้แล้วนะครับ" ขิมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงไว้ภายใต้หน้ากากความเย่อหยิ่ง ทว่าในจังหวะที่จะก้าวเท้าเดินเลี่ยงไปทางห้องนอน ธามกลับเอื้อมมือมาคว้าข้อศอกเรียวไว้แน่นด้วยแรงบีบที่พอเหมาะ ไม่ยอมให้ขยับหนี "ยังไปไหนไม่ได้ ขิมต้องอยู่ตรงนี้" ธามสั่งเสียงต่ำ ทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจจนคนฟังต้องหันขวับมามองด้วยความไม่พอใจ "ปล่อยนะครับคุณธาม ทำไมผมต้องอยู่ดูฉากรักสามเส้าของคุณกับคู่หมั้นด้วยล่ะ ปล่อย!" ขิมาสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างแรง ดวงตากลมโตตวัดมองอย่างเอาเรื่อง "อย่าลืมสิครับว่าเราตกลงกันแค่เรื่องงาน... เรื่องส่วนตัวของคุณ กรุณาไปเคลียร์กันเองนอกห้องผม!" "นี่คุณ!" ธามลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่แผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลง ดวงตาดุจพญาอินทรีจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย "อยากเห็นนักไม่ใช่หรือไง ว่าผมจัดการกับผู้หญิงน่ารำคาญพวกนั้นยังไง... ยืนอยู่ตรงนี้ ห้ามไปไหนทั้งสิ้น!" ติ๊ง! เสียงสัญญาณลิฟต์ส่วนตัวเปิดออกพร้อมกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาในอาณาเขตห้องชุดหรู พิมพ์ชนกในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงระยับเดินเชิดหน้าเข้ามาด้วยท่าทีฮึิมฮัด แต่พอกวาดสายตามาเห็นชายหนุ่มทั้งสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันอยู่ ร่างเพรียวก็ชะงักกึก สีหน้าที่เตรียมจะมาอาละวาดแปรเปลี่ยนเป็นความงุนงงระคนริษยา "ธามคะ... ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ แล้วเด็กนี่... ทำไมยังวนเวียนอยู่ใกล้คุณอีก!" พิมพ์ชนกแหลdเสียงขึ้นอย่างเหลืออด ชี้หน้าขิมาด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทา "คุณสัญญาแล้วนะว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย!" ขิมาแค่นหัวเราะในลำคอ ส่งยิ้มยั่วประสาทกลับไปให้อีกฝ่ายทันที "อุ๊ย คุณพิมพ์ชนกนี่หูไวตาไวดีจังเลยนะครับ ตามมาถึงคอนโดส่วนตัวได้... แต่ก่อนจะมาชี้นิ้วสั่งใคร ช่วยเช็คสถานะตัวเองก่อนดีไหมครับว่าตอนนี้ยืนอยู่ตรงไหน ในฐานะอะไร?" "ปากดีนักนะแก!" พิมพ์ชนกปรี่เข้าไปหาด้วยความโกรธเกรี้ยว ทว่ายังไม่ทันจะเข้าถึงตัวขิมา ร่างสูงของธามก็ก้าวเข้ามาขวางกลางไว้เสียก่อน รังสีความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวประธานหนุ่มทำให้พิมพ์ชนกต้องเบรกฝีเท้าพร้อมกับถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ "พอได้แล้วพิมพ์!" ธามตวาดกร้าว น้ำเสียงเย็นเฉียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "คุณไม่มีสิทธิ์มาทำกิริยาต่ำๆ แบบนี้ในห้องของผม และไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องคนของผมด้วย!" คำว่า *'คนของผม'* หลุดออกมาจากปากของธามอย่างไม่ลังเล ทำเอาขิมาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง หัวใจที่เต้นรัวอยู่แล้วกลับยิ่งกระหน่ำรัวหนักขึ้นไปอีก พวงแก้มใสร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ แม้จะรู้ว่าเป็นแค่คำพูดประชดประชันเพื่อไล่แขกไม่ได้รับเชิญ แต่กระแสความอุ่นวาบที่แล่นพล่านไปทั่วอกซ้ายมันปฏิเสธไม่ได้เลย พิมพ์ชนกหน้าซีดเผือด เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือดด้วยความเจ็บใจ "ธาม... คุณพูดแบบนี้กับฉันเหรอ เพราะเด็กนี่ใช่ไหมที่คุณเปลี่ยนไป!" "กลับไปซะพิมพ์... ถ้าไม่อยากให้หุ้นส่วนที่คุณถืออยู่ถูกถอดถอนออกจากโปรเจกต์ทั้งหมด" ธามกดเสียงต่ำ ยื่นคำขาดที่เฉียบขาดและไร้เยื่อใยที่สุด ดวงตาคมกริบไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ นอกจากความรำคาญ พิมพ์ชนกเม้มปากแน่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ เธอมองหน้าธามสลับกับขิมาด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดแล้วเดินกระแทกส้นเท้ากลับไปขึ้นลิฟต์ส่วนตัวด้วยความพ่ายแพ้ ประตูลิฟต์ปิดลงพร้อมกับความเงียบงันที่กลับคืนสู่ห้องชุดอีกครั้ง ขิมาผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ยืนกอดอกมองชายหนุ่มที่ยังคงยืนหน้าตึงอยู่ไม่ไกล "จบเรื่องของคุณแล้วสินะครับ งั้นผมขอตัวไปพักผ่อน..." "เดี๋ยวก่อน" ธามหันกลับมาคว้าข้อมือเรียวอีกครั้ง แต่คราวนี้เบามือกว่าเดิม ขิมาขมวดคิ้วมุ่นเตรียมจะอ้าปากเถียง ทว่าเสียงกริ่งหน้าห้องพักกลับดังแทรกขึ้นเสียก่อน—*กริ๊งงง!* ทั้งสองคนชะงัก ขิมาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ใครกันที่มาหาเขาในเวลานี้ ยิ่งเป็นเวลาวิกาลแบบนี้ด้วยแล้ว มีไม่กี่คนหรอกที่กล้าบุ่มบ่ามมาเคาะห้อง ธามหรี่ตาลง ใบหน้าหล่อเหลากลับมาตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง ความหึงหวงที่เพิ่งระบายใส่พิมพ์ชนกยังไม่ทันจางหาย ความระแวงใหม่ก็พุ่งทะยานขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงความเป็นไปได้ว่าใครคือผู้มาเยือน ขิมาดึงมือตัวเองออกจากการเกาะกุม แล้วเดินตรงไปที่ประตูเพื่อมองผ่านตาแมว ทว่าพอยกมือขึ้นปลดล็อกและเปิดประตูออกกว้าง ร่างโปร่งก็ต้องอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจ "อ้าว ขิม! กว่าจะเปิดได้นะเพื่อนรัก รู้ไหมว่าฉันยืนขาแข็งอยู่ข้างนอกนานแค่ไหนแล้วเนี่ย!" กรณ์ เพื่อนสนิทตัวแสบก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องหน้าตาเฉย ในมือถือถุงใส่เบียร์และกับแกล้มพะรุงพะรัง ทว่าพอก้าวเข้ามาได้เพียงสองก้าว ร่างสูงของกรณ์ก็ต้องชะงักกึกเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจากมุมห้องรับแขก ธามยืนกอดอกพิงผนัง ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องเขม็งมาที่เพื่อนสนิทของขิมา รังสีความหึงหวงและโทสะระลอกใหม่พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดจนแทบจะเผาผลาญทุกอย่างรอบตัวให้เป็นจุล กรณ์กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หันไปมองหน้าขิมาสลับกับธามด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่มุมปาก "เอ่อ... ขิม... แกมีแขกเหรอวะ ทำไมบรรยากาศมันดู... มาคุพิกลวะเพื่อน?" ขิมาลอบถอนหายใจยาวเหยียด ยกมือขึ้นกุมขมับทันทีเมื่อรู้ชะตากรรมของตัวเองว่า ค่ำคืนนี้คงไม่สงบสุขอย่างแน่นอนแล้วล่ะครับ!
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลกาสะลองคล้องใจมาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%